วานนี้( 17 กันยายน ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. โดยระบุว่า กฎหมายฉบับนี้คือกลไกสำคัญในการสร้างความปลอดภัยภายในครอบครัว และเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการแก้ปัญหาวิกฤตประชากรไทย
พิชชารัตน์กล่าวถึงสถานการณ์ที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเด็กเกิดน้อย โดยมักมีคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากสร้างครอบครัวหรือมีบุตรมากขึ้น รวมถึงควรให้เงินอุดหนุนเป็นจำนวนเท่าใด แต่ก่อนจะตั้งคำถามกับประชาชน ประเทศไทยควรย้อนกลับมาทบทวนว่า ได้สร้างสังคมที่ปลอดภัยเพียงพอให้คนคนหนึ่งพร้อมสร้างครอบครัวและมีบุตรแล้วหรือไม่
“วันนี้ประเทศไทยกำลังพูดถึงวิกฤตเด็กเกิดน้อย เรามักถามกันว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากสร้างครอบครัว อยากมีลูกมากขึ้น หรือจะให้เงินอุดหนุนเท่าไร แต่ดิฉันคิดว่าก่อนที่เราจะถามประชาชนว่าทำไมคุณถึงไม่อยากมีลูก เราอาจต้องถามตัวเองก่อนว่า ประเทศไทยได้สร้างสังคมที่ปลอดภัยเพียงพอให้คนคนหนึ่งพร้อมที่จะสร้างครอบครัวและมีลูกแล้วหรือยัง” พิชชารัตน์กล่าว
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยเปลี่ยนกรอบความคิดที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งเคยมองว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัว ไปสู่การสร้างสังคมที่ทุกคนตื่นตัว ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และไม่เพิกเฉยเมื่อพบเห็นความรุนแรง ขณะเดียวกัน กฎหมายต้องวางมาตรการเชิงรุกและสร้างระบบที่สามารถเข้าถึงผู้ถูกกระทำได้ โดยไม่ผลักภาระให้ผู้ถูกกระทำต้องเป็นฝ่ายรวบรวมความกล้าเพื่อเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือเพียงลำพัง รัฐต้องสร้างระบบที่สามารถเดินเข้าไปหาผู้ถูกกระทำได้ในวันที่พวกเขายังมีความหวาดกลัวและสับสน
ในช่วงท้าย พิชชารัตน์ย้ำว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องไม่กลายเป็นเพียง ‘เสือกระดาษ’ ภาครัฐจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และระบบประสานงานระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง บุคลากรทางการแพทย์ นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสิทธิที่บัญญัติไว้ในกฎหมายจะมีความหมายอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับสิทธินั้นในชีวิตประจำวัน


