×

EVEANDBOY เปิดตัว Kylie Cosmetics เอาใจสาวกเมกอัพ เติมเต็ม Exclusive Brands ปั้นยอดขาย 23 ล้านชิ้น

28.05.2024
  • LOADING...
EVEANDBOY

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดเครื่องสำอางในไทยร้อนแรงมาก เป็นโอกาสให้ EVEANDBOY บิวตี้สโตร์สัญชาติไทยที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 20 ปี เติบโตขึ้นทุกปี ด้วยจุดแข็งที่มีสินค้าครอบคลุมสารพัดตั้งแต่ใบหน้าจรดเท้า ทั้งแบรนด์ไทยและเคาน์เตอร์แบรนด์ ราคาเข้าถึงง่าย จนในปีที่ผ่านมาสร้างยอดขายได้มากถึง 23 ล้านชิ้น

 

ถึงวันนี้เทรนด์ตลาดเครื่องสำอางและความงามเติบโต 11.6% มูลค่ารวม 258,275 ล้านบาท กลุ่มที่โตมากที่สุดคือกลุ่มเมกอัพ ตามด้วยสกินแคร์ และน้ำหอม เป็นผลมาจากหลังโควิดคนทุกช่วงอายุให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองมากขึ้น 

 

“แต่การทำตลาดนั้นไม่ง่าย ด้วยคู่แข่งร้านบิวตี้สโตร์ที่กระจายกันอยู่ทุกมุมเมือง แถมยังเจอความท้าทายจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนเร็วมาก ถ้าเทียบกับสมัยก่อนสินค้าจะอยู่นานถึง 6 เดือน แต่ตอนนี้ภายใน 1 เดือนก็มีสินค้าตัวใหม่เข้ามาแล้ว ดังนั้นเราต้องปรับตัวให้ทันต่อเทรนด์ในตลาด ความได้เปรียบของเราอยู่ที่การบริหารจัดการสต็อกสินค้า” หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด กล่าว

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

แม้วันนี้ EVEANDBOYจะมีสินค้าในร้านกว่า 1 แสนรายการทั้งแบรนด์ไทยและเคาน์เตอร์แบรนด์ดังจากต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่หยุดมองหาแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า พยายามสร้างจุดแข็งให้มีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์มากที่สุด

 

ล่าสุดได้เปิดตัว Kylie Cosmetics เข้ามาเป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ล่าสุด มีผลิตภัณฑ์เมกอัพทั้งลิปสติก, แป้ง, รองพื้น, คอนซีลเลอร์, อายไลเนอร์, มาสคาร่า รวมทั้งน้ำหอมด้วย

 

หิรัญเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะ Kylie Cosmetics ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทำให้ปัจจุบัน EVEANDBOYมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 1,000 รายการ หรือประมาณ 30 แบรนด์

 

แม่ทัพใหญ่ EVEANDBOYยังบอกอีกว่า ก่อนที่แบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟจะเข้ามาร่วมงาน ก็จะมีการพิจารณายอดขายและภาพลักษณ์สโตร์ มีความพรีเมียมหรือเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากน้อยแค่ไหน 

 

แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นมีจุดแข็งอยู่แล้ว โดยกลุ่มลูกค้าหลักๆ มีทั้ง Gen Y และ Gen Z โดยลูกค้ากว่า 50% เป็นกลุ่มอายุ 25-30 ปี เป็นวัยทำงานที่มียอดซื้อต่อบิลสูง ขณะที่กลุ่มลูกค้า 18-24 ปีมียอดใช้จ่ายต่อบิลน้อยกว่า แต่มีความถี่ในการซื้อสูงเฉลี่ย 5 ครั้งต่อปี ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้หลายๆ แบรนด์อยากมาร่วมงานกับเรา

 

ต่อจากนี้จะได้เห็นมูฟเมนต์ใหม่ๆ ที่ไม่เพียงแค่สินค้าเท่านั้น แต่จะเป็นการทำตลาดที่เข้มข้นในหลายมิติ เพื่อรักษาฐานลูกเดิมเอาไว้ และอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ต้องโฟกัสมากขึ้นคือ ระบบ Loyalty Program เปิดให้สมาชิกสะสมแต้มเพื่อแลกซื้อสินค้า และในปีนี้เตรียมเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก โดยปัจจุบันมีฐานสมาชิกอยู่ในระบบ 2 ล้านคน

 

เรียกได้ว่าไม่หยุดสร้างการเติบโต โดยปัจจุบัน EVEANDBOYมีสาขากว่า 30 สาขา ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด และในอนาคตก็วางแผนเปิดร้านในรูปแบบใหม่ๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับทราฟฟิกในแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าไม่เหมือนกัน 

 

พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์คอนเซปต์ใหม่พื้นที่ 1,000 ตารางเมตรที่สยามสแควร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าร้านปกติทั่วไปถึง 2 เท่าตัว สิ่งที่น่าสนใจของร้านโมเดลใหม่นี้ได้จัดวางและนำเสนอสินค้าแบบ Mix Brand Category เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้ทดลองสินค้า

 

สรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปิดรับเทรนด์การแต่งหน้าและสีสันใหม่ๆ มากขึ้น ปัจจุบัน EVEANDBOYมีสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์แบ่งเป็นกลุ่มสกินแคร์ 35% กลุ่มเมกอัพ 33% น้ำหอม 14% และอื่นๆ 18%

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising