×

Coca-Cola และหลายแบรนด์ แบนลงโฆษณา Facebook หลัง Hate Speech ระบาด, รัฐวอชิงตันยกเลิกคลายล็อกดาวน์ หลังยอดผู้ติดโควิด-19 พุ่ง: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (29 มิ.ย. 2563)

โดย FINNOMENA
29.06.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ โดยวันนี้สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศตัวเลขบ้านรอปิดการขายประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 19.7% (MoM) ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 21.8% สืบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะชะงักทางเศรษฐกิจทั้งระบบ โดยการฟื้นตัวในครั้งนี้คาดว่ามาจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อบ้าน เช่นเดียวกับยอดขายบ้านใหม่และมือสองที่ประกาศออกมาก่อนหน้า ขณะที่ญี่ปุ่นมีกำหนดประกาศยอดค้าปลีกประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ที่ระดับ -11.6% จากแรงกดดันของวิกฤตโควิด-19 เช่นเดียวกัน สะท้อนภาวะการบริโภคที่อ่อนแอลงนับตั้งแต่การตัดสินใจขึ้นภาษีขาย (Sales Tax) เมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา

 

  • Coca-Cola หนึ่งในแบรนด์สินค้าระดับโลกระบุว่าจะงดโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มของ Facebook เป็นเวลา 30 วัน ร่วมกับบริษัทอื่นๆ อาทิ The North Face, Unilever, Pepsi, Adobe เป็นต้น ภายใต้โครงการ ‘Stop Hate For Profit’ โดยให้เหตุผลว่า Facebook นั้นปล่อยให้ Hate Speech เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ใช้งานและแบรนด์ต่างๆ กำลังเสื่อมศรัทธาลง ในฐานะที่ Facebook อาจกลายเป็นศูนย์โฆษณาชวนเชื่อแบบครบวงจร

 

  • Microsoft หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ประกาศปิดร้านค้าปลีก 83 สาขาทั่วโลกอย่างถาวร หลังจากพบว่าการให้บริการทางออนไลน์นั้นสามารถให้บริการได้ดีกว่าการบริการแบบออฟไลน์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Microsoft ประกาศปิดสาขาชั่วคราวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงบันทึกในรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสนี้กว่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 0.05 ดอลลาร์ของกำไรต่อหุ้น ส่งผลให้หุ้น Microsoft ปรับตัวลดลง 2% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่สายการบินนกสกู๊ต ซึ่งเป็นสายการบินร่วมทุนระหว่าง Scoot สิงคโปร์ และนกแอร์นั้น ประกาศเลิกกิจการเป็นที่เรียบร้อย หลังจากขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม จึงไม่เห็นหนทางฟื้นตัว และโอกาสเติบโตของสายการบินอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงต้องเลิกกิจการ

 

  • เจย์ อินส์ลี ผู้ว่าการรัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ แถลงเลื่อนแผนการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองระยะที่ 4 ออกไป เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในรัฐวอชิงตันยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ชะลอตัวไปก่อนหน้านี้ พร้อมกำชับว่าการตัดสินใจขั้นต่อไปจะอิงจากข้อมูลเป็นหลักเท่านั้น สอดคล้องกับท่าทีของรัฐมนตรีสาธารณสุขวอชิงตันที่ระบุว่า การผ่อนคลายมาตรการอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก

 

  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ออกรายงานประจำเดือนพฤษภาคมระบุว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนขยายตัว 6% แตะระดับ 582,340 ล้านหยวน ปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นำโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เคมีภัณฑ์ และพลังงาน สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัวหลังจากถูกกระทบจากโควิด-19 ในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตามหากคิดแบบนับตั้งแต่ต้นปี (Year to Date) กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนหดตัวถึง 19.3% (YoY)

 

ภาวะตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงจากความกังวลที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวหลังบางรัฐเริ่มกลับมาปิดระบบเศรษฐกิจอีกครั้งจากจำนวนผู้ติดโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลงเช่นกันจากความกังวลที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงออกมา

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากความกังวลที่เศรษฐกิจอาจยังไม่ฟื้นตัวในเร็วๆ นี้ ซึ่งส่งผลต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมัน และอาจทำให้เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดอีกครั้ง ด้านสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นจากความกังวลที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวไปอีกระยะจากโควิด-19 ที่ยังไม่ทีท่าสิ้นสุด ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 25015.55 ลดลง -730.05 (-2.84%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3009.05 ลดลง -74.71 (-2.42%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 9757.22 ลดลง -259.78 (-2.59%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 12089.39 ลดลง -88.48 (-0.73%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 6163.86 เพิ่มขึ้น 16.72 (0.27%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3204.17 ลดลง -14.74 (-0.46%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 19124.36 ลดลง -110.39 (-0.57%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 22512.08 เพิ่มขึ้น 252.29 (1.13%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 5904.1 เพิ่มขึ้น 86.4 (1.49%)
  • Shanghai อยู่ที่ 2979.55 เพิ่มขึ้น 8.93 (0.3%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 11813.53 เพิ่มขึ้น 19.52 (0.17%)
  • China A50 อยู่ที่ 13938.63 เพิ่มขึ้น 72.49 (0.52%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 24549.99 ลดลง -231.59 (-0.93%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 11660.67 เพิ่มขึ้น 48.31 (0.42%)
  • SET อยู่ที่ 1330.34 เพิ่มขึ้น 4.46 (0.34%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2134.65 เพิ่มขึ้น 22.28 (1.05%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 4904.09 เพิ่มขึ้น 7.36 (0.15%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 35171.27 เพิ่มขึ้น 329.17 (0.94%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 6191.84 เพิ่มขึ้น 73.58 (1.2%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 38.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.23 (-0.6%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 41.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.03 (-0.07%)
  • ราคาทองคำอยู่ที่ 1771.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 9.66 (0.55%)

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง: 

  • InfoQuest 
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories