×

‘สรรพสามิต’ รับโจทย์คลังปรับโครงสร้างภาษีเพิ่มรายได้ ย้ำไม่ออกภาษีใหม่

14.04.2021
  • LOADING...
‘สรรพสามิต’ รับโจทย์คลังปรับโครงสร้างภาษีเพิ่มรายได้ ย้ำไม่ออกภาษีใหม่

ยิ่งเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ยิ่งทำให้รัฐต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดรัฐบาลเลยตั้งโจทย์ใหญ่ให้กระทรวงการคลังคือการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อหารายได้ให้พอกับรายจ่ายที่รัฐอยากจะใช้

 

ลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า โจทย์การปฏิรูปโครงสร้างภาษีที่รัฐบาลส่งต่อให้กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตก็รับเรื่องและอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ในภาพรวมจะปรับให้โครงสร้างภาษีมีความทันสมัย ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันมากที่สุด และต้องทำอย่างรอบด้าน ขณะนี้เริ่มจัดกลุ่มภาษีต่างๆ จากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว 

 

ทั้งนี้โจทย์การปฏิรูปภาษีสรรพสามิตก็คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในปี 2564 แต่จะปรับภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ทำให้ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาในการออกภาษีประเภทใหม่

 

“การปรับมาตรการทางภาษีต้องเลือกให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นการออกภาษีใหม่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม โดยที่ผ่านมาแม้จะมีการเตรียมการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ เช่น ภาษีความเค็ม ซึ่งทำเกือบเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม”

 

นอกจากนี้กรณีภาษีความหวาน ทางกรมสรรพสามิตเสนอเรื่องถึงกระทรวงการคลังให้พิจารณาเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีตามขั้นบันไดที่จะขึ้นในปี 2564 ออกไปก่อน (ยังไม่มีการพิจารณาว่าจะเลื่อนนานเท่าใด) เพราะมองว่ากลุ่มผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งนี้แต่ละปีกรมฯ มีรายได้จากการเก็บภาษีความหวานระยะที่สองเฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านบาท 

 

ขณะที่ภาษีเบียร์ 0% นั้น ทางกรมฯ จัดเก็บภาษีในพิกัดอัตราภาษีของเครื่องดื่มอยู่แล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ทั้งการศึกษาในแง่มุมต่างๆ แต่ภาษีหมวดนี้ยังไม่ได้ออกมาในเร็ววันนี้ 

 

นอกจากนี้ด้านภาษีกัญชา กรมฯ อยู่ระหว่างการศึกษาและต้องรอความชัดเจนว่าการใช้กัญชาเชิงพาณิชย์จะเป็นอย่างไร โดยปัจจุบันกฎหมายอนุญาตให้การปรุงอาหารสดด้วยกัญชาไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต แต่หากมีการบรรจุขวด กล่อง กระป๋อง ซึ่งก็จะเข้าการจัดเก็บภาษี แต่ยังต้องศึกษาและพิจารณาเพิ่มเติมทั้งในมุมอุตสาหกรรมด้วย

 

“ส่วนภาษีบาปก็ต้องปรับให้ดีกว่าเดิม ซึ่งจะไม่ใช่แค่การขึ้นภาษี มันทำได้ง่ายเกินไป แต่จะต้องดูผลกระทบด้านอื่นๆ ด้วย”

 

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีของกรมฯ ในช่วง 6 เดือน (ปีงบประมาณ) เป็นที่พอใจ และเป็นไปตามเป้าหมายภาษีระยะสั้นที่มีการปรับตามสถานการณ์ทุก 3 เดือน แต่หากเทียบกับเป้าหมายการเก็บภาษีที่ตั้งไว้ก่อนจะเกิดโควิด-19 อาจจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2564 มองว่าการจัดเก็บภาษีของกรมฯ จะปรับตัวดีขึ้นจากภาษีน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วจะเก็บได้ปีละ 230,000 ล้านบาท ทำให้คาดว่ากรมฯ จะเก็บภาษีปีนี้ได้มากกว่าเป้าหมายเล็กน้อย

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories