วันนี้ (14 กันยายน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกร้อง 77 ราย หลัง กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2567
กกต. ระบุว่า สำนวนดังกล่าวมีผู้ร้อง 67 คน ผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน และมีเอกสารประกอบสำนวน 75,722 หน้า ก่อนที่ กกต. จะพิจารณาสำนวนรวม 11 ครั้ง ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน – 28 สิงหาคม 2569 และลงมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569
สำหรับผู้ถูกร้อง 77 รายที่ กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา จำแนกเป็น
- สว. ซึ่งดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง 26 ราย
- ผู้มีสิทธิเลือก สว. ซึ่งไม่ใช่ สว. หรือบุคคลในบัญชีสำรอง 36 ราย
- บุคคลอื่น 15 ราย
- สมาชิกวุฒิสภาสำรอง 0 ราย
- กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 0 ราย
- ข้อกล่าวหาที่ กกต. มีมติให้ยื่นคำร้อง แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ
ส่วนแรกคือข้อกล่าวหาที่ 3 ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กรณี แนะนำตัวไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด
กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องในข้อกล่าวหานี้กับผู้ถูกร้อง 36 ราย จำแนกเป็น สว. 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 ราย และบุคคลอื่น 9 ราย
ส่วนที่สองคือข้อกล่าวหาที่ 4-7 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ การเลี้ยงหรือรับว่าจะจัดเลี้ยง การเรียกหรือรับผลประโยชน์เพื่อสมัครหรือไม่สมัคร และการเรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือผลประโยชน์เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด
กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องในข้อกล่าวหาที่ 4-7 กับผู้ถูกร้องทั้ง 77 ราย โดยรายชื่อ 36 รายในข้อกล่าวหาที่ 3 เป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อ 77 รายนี้ ไม่ใช่ผู้ถูกร้องคนละชุดที่ต้องนำตัวเลขมารวมกัน
สำหรับข้อกล่าวหาที่ 1 ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ว่าด้วยกรณีนักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือผู้สมัคร และข้อกล่าวหาที่ 2 ตามมาตรา 76 วรรคสอง ว่าด้วยกรณีผู้สมัครยินยอมให้นักการเมืองช่วยเหลือ กกต. มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกากับผู้ใด
รายชื่อ สว. 26 ราย ซึ่งปรากฏอยู่ในทั้งข้อกล่าวหาที่ 3 และข้อกล่าวหาที่ 4-7 ประกอบด้วย
1.พล.อ. สวัสดิ์ ทัศนา ผู้ถูกร้องลำดับที่ 6
2.พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย ผู้ถูกร้องลำดับที่ 8
3.เศก จุลเกษร ผู้ถูกร้องลำดับที่ 10
4.วิวัฒน์ รุ้งแก้ว ผู้ถูกร้องลำดับที่ 17
5.สุเทพ สังข์วิเศษ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 18
6.นงลักษณ์ ก้านเขียว ผู้ถูกร้องลำดับที่ 25
7.สมศักดิ์ จันทร์แก้ว ผู้ถูกร้องลำดับที่ 29
8.เตชสิทธิ์ ชูแก้ว ผู้ถูกร้องลำดับที่ 35
9.มาเรีย เผ่าประทาน ผู้ถูกร้องลำดับที่ 37
10.ยะโก๊ป หีมละ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 38
11.เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 43
12.ชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้ถูกร้องลำดับที่ 50
13.นิพนธ์ เอกวานิช ผู้ถูกร้องลำดับที่ 56
14.โสภณ มะโนมะยา ผู้ถูกร้องลำดับที่ 63
15.พ.ต.ท. สง่า ส่งมหาชัย ผู้ถูกร้องลำดับที่ 65
16.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ผู้ถูกร้องลำดับที่ 84
17.อัจฉรพรรณ หอมรส ผู้ถูกร้องลำดับที่ 94
18.สมหมาย ศรีจันทร์ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 102
19.วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ผู้ถูกร้องลำดับที่ 104
20.วิเชียร ชัยสถาพร ผู้ถูกร้องลำดับที่ 108
21.นิรุตติ สุทธินนท์ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 111
22.สากล ภูลศิริกุล ผู้ถูกร้องลำดับที่ 114
23.ภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 115
24.สิทธิกร ธงยศ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 127
25.อลงกต วรกี ผู้ถูกร้องลำดับที่ 134
26.ณัฐกิตติ์ หนูรอด ผู้ถูกร้องลำดับที่ 135
ส่วนผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 ราย ซึ่งอยู่ในข้อกล่าวหาที่ 3 คือ อาทร โยธา ผู้ถูกร้องลำดับที่ 216
ขณะที่ ‘บุคคลอื่น’ 9 ราย ซึ่งอยู่ในข้อกล่าวหาที่ 3 และข้อกล่าวหาที่ 4-7 ประกอบด้วย
1.สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 207 หรือ โกเกียรติ นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูล และนักธุรกิจในจังหวัดสตูล มีบทบาทในกิจการประมง อาหารทะเล การขนส่ง และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งเป็นบิดาของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย
2.สมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 208 ปัจจุบันเป็น สส.สุโขทัย เขต 4 พรรคภูมิใจไทย
3.วิรัช บัวคง ผู้ถูกร้องลำดับที่ 209 ปรากฏชื่อเป็นเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย และเคยดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลเมืองสวรรคโลก
4.วาริน ชิณวงศ์ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 211 หรือ นายกน้ำ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นเคยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกรรมการหอการค้าไทย และเคยลงสมัคร สส. ในนามพรรคสร้างอนาคตไทย
5.ศุภชัย โพธิ์สุ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 213 หรือ ครูแก้ว และ สหายแสง อดีต สส.นครพนมหลายสมัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
6.ปริญญา ธรเสนา ผู้ถูกร้องลำดับที่ 214 ปรากฏชื่อในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือสำนักงาน สกสค. จังหวัดนครพนม และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
7.ภูวัสโรดม แสงแก้ว ผู้ถูกร้องลำดับที่ 219
8.อธิวัฒน์ มนตรี ผู้ถูกร้องลำดับที่ 220 ข้อมูลที่ iLaw รวบรวมระบุว่าเป็นทีมงานของ วาริน ชิณวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช
9. รุ่งรัฏฏิกาล โพธิ์ไกร ผู้ถูกร้องลำดับที่ 226 เคยปรากฏชื่อเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ซึ่งมี ชีวะภาพ ชีวะธรรม เป็นประธานกรรมาธิการ และมีรายงานว่าเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ฟอเรสต์ แอนด์ แลนด์ จำกัด
ข้อสังเกตคือ แม้เอกสารสรุปมติ กกต. จะระบุว่า กลุ่มกรรมการบริหารพรรค สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกยื่นคำร้องมีจำนวน 0 ราย แต่ในบัญชีรายชื่อกลับจัดสมเจตน์ ซึ่งปัจจุบันเป็น สส. ไว้ในประเภทบุคคลอื่น โดยเอกสารของ กกต. ไม่ได้อธิบายเกณฑ์หรือวันที่ใช้ตัดสถานะดังกล่าว
ส่วนผู้ถูกร้องเพิ่มเติมในข้อกล่าวหาที่ 4-7 ซึ่งไม่ได้อยู่ในข้อกล่าวหาที่ 3 มีอีก 41 ราย แบ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือก สว. 35 ราย และบุคคลอื่น 6 ราย
ผู้มีสิทธิเลือก สว. เพิ่มเติม 35 ราย ได้แก่
1.ปริญญา แสนไชย ลำดับที่ 144
2.เดือนเพ็ญ พุ่มผลงาม ลำดับที่ 145
3.พิเชษฐ์ เสถียรวรพงศ์ ลำดับที่ 146
4.วชิรญา วงษ์โสมะ ลำดับที่ 147
5.จำนง ฉางข้าวชัย ลำดับที่ 148
6.เชวงศักดิ์ สุพัฒน์แก้ว ลำดับที่ 150
7.โกศล สงรักษ์ ลำดับที่ 151
8.เมธา หมานพัฒน์ ลำดับที่ 152
9.กนกศักดิ์ บุญรัตน์ ลำดับที่ 153
10.เชาวลิตร พระเลิศ ลำดับที่ 154
11.ทัศนีย์ อินทวิเศษ ลำดับที่ 155
12.โกวิทย์ สินกลิน ลำดับที่ 156
13.ศุรดา เดชจันทร์แสง ลำดับที่ 157
14.สุนิเชต สุพัฒน์แก้ว ลำดับที่ 158
15.รำพรรณ พวงพุ่ม ลำดับที่ 163
16.อรปรียา วงศ์ปันติ ลำดับที่ 164
17.อับดลเหล๊าะ เต๊ะหละ ลำดับที่ 172
18.อำนาจ กิติโชติ ลำดับที่ 174
19.ปรีชา วิเศษสินธุ์ ลำดับที่ 175
20.ผกามาศ ตันธนะสาร ลำดับที่ 178
21.สนั่น ไพโรจน์ ลำดับที่ 179
22.พินัย วรรณทอง ลำดับที่ 182
23.นิรันดร์ บัวศิริ ลำดับที่ 183
24.วีระ สุดสังข์ ลำดับที่ 184
25.พ.ต.อ. ชินโชติ พึ่งแสง ลำดับที่ 186
26.สมศักดิ์ บุญตี ลำดับที่ 330
27.เกรียงไกร ศักดี ลำดับที่ 371
28.ธัญรัตน์ สุวรรณพรหม ลำดับที่ 416
29.สุมาลัย ทรงแสงฤทธิ์ ลำดับที่ 417
30.ปิยลักษณ์ ศิลาแดง ลำดับที่ 418
31.สมโภช อ้วนดี ลำดับที่ 422
32.กิติศักดิ์ จำปา ลำดับที่ 423
33.นพพร พรหมจันทร์ ลำดับที่ 424
34.ประพจน์ วงศ์ล่าม ลำดับที่ 425
35.บรรจบ พรมสา ลำดับที่ 426
ส่วนบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีก 6 ราย ได้แก่
1.วงศกร ชนะกิจ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 210 อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งปี 2566
2.สุบิน ศักดา ผู้ถูกร้องลำดับที่ 212 ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นผู้ช่วยของ พิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย
3.ภัณนิภา ผาสุก ผู้ถูกร้องลำดับที่ 221 ภรรยาของ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกร้อง 26 ราย
4.วรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร ผู้ถูกร้องลำดับที่ 224 นักธุรกิจซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในข้อมูลการตรวจสอบเส้นทางการเงินของสำนวน
5.นิสิตา หมั่นไชย ผู้ถูกร้องลำดับที่ 225 มีข้อมูลว่าเป็นเสมียนพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6
6.ภณิดาทิพย์ เต็งวงษ์วัฒนะ ผู้ถูกร้องลำดับที่ 427 ภรรยาของ ภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ สว.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกร้อง 26 ราย
สำหรับลำดับการดำเนินคดี กกต. ระบุว่า DSI ส่งผลการสืบสวนมายัง กกต. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 โดยข้อมูลเบื้องต้นกล่าวถึงพฤติการณ์จัดกลุ่มผู้สมัคร กำหนดค่าตอบแทน นัดหมายผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศเพื่อจัดทำโพย จ่ายเงินมัดจำ และจัดเตรียมการเดินทางไปยังสถานที่เลือก สว.
วันที่ 18 มีนาคม 2568 กกต. มีมติให้ดำเนินการไต่สวน และวันที่ 19 มีนาคม 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26
วันที่ 15 กันยายน 2568 รองเลขาธิการ กกต. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. จัดทำความเห็นเสนอ ก่อนที่ กกต. จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ในวันที่ 16 กันยายน 2568
คณะอนุกรรมการฯ จัดทำความเห็นเสนอ กกต. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 จากนั้นประธาน กกต. สั่งนำสำนวนเข้าสู่ที่ประชุมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ก่อนพิจารณาสำนวนรวม 11 ครั้ง และลงมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569
หลังจากนี้ กกต. ต้องจัดทำคำวินิจฉัยและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 60 วัน
สำหรับ สว. ที่มีรายชื่อเป็นผู้ถูกร้องจะยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จากมติ กกต. ทันที แต่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และหยุดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
หากศาลฎีกาพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด สมาชิกภาพของ สว. รายดังกล่าวจะสิ้นสุดลงนับจากวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เลื่อนผู้มีชื่อในบัญชีสำรองของกลุ่มเดียวกันขึ้นดำรงตำแหน่งแทนตามลำดับ
ทั้งนี้ มติของ กกต. เป็นการเริ่มต้นกระบวนการยื่นคำร้องและดำเนินคดี ไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ถูกร้องกระทำความผิด ผู้ถูกร้องทั้ง 77 รายยังมีสิทธิต่อสู้และนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และต้องถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด


