×
400224

FOMC ชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัว แต่ยังอ่อนไหว, กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด เชื่อเศรษฐกิจหดตัวน้อยกว่าการคาดการณ์เดิม: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (24 ก.ย. 2563)

โดย FINNOMENA
24.09.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ โดยวันนี้สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 840,000 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 860,000 ราย โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 5 จากทิศทางการจ้างงานที่ฟื้นตัวขึ้นหลังการแพร่ะบาดของโควิด-19 ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายบ้านมือหนึ่งประจำเดือนสิงหาคมคาดว่าจะอยู่ที่ 895,000 หลัง ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 901,000 หลัง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 สืบเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำและความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว

 

  • เมื่อวานนี้ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้การกับรัฐสภาเป็นวันที่ 2 ระบุว่า การใช้นโยบายการคลังยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อให้ถึงระดับเป้าหมายเร็วมากขึ้น สอดคล้องกับ ริชาร์ด แคริดา รองประธาน Fed และ ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธาน Fed สาขาคลีฟแลนด์ และคณะกรรมการนโยบายการเงินที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง (FOMC Voter) ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดี แต่ยังไม่เท่ากับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังมีความอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนในระดับที่สูง

 

  • เมื่อวานนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในปัจจุบันและมาตรการทางการคลัง ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวน้อยกว่าการคาดการณ์เดิม และส่งผลต่อเนื่องไปยังอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มหดตัวน้อยกว่าตัวเลขเดิมเช่นเดียวกัน กนง. ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการฟื้นตัวสู่ระดับปกติ และยังคงมีความแตกต่างกันมากในรายกลุ่มอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ ทำให้รัฐบาลเป็นภาคส่วนสำคัญที่จะต้องเพิ่มเติมมาตรการเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดและทันเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น อาทิ การเสริมทักษะแรงงาน เป็นต้น

 

  • เมื่อวานนี้ Johnson & Johnson หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 แถลงว่า ได้เริ่มการทดลองวัคซีนระยะที่ 3 แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะเริ่มทดลองช้ากว่าบริษัทอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา แต่ระบุว่าแผนการทดลองของ Johnson & Johnson นั้นจะครอบคลุมอาสาสมัครมากกว่า 60,000 ราย โดยวัคซีนของ Johnson & Johnson ใช้ Adenovirus ในการนำยีนส์จากไวรัสโคโรนาเข้าสู่เซลล์ในร่างกายมนุษย์ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หากได้รับการติดเชื้อในเวลาต่อมา ทำให้ไม่ต้องเก็บในตู้แช่แข็งเหมือนวัคซีนของบริษัทอื่นๆ เมื่อประกอบกับขั้นตอนการฉีดวัคซีนของ Johnson & Johnson นั้นเป็นการฉีดแบบครั้งเดียว ต่างจากวัคซีนบริษัทอื่นๆ ที่ต้องฉีด 2 โดสในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้มีความสะดวกในการจัดเก็บ ซึ่งมีข้อได้เปรียบมากกว่าในการเก็บรักษาและจัดจำหน่าย

 

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 2 ในอังกฤษว่า แม้อังกฤษจะปิดเมืองอีกครั้ง แต่สหรัฐฯ จะไม่ทำเช่นนั้น เพราะสหรัฐฯ มีความเข้าใจและสามารถจัดการรับมือกับโควิด-19 ได้ พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง แม้รายงานจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ จะระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 200,000 รายแล้วก็ตาม โดยถือเป็นการเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าจำนวนทหารอเมริกันที่ได้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมกับสงครามในเวียดนาม และเป็นประเทศที่มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 61.09 รายต่อประชากร 100,000 ราย ซึ่งสูงเป็นอันดับ 11 ของโลก

 

สรุปภาวะตลาดวานนี้

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงหลังตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (Service PMI) ออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทที่ทำด้านบริการปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อาทิ Netflix และ Amazon ปรับตัวร่วงแรงจากแรงกดดันดังกล่าว รวมทั้งความล่าช้าของมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความคืบหน้า ส่งผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในสหรัฐฯ สวนทางกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวขึ้น แม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาอ่อนแอก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดหวังมาตรการใหม่ๆ ที่ทางรัฐบาลและธนาคารกลางจะผลักดันออกมา เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจโซนยุโรปจากภาวะชะลอตัว

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ และน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลง ซึ่งลดความกังวลว่าอาจเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ด้านสัญญาทองคำร่วงแรงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ รวมทั้งปัจจัยความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่อาจส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดการถือครองทองคำลง

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 26,763.13 ลดลง -525.05 (-1.92%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3,236.92 ลดลง -78.65 (-2.37%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 10,632.99 ลดลง -330.65 (-3.02%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 12,642.97 เพิ่มขึ้น 48.58 (0.39%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 5,899.26 เพิ่มขึ้น 69.8 (1.2%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3,180.11 เพิ่มขึ้น 15.98 (0.51%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 18,929.89 เพิ่มขึ้น 34.3 (0.18%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 23,346.49 ลดลง -13.81 (-0.06%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 5,923.9 เพิ่มขึ้น 139.8 (2.42%)
  • Shanghai อยู่ที่ 3,279.71 เพิ่มขึ้น 5.41 (0.17%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 13,110.07 เพิ่มขึ้น 86.64 (0.67%)
  • China A50 อยู่ที่ 15,361.27 เพิ่มขึ้น 5.05 (0.03%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 23,742.51 เพิ่มขึ้น 25.66 (0.11%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 12,583.88 ลดลง -61.63 (-0.49%)
  • SET อยู่ที่ 1,264.01 ลดลง -3.62 (-0.29%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2,333.24 เพิ่มขึ้น 0.65 (0.03%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 4,917.96 ลดลง -16.14 (-0.33%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 37,668.42 ลดลง -65.66 (-0.17%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 5,892.72 ลดลง -1.56 (-0.03%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 39.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.37 (-93%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 41.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.28 (-67%)
  • ราคาทองคำ อยู่ที่ 1,855.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง -49.24 (-259%)

 

Finnomena

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories