ร่างกฎหมาย Terminally Ill Adults (End of Life) ซึ่งเสนอให้การ “การุณยฆาต” ถูกกฎหมายในอังกฤษ ไม่สามารถผ่าน ‘สภาขุนนาง’ ได้ทันเวลา ก่อนปิดสมัยประชุม จึงส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องตกไปโดยอัตโนมัติ เมื่อ 24 เมษายนที่ผ่านมา
สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหาที่เสนอให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีอายุขัย ‘ไม่เกิน 6 เดือน’ สามารถยื่นขอรับการช่วยให้เสียชีวิตได้ โดยต้องได้รับการอนุมัติจากแพทย์ 2 คน และคณะผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาสามัญชน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2025 ที่ผ่านมา
สาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกฎหมายล่าช้าและต้องตกไปคือ มีการเสนอแก้ไขเนื้อหาในกฎหมายมากกว่า 1,200 รายการ โดยฝ่ายสนับสนุนร่างกฎหมายชี้ว่ารายการแก้ไขกว่า 800 ครั้งมาจากสมาชิกสภาขุนนางเพียง 7 คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งถูกมองว่าเป็น ‘ทางตัน’ ที่จงใจยืดเวลา โดยหลังจากกฎหมายได้ตกไป สมาชิกสภากว่า 200 คน ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อกล่าวโทษว่าสาเหตุที่ร่างกฎหมายไม่ผ่าน มาจากกลยุทธ์การถ่วงเวลาที่เจตนาของสมาชิกสภาขุนนางส่วนน้อยที่คัดค้าน
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กฎหมายผ่านไม่ทันกรอบเวลาคือ ระเบียบของสภาซึ่งระบุไว้ว่า ร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. ที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี กำหนดให้สามารถอภิปรายได้เฉพาะวันศุกร์ จึงยิ่งทำให้โอกาสในการผ่านกฎหมายมีจำกัดภายในระยะเวลาที่กระชั้นชิด
คิม ลีดบีตเตอร์ สส.พรรคเลเบอร์ ผู้เสนอร่างกฎหมายในสภาสามัญชน ยืนยันว่าฝ่ายสนับสนุนจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แม้อาจต้องมีผู้เสนอร่างคนใหม่ในสมัยประชุมถัดไป พร้อมชี้ว่ากระแสโลกกำลังเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน และผลสำรวจในสหราชอาณาจักรสะท้อนว่าประชาชนจำนวนมากสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้
ลีดบีตเตอร์กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายถูกทำให้ล้มโดยฝ่ายคัดค้านที่ไม่จริงใจ และไม่มีวันลงคะแนนสนับสนุนไม่ว่าร่างจะถูกแก้ไขอย่างไร พร้อมแสดงความเห็นว่า “นี่ไม่ใช่สิ่งที่ประชาธิปไตยควรเป็น” พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าร่างกฎหมายถูกฝ่ายรัฐบาลเร่งรัดให้ผ่านมากเกินไป
ในขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว เช่น กลุ่ม Care Not Killing ได้ชี้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าว “ไม่ปลอดภัยและไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง” พร้อมวิจารณ์ว่าร่างกฎหมายเต็มไปด้วยช่องโหว่ ขณะที่กลุ่ม Christian Medical Fellowship ระบุว่า “กฎหมายไม่สามารถสร้างระบบการช่วยฆ่าตัวตายที่ปลอดภัย เป็นธรรม และไม่ก่อให้เกิดแรงกดดันที่ไม่เหมาะสมต่อกลุ่มเปราะบางได้”
หากมองมาที่เขตปกครองตนเองของอังกฤษอย่าง เจอร์ซีย์ (Jersey) และ ไอล์ออฟแมน (Isle of Man) ได้ผ่านกฎหมายลักษณะเดียวกันแล้ว และอยู่ระหว่างรอการรับรองจากพระมหากษัตริย์ ขณะที่ใน สกอตแลนด์ รัฐสภาท้องถิ่นได้ปฏิเสธร่างกฎหมายในประเด็นเดียวกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างอย่างชัดเจนในประเด็น ‘สิทธิในการตาย’ ซึ่งแม้จะถูกผลักดันในหลายประเทศทั่วโลก แต่ในสหราชอาณาจักรยังเผชิญแรงต้านจากสมาชิกบางกลุ่มในสังคมอย่างหนัก และมีแนวโน้มว่าจะกลับมาเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้งในอนาคตอันใกล้
แฟ้มภาพ: Wiktor Szymanowicz / Future Publishing via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/4/24/uk-bill-allowing-terminally-ill-to-end-their-own-lives-obstructed
- https://www.theguardian.com/society/2026/apr/24/assisted-dying-bill-will-not-become-law-after-it-falls-in-the-house-of-lords?utm_.com
- https://www.euronews.com/my-europe/2026/04/24/uk-house-of-lords-accused-of-obstructionism-as-time-runs-out-on-assisted-dying-bill


