×

จ้างมากเกินไป จนถึงจุดที่พนักงานไม่มีงานทำ! ผ่าต้นตอ ‘วิกฤต Fake Work ที่ Facebook’ เปิดที่มางานตบยุงและพายุเลิกจ้างของบิ๊กเทค

29.03.2023
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

2 MIN READ
  • ท่ามกลางกระแสข่าวการเลิกจ้างพนักงานของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก ชาวออนไลน์จำนวนหนึ่งตื่นใจกับการที่อดีตพนักงานบริษัทบิ๊กเทคออกมาเผยวัฒนธรรมในที่ทำงาน และแนวปฏิบัติเรื่องการจ้างงานสุดประหลาดที่พบเจอ โดย 2 รายล่าสุดระบุว่าเคยรับเงินเดือนจาก Meta แบบไม่ต้องทำงานอะไร หรือจะได้ทำก็ต่อเมื่อพนักงานออกไปไขว่คว้าหางานมาทำกันเอง แถมมีการวิเคราะห์กันไปใหญ่ว่าอาจเป็นแผนที่ Meta วางไว้กันท่า ไม่ให้บริษัทเทคโนโลยีอื่นชิงตัวพนักงานไปได้
  • ไม่ว่า Meta และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอื่นจะคิดแบบนี้จริงหรือไม่ แต่หนึ่งในความเห็นที่พิสูจน์ได้นั้นมาจากผู้บริหารบริษัท C3.ai สัญชาติอินเดีย ซึ่งบอกว่าบิ๊กเทคนั้นไม่ได้ตั้งใจจ้างคนมานั่งตบยุงเฉยๆ แต่การจ้างงานในช่วงที่ผ่านมานั้น ‘มากเกินไป’ จนถึงจุดที่พนักงานไม่มีงานทำ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการทำงานจากบ้านหรือ WFH ซึ่งเป็นภาวะที่ตรงกันข้ามกับบริษัทเทครายย่อมอย่าง C3.ai ซึ่งต้องคัดคนที่มาร่วมสมัครงานอย่างหนัก และบริษัทได้จ้างพนักงานเพียง 300 คน จากผู้สมัครถึง 4,000 คนในปีที่แล้ว
  • สถานการณ์ของ C3.ai เป็นตัวอย่างของผลกระทบจากพายุการเลิกจ้าง และยังเป็นสัญญาณที่บอกใบ้ว่าวิกฤต ‘Fake Work’ ใน Meta อาจมีผลต่อโลกธุรกิจได้เช่นกัน โดยเฉพาะมุมมองที่เชื่อว่าบริษัทไอทีจ่ายเงินให้พนักงานทำ ‘งานปลอม’ เพื่อจงใจขัดขวางไม่ให้พนักงานทำงานในโครงการที่มีความหมาย ก็มีโอกาสสร้างความไม่พอใจในพนักงานบริษัทอื่น และอาจเกิดเป็นความท้าทายในตลาดแรงงานอนาคตได้

สำนักข่าว The Independent ของอังกฤษรายงานเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาถึงกรณีของผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งชื่อ Maddie หรือ @maddie_macho อดีต HR ที่ดูแลการรับสมัครพนักงานของ Meta อ้างว่าได้รับค่าจ้างกว่า 190,000 ดอลลาร์ต่อปีโดย ‘ไม่ได้ทำงานอะไร’ เพราะบริษัทไม่มีแผนจ้างงานใครในช่วงนั้น ความประหลาดใจของ Maddie ยังเพิ่มขึ้นเมื่อต้องใช้เวลาในการเรียนรู้งาน และเข้าร่วมการประชุมทีมหลายครั้งแบบไม่รู้จะประชุมไปทำไม 

 

เมื่อวิดีโอ TikTok ของ Maddie ที่บรรยายการทำงานใน Meta กลายเป็นไวรัล Maddie ถูกตักเตือนเกี่ยวกับโพสต์ ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบวิดีโอ Maddie ก็ลาออกจากงานในช่วง 1 วันก่อนที่เธอจะถูกบอกเลิกจ้างอย่างเป็นทางการ

 

ผู้ใช้ TikTok หลายคนเสียดายเวลาของ Maddie ที่ Meta ในขณะที่บางคนแสดงจุดยืนว่ามีประสบการณ์รับเงินเดือนจากการทำงานเพียงเล็กน้อยเช่นกัน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

Fake Work จ่ายจริงแต่ไม่ได้ทำงาน 

 

นอกจาก Maddie ยังมีกรณีของ Britney Levy อดีตพนักงาน Meta ที่ยืนยันว่าเป็นความจริงที่บริษัทบิ๊กเทคจ่ายเงินให้พนักงานเพื่อทำ ‘งานปลอม’ หรือ Fake Work โดย Levy บอกว่าเธอถูกจ้างให้ทำงานในตำแหน่งแปลกประหลาด และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ไม่มีผลงาน

 

Levy รู้สึกว่า Meta กำลังจ้างคนเพื่อให้บริษัทอื่นๆ ไม่สามารถชิงแรงงานไปได้ และ ‘กักตุน’ พนักงานเอาไว้เหมือนการสะสม ‘การ์ดโปเกมอน’ ซึ่งแม้ว่าการได้รับค่าจ้างให้ทำงานเล็กน้อยอาจฟังดูเป็นงานในฝันสำหรับบางคน แต่สำหรับ Levy เธอเชื่อว่ามีคนไม่กี่คนใน Meta ที่มีความสุขในสถานการณ์แบบนี้

 

Levy ยังเล่าอีกว่าได้พูดคุยกับพนักงานหลายคนที่ผิดหวังกับภาวะไม่มีงาน ทั้งที่แต่ละคนมีความสามารถทำประโยชน์ให้ Meta ได้ โดยบางคนรู้สึกว่า Meta จงใจขวางโอกาสในอาชีพการงาน และมีการแจ้งพนักงานให้ไม่ต้องทำงาน ในขณะที่คนอื่นๆ ก็พยายามปกป้องงานของตัวเอง ส่วนตัว Levy เองนั้นต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายในการทำงาน โดยเธอพยายามดิ้นรนขออนุญาตจากผู้บริหารระดับสูงในการติดต่อผู้สมัครงานด้วย

 

ความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 สาวถูกโยงเข้ากับข่าวการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากของ Meta ทันที โดยล่าสุด Meta ประกาศปลดพนักงานอีก 10,000 คนหลังจากลดตำแหน่งงานลง 13% ในช่วงปลายปี 2565 

 

 

ด้าน Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Meta ต้นสังกัด Facebook ให้เหตุผลที่มาของแผนปรับโครงสร้างว่า Meta ต้องการทำให้ปี 2023 เป็น ‘ปีแห่งประสิทธิภาพ’ ซึ่งอาจมีความหมายอีกด้านถึงการลดจำนวนพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพลง

 

เหตุผลที่แท้จริง

 

ในขณะที่ Zuckerberg ไม่พูดตรงๆ แต่ Thomas Siebel ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท C3.ai ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่แบบครบวงจรสัญชาติอินเดีย นั้นออกมาพูดแทนให้ว่า Meta และ Google ตกอยู่ในภาวะจ้างงานมากเกินไปจนพนักงานไม่มีงานทำในช่วงที่เปิดโอกาสให้ทำงานจากที่บ้าน 

 

เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้ง Meta, Google, Amazon, Microsoft และ Twitter ประกาศปลดพนักงานนับหมื่นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แรงงานจำนวนมากจึงแข่งขันกันสมัครงานกับบริษัทไอทีอื่น โดยเฉพาะบริษัทด้าน AI ที่ทำให้กระบวนการจ้างงานของบริษัท AI มีการแข่งขันสูงมาก

 

ยกตัวอย่างเช่นบริษัท C3.ai บริษัทตัดสินใจจ้างพนักงานเพียง 300 คนจากผู้สมัคร 4,000 คนในปีที่แล้ว และไม่เพียง C3.ai แต่ OpenAI ก็เป็นอีกองค์กรที่มีข่าวว่าวางยุทธศาสตร์ด้านบุคลากร โดยยึดที่การอ้าแขนรับอดีตทีมงานบิ๊กเทคคอมพานีเป็นหลัก ซึ่งแม้ปรากฏการณ์นี้จะดูเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่แท้จริงแล้วยังมีเงามืดที่อาจส่งผลต่อวงการเทคคอมพานีในระยะยาว

 

ผลกระทบของวิกฤต Fake Work ที่มีต่อภาพรวมธุรกิจโลกนั้นซับซ้อนและมีหลายแง่มุม แต่มุมที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือจุดดำเรื่องชื่อเสียงและความไว้วางใจ เนื่องจากข่าวมากมายแสดงถึงหลักปฏิบัติในการจ้างงานของ Meta ในเชิงลบ 

 

ซึ่งทั้งกระแส ‘งานปลอม’ และการปลดพนักงานหลายพันคนอาจไม่เพียงทำลายชื่อเสียงของบริษัท แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวมด้วย เพราะอาจไม่มั่นใจว่าบริษัทเทคคอมพานีจะมีงานที่มีความหมายและโอกาสก้าวหน้าในอาชีพหรือไม่

 

 

สำหรับกรณีของ Meta กระแสข่าวมากมายอาจทำให้พนักงานปัจจุบันหมดกำลังใจ  และท้ายที่สุดอาจส่งผลเสียต่อทั้งประสิทธิภาพการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น Meta และทุกบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับนโยบายบริษัทไม่น้อยกว่า 3 ส่วน ก่อนที่จะสายเกินไป

 

3 ส่วนนี้คือการกำหนดตำแหน่งงานที่มีความหมาย การมีส่วนร่วมของพนักงาน และหลักปฏิบัติในการจ้างงานอย่างมีจริยธรรม ซึ่งใครทำได้ดีก็ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising