คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดการประชุมในเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (14 กันยายน) เพื่อลงมติในสำนวนการไต่สวนคดีข้อกล่าวหาการสมยอมหรือฮั้วในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนถึง 229 คน ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันจำนวน 138 คน รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน บุคคลในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน รวมถึง สว. สำรองและผู้สมัคร สว. อีก 50 คน
สำนักงาน กกต. จะจัดให้มีการแถลงข่าวผลการลงมติอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี
การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันและการจับตาจากภาคประชาสังคมและหน่วยงานการเมือง โดยพรรคฝ่ายค้านและโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้แสดงจุดยืนเรียกร้องให้ กกต. มีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ขณะเดียวกัน สถานการณ์มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลา 3 วันก่อนการลงมติ ได้ปรากฏเอกสารพยานในคดีหลุดรอดออกมาสู่สาธารณะ เอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือขอกลับคำให้การที่ส่งถึงประธาน กกต. ซึ่งลงเลขรับวันที่ 30 ตุลาคม 2568 โดยเนื้อหาระบุข้อกล่าวอ้างว่าพยานถูกข่มขู่และล่อลวงให้ให้การซัดทอดความผิดไปยังแกนนำพรรคภูมิใจไทย
สอดคล้องกับบริบทการร้องเรียนให้ตรวจสอบวินัยร้ายแรงต่อข้าราชการระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่มีส่วนร่วมในการสอบสวนก่อนหน้านี้
สำหรับการประเมินแนวทางการวินิจฉัยของ กกต. มีความเป็นไปได้ใน 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ แนวทางแรก คือการมีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกา ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 แนวทางที่สอง คือการยกคำร้องและไม่ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 และแนวทางที่สาม คือการพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาบางส่วน
เพื่อรองรับสถานการณ์ในวันตัดสินคดี สำนักงาน กกต. ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการนำรั้วเหล็กมาติดตั้งเพื่อจำกัดขอบเขตพื้นที่อย่างชัดเจน พร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องรวมจำนวน 200 นาย เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ ได้กำหนดระเบียบการเข้าพื้นที่อย่างรัดกุม
โดยอนุญาตเฉพาะสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าพื้นที่ภายในสำนักงาน กกต. ก่อนเวลาแถลงข่าวเท่านั้น สำหรับสื่อมวลชนที่ไม่ได้ลงทะเบียน ผู้สังเกตการณ์ และบุคคลภายนอก จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในพื้นที่แถลงข่าว แต่สามารถติดตามการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์วงจรปิดที่จัดเตรียมไว้บริเวณภายนอกสำนักงาน กกต. บริเวณประตู 1 ทิศตะวันออก ของอาคารบีแทน






