×
Menu
273368

สรรพากรจับมือตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มบริการชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์รับยุค 4.0

25.07.2019
  • LOADING...
e-stamp

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ให้ข้อมูลว่ากรมสรรพากรผลักดันการทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบเพื่อสนับสนุน e-Business โดยมีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้ให้บริการรายแรกของประเทศ นอกจากนี้ทางกรมสรรพากรได้เพิ่มการให้บริการชำระอากรแสตมป์ทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 5 ตราสาร ได้แก่ 1. จ้างทำของ 2. กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร 3. ใบมอบอำนาจ 4. ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ประชุมของบริษัท และ 5. ค้ำประกัน

 

โดยตราสารอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 5 ประเภทสามารถยื่นขอชำระอากรได้ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรและทาง Application Programming Interface (API) ซึ่งผู้เสียอากรสามารถยื่นขอชำระอากรด้วยตนเองหรือผ่านผู้ให้บริการให้เป็นผู้ชำระอากรแทนก็ได้ โดยได้เปิดให้บริการชำระอากรแสตมป์ทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะสามารถชำระอากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนการจัดทำเอกสารด้วยกระดาษ ลดปัญหาการคำนวณมูลค่าอากรแสตมป์ผิดพลาดได้

 

ส่วนการชำระผ่านผู้ให้บริการ กรมสรรพากรได้จับมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระอากรแสตมป์ทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นรายแรก โดยร่วมพัฒนาเชื่อมต่อระบบการนำส่งข้อมูลตราสารอิเล็กทรอนิกส์ทาง API ที่มีปริมาณข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าบริษัท ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค จำกัด (FinNet) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้บริการชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นรายแรกแล้ว โดยชำระอากรแสตมป์โดยเรียกใช้ชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นต้นแบบของการเป็นพันธมิตรระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

 

ระบบการทำงานของ FinNet จะเชื่อมต่อกับกรมสรรพากร โดยผู้ใช้บริการจะได้รหัสรับรองการชำระอากรแสตมป์ผ่านระบบออนไลน์หลังจากทำการชำระค่าอากรแสตมป์ไปใช้อ้างอิงในเอกสารสัญญาเพื่อให้สัญญามีผลทางกฎหมาย โดยเริ่มเปิดให้บริการสำหรับธุรกรรม 3 ประเภท ได้แก่ 1. การมอบฉันทะเข้าประชุมผู้ถือหุ้น 2. การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และ 3. การกู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ และจะขยายไปยังธุรกรรมทุกประเภทในปี 2563 ในลำดับต่อไป ระบบ FinNet จะให้บริการระบบเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัลไอดี ประกอบกับบริการอื่นด้านการชำระเงินที่จะเปิดตัวในช่วงที่เหลือของปีนี้ 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR