วันนี้ (22 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงสถานการณ์การบริหารจัดการปุ๋ยว่า รัฐบาลได้ติดตามผลกระทบจากความไม่สงบในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ยืนยันควบคุมทั้งปริมาณไม่ให้ขาดแคลนและดูแลราคาให้เหมาะสม ล่าสุดเรือขนส่งปุ๋ยที่ติดอยู่ในช่องแคบสามารถเดินทางต่อได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำปรับเส้นทางขนถ่ายทางบกเพื่อลงเรือที่ทะเลแดงมุ่งหน้าสู่ไทย ทำให้ซัพพลายเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทย ปุ๋ยธงเขียว เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร ตั้งเป้ากระจายไป 40 จังหวัด (ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 6 จังหวัด) ไปจนถึงเดือนสิงหาคม ส่วนการควบคุมราคา กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีกับผู้ขายปุ๋ยเกินราคาไปแล้วกว่า 1,640 ราย พร้อมขอให้เกษตรกรช่วยแจ้งเบาะแสหากพบการเอาเปรียบ สำหรับแผนระยะยาวได้เตรียมโครงการแม่ปุ๋ยคนละครึ่งและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง สนับสนุนเงินกู้ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ใช้ปุ๋ยตรงตามสภาพดินและเพิ่มผลผลิต รวมถึงเจรจากับจีนและรัสเซียเพื่อเป็นแหล่งนำเข้าสำรอง
ด้าน เทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ระบุว่า สถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียเริ่มนำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว ขณะที่ผู้ผลิตในซาอุดีอาระเบียได้ปรับแผนขนส่งทางรถบรรทุกมายังท่าเรือทะเลแดงเพื่อส่งมาไทยต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มราคาเริ่มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มไนโตรเจนและยูเรีย ส่วนสูตร NP และ NPK ราคาหยุดนิ่งและมีโอกาสปรับลดลง ทั้งนี้ ราคาในประเทศจะทยอยปรับลงตามต้นทุนจริง แต่อาจไม่ลดลงทันทีเนื่องจากยังมีสต็อกต้นทุนเดิมอยู่ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาแน่นอน
ขณะที่ นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลอิหร่านยืนยันพร้อมสนับสนุนปุ๋ยยูเรียให้ไทยโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมพิเศษ (หัวคิว) เช่นเดียวกับรัสเซียที่พร้อมร่วมมือซื้อขายปุ๋ยเคมีในฐานะมิตรประเทศ จึงขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนก ปุ๋ยไม่ขาดแคลนแน่นอน ปัจจุบันถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว มียอดส่งออกและราคาสูงขึ้น ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรและฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ด้าน วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า หากเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ปุ๋ยยูเรียปรับขึ้นสูงสุดเฉลี่ย 60% ปุ๋ยฟอสเฟตปรับขึ้นเฉลี่ย 20% และโพแทสเซียมปรับขึ้น 0.2% ปัจจุบันราคายูเรียมีทิศทางลดลงชัดเจนที่สุด ทั้งนี้ กรมฯ ได้ติดตามสต็อกปุ๋ยจากผู้ประกอบการทุก 15 วัน ยืนยันว่ามีปุ๋ยทุกสูตรเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ลงรายละเอียดจำนวนสต็อกเชิงลึก เพื่อป้องกันการกักตุนเก็งกำไรจนเกิดราคาเทียม โดยกรมฯ จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และสมาคมต่างๆ เพื่อดูแลให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างเป็นธรรม


