×

ทรัมป์เซ็นคำสั่งประธานาธิบดี ดันมาตรการเยียวยา หลังสภาคองเกรสประชุมไม่ได้ข้อสรุป, แคนาดาโต้สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้ากว่า 2.7 พันล้าน: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (10 ส.ค. 2563)

โดย FINNOMENA
10.08.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ โดยวันนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ประจำเดือนมิถุนายน (U.S. JOLTs Job Openings) ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 5.3 ล้านตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 5.397 ล้านตำแหน่ง แต่ยังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

  • วานนี้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งพิเศษของฝ่ายบริหาร (Executive Order) เพื่อผลักดันมาตรการเยียวยาประชาชนสหรัฐฯ ระลอกที่ 2 จากวิกฤตโควิด-19 หลังจากการประชุมในรัฐสภาไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยมาตรการเยียวยาที่ถูกผลักดันออกมานั้น ประกอบไปด้วย 1. การขยายเวลาเงินช่วยเหลือคนว่างงาน (Expanded Unemployment Benefits) จำนวน 400 ดอลลาร์ต่อคนต่อสัปดาห์ (ลดลงจากมาตรการแรกที่ 600 ดอลลาร์) 2. การเลื่อนกำหนดจ่ายภาษีเงินเดือน (Temporary Payroll Tax Deferral) จาก 1 กันยายน ไปวันที่ 31 ธันวาคมนี้แทน 3. การป้องกันการขับไล่ออกจากที่พัก (Eviction Protection) และ 4. การช่วยเหลือเงินกู้ของนักเรียน (Student Loan Relief)

 

  • ศุกร์ที่ผ่านมา คริสเทีย ฟรีแลนด์ รองนายกรัฐมนตรีแคนาดา ออกแถลงการณ์ว่า แคนาดาเตรียมเดินหน้าตอบโต้สหรัฐฯ แบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์ จากการที่สหรัฐฯ สั่งเก็บภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมจากแคนาดาด้วยอัตราภาษี 10% และกำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ แม้จะมีข้อตกลงระหว่างกันในการยกเว้นภาษีสินค้ากลุ่มแร่ธรรมชาติที่บรรลุข้อตกลงในช่วงปี 2019 ก็ตาม ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และความไม่เป็นธรรมต่อตลาดอะลูมิเนียมในสหรัฐฯ 

 

  • วันเสาร์ที่ผ่านมา หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธและความสัมพันธ์ทางการทหารกับไต้หวัน หลังจากที่สหรัฐฯ มีแผนที่จะขายอาวุธให้ไต้หวันอีกครั้ง เนื่องจากท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ จะส่งผลให้เสถียรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวัน และจีนกับสหรัฐฯ ไม่มั่นคงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการขายอาวุธให้ไต้หวันนั้นยังเป็นการละเมิดอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของจีน และบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ซึ่งจีนคัดค้านเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

 

  • Wall Street Journal รายงานว่า Amazon ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจ E-Commerce ของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงการเจรจากับ Simon Property Group ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้อาคารเก่าของ J.C. Penny และ SEARs ที่ประสบปัญหาล้มละลายในช่วงที่ผ่านมา เป็นศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon ในอนาคต

 

ภาวะตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา

  • ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวขึ้นจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2563 แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มเป็นไปในทิศทางทีดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังมีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่เพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เซ็นคำสั่งแบนแอปฯ TikTok พร้อม WeChat เข้าไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ทำสัญญาต่างๆ กับ WeChat ปรับตัวลง ซึ่งลากดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงตามไปด้วย ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมทั้งในประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกาารณ์ไว้ บ่งชี้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาดีขึ้น

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากจำนวนผู้ติดโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจส่งผลให้เกิดมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง และส่งผลต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมันลดลง และอาจก่อให้เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาด ด้านสัญญาทองคำปรับตัวลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมไปถึงแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนหลังแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณกลับมาดีขึ้น

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 27433.48 เพิ่มขึ้น 46.5 (0.17%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3351.28 เพิ่มขึ้น 2.12 (0.06%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 11010.98 ลดลง -97.09 (-0.87%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 12674.88 เพิ่มขึ้น 83.2 (0.66%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 6032.18 เพิ่มขึ้น 5.24 (0.09%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3252.65 เพิ่มขึ้น 12.26 (0.38%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 19516.43 เพิ่มขึ้น 41.28 (0.21%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 22329.94 ลดลง -88.21 (-0.39%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 6004.8 ลดลง -37.4 (-0.62%)
  • Shanghai อยู่ที่ 3354.04 ลดลง -32.43 (-0.96%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 13648.5 ลดลง -214.63 (-1.55%)
  • China A50 อยู่ที่ 15199.34 ลดลง -133.75 (-0.87%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 24531.62 ลดลง -398.96 (-1.6%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 12828.87 ลดลง -84.63 (-0.66%)
  • SET อยู่ที่ 1324.4 ลดลง -8.82 (-0.66%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2351.67 เพิ่มขึ้น 9.06 (0.39%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 5143.89 ลดลง -34.38 (-0.66%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 38040.57 เพิ่มขึ้น 15.12 (0.04%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 5846.02 ลดลง -82.43 (-1.39%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 41.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.86 (-2.04%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 44.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.72 (-1.6%)
  • ราคาทองคำอยู่ที่ 2035.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง -34.25 (-1.66%)

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง: 

  • InfoQuest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories