×

จับตาเลือกตั้งสหราชอาณาจักร, อัตราดอกเบี้ย Fed-ECB, จีนส่งออกไปสหรัฐฯ ร่วงกว่า 20%: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (9 ธ.ค. 2562)

โดย FINNOMENA
09.12.2019
  • LOADING...
FINNOMENA
  • จับตาตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ 1. GDP ไตรมาส 3/2019 ญี่ปุ่น คาดว่า จะขยายตัว 0.2% (QoQ) ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 2/2019 ที่ 0.3% (QoQ) จากภาวะการส่งออกที่ชะลอตัวเนื่องจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงทั่วโลก 2. ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ZEW เยอรมนี คาดว่า จะประกาศออกมาที่ 0.3 จุด เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 7 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในช่วง 6 เดือนข้างหน้า 3. ประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งคาดการณ์ว่า จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50-1.75% และ 0.00% ตามลำดับ เพื่อจับตาดูการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อต่อไป ก่อนที่จะเริ่มนโยบายการเงินอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางทั้งสองอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินท่าทีต่อไป

 

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตข้อความเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “เหตุใดธนาคารโลกจึงต้องปล่อยเงินกู้ให้กับจีน จีนมีเงินจำนวนมาก ธนาคารโลกต้องหยุดปล่อยกู้ให้กับจีน” ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารโลกเปิดเผยแผนการที่จะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1-1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ให้กับจีน ไปจนถึงปี 2568 อย่างไรก็ตาม การปล่อยเงินกู้ของธนาคารโลกต่อจีนนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของผู้ถือหุ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สหรัฐฯ 

 

  • จับตาการเลือกตั้งสหราชอาณาจักร สัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรมีกำหนดจัดตั้งการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 ธันวาคม 2019 โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ภายใต้การนำของ บอริส จอห์นสัน จะได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับที่ 1 และสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพมากกว่าเดิมที่เป็นสภาฯ เสียงข้างน้อยได้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถนำไปสู่การแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปได้ต่อไป ภายใต้กำหนดการเดิมที่ 31 มกราคม 2020

 

  • ตัวเลขการส่งออกของประเทศจีนเดือนพฤศจิกายนลดลง 1.1% (YoY) โดยที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลงถึง 23% ซึ่งลดลงมากที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลจากกรณีสงครามการค้าที่ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.7% สวนทางกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ทางการจีนเริ่มสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และถ้าดูข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2018 พบว่า จีนได้สั่งซื้อถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นมากถึง 41% ในขณะที่ตัวเลขเงินสำรองระหว่างประเทศของจีนล่าสุดลดลงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 3.096 ล้านล้านดอลลาร์

 

  • เอเชียยังไม่มั่นใจอิทธิพลจีน จากผลสำรวจจาก Pew Research แสดงให้เห็นว่า ประเทศในเอเชียต่างรู้สึกยินดีที่เศรษฐกิจจีนดีขึ้น แต่ยังคงขาดความเชื่อมั่นในบทบาทความเป็นผู้นำของจีนในภูมิภาค โดยสัดส่วนราว 45% ของกลุ่มประเทศในเอเชีย เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ นั้นต่างไม่มั่นใจนโยบายจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ขณะที่อีก 29% ยังคงมั่นใจ การที่ประเทศจีนมีอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจอย่างมากต่อประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ผลสำรวจแสดงชัดเจนว่า เศรษฐกิจของประเทศจีนดีขึ้น โดยประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น มองเป็นมุมมองเชิงบวก ในด้านการลงทุนของประเทศจีนในแถบเอเชีย มีเพียงฟิลิปปินส์ที่ให้มุมมองเรื่องดังกล่าวแบบกลางๆ 

 

สรุปภาพรวมตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา

  • กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานและอัตราค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงออกมาดีกว่าคาด สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones, S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากข่าวการเตรียมปรับลดภาษีสินค้านำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ของจีน ซึ่งสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนว่า สงครามการค้ามีแนวโน้มที่จะได้ข้อตกลงเฟส 1 เร็ววันนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเช่นกัน จากการคลายความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวจากผลกระทบกรณีสงครามการค้า

 

  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากกลุ่มกรณี OPEC ลดกำลังการผลิตลงอีก 5 แสนบาร์เรลต่อวัน รวมเป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ลดแรงกดดันในด้านสภาวะน้ำมันล้นตลาด ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงแรงจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 28015.06 เพิ่มขึ้น 337.27 (1.22%)
  • S&P500 ปิดที่ 3145.91 เพิ่มขึ้น 28.48 (0.91%)
  • Nasdaq ปิดที่ 8656.53 เพิ่มขึ้น 85.83 (1%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 13166.58 เพิ่มขึ้น 111.78 (0.86%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7239.66 เพิ่มขึ้น 101.81 (1.43%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3692.34 เพิ่มขึ้น 44.21 (1.21%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 23182.72 เพิ่มขึ้น 213.32 (0.93%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 23354.4 เพิ่มขึ้น 54.31 (0.23%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6707 เพิ่มขึ้น 24 (0.36%)
  • Shanghai ปิดที่ 2912.01 เพิ่มขึ้น 12.55 (0.43%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9878.62 เพิ่มขึ้น 79.55 (0.81%)
  • China A50 ปิดที่ 13830.16 เพิ่มขึ้น 86.55 (0.63%)
  • Hang Seng ปิดที่ 26498.37 เพิ่มขึ้น 281.33 (1.07%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11609.64 เพิ่มขึ้น 14.99 (0.13%)
  • SET ปิดที่ 1558.99 ลดลง -6.46 (-0.41%)
  • KOSPI ปิดที่ 2081.85 เพิ่มขึ้น 21.11 (1.02%)
  • IDX Composite ปิดที่ 6186.87 เพิ่มขึ้น 34.75 (0.56%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 40445.15 ลดลง -334.44 (-0.82%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 7801.72 เพิ่มขึ้น 10.81 (0.14%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 59.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.7 (1.2%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 64.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.98 (1.55%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1464.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง -18.55 (-1.25%)

finnomena in partnership

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories