×

DSI ขยายผลปมนอมินีภูเก็ต ‘สส.สมชาติ’ หอบหลักฐานแจงเส้นทางเงิน ยันบริษัทรับเป็นแค่ที่ปรึกษากฎหมาย

โดย THE STANDARD TEAM
02.10.2026
  • LOADING...
สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณี DSI ตรวจสอบปมนอมินีภูเก็ต

วันนี้ (2 ตุลาคม) ความคืบหน้ากรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบขบวนการนอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดแทนชาวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ได้เปิดเผยถึงผลการเข้าให้ปากคำของ สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่เดินทางเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้นำพยานเอกสารเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการประกอบธุรกิจ

 

จากการสอบปากคำ สมชาติยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของสำนักงานกฎหมายที่ถูกกล่าวถึงจริง แต่ชี้แจงว่าบทบาทหลักของบริษัทคือการให้บริการเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย’ ไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นนอมินีตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต พร้อมกันนี้ได้ให้ความร่วมมือในการส่งมอบข้อมูลสำคัญ ทั้งงบการเงินและแหล่งที่มาของเงินทุน เพื่อให้พนักงานสืบสวนนำไปประกอบการพิจารณา โดยสมชาติยังระบุว่า หาก DSI ต้องการพยานหลักฐานหรือเอกสารประเด็นใดเพิ่มเติม ตนก็พร้อมประสานงานและนำเข้าชี้แจงทันที

 

ขณะนี้ DSI อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลทั้งหมด ทั้งคำให้การของพยานปากอื่นและเอกสารหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่าจะเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องนี้เป็น ‘คดีพิเศษ’ หรือไม่ โดยหัวใจสำคัญของการสืบสวนคือการตรวจสอบว่า มีบุคคลหรือนิติบุคคลใดมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการถือหุ้นและการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจจริง หรือมุ่งเน้นเพียงการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงร่วมกับชาวต่างชาติ

 

รายงานข่าวจากภายใน DSI ระบุเพิ่มเติมว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการขยายผลภาพรวมในจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบเครือข่ายสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีที่มีพฤติการณ์รับจ้างจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนอมินีให้คนต่างด้าว โดยใช้ชื่อลูกจ้างหรือคนไทยถือหุ้นแทน ซึ่งที่ผ่านมา DSI เคยลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่ามี เกือบ 100 บริษัทที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และบริการ ซึ่งครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายสิบล้านบาท

 

ทั้งนี้ พนักงานสืบสวนยังพุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ในการทำธุรกรรม โดยพบว่าขบวนการเหล่านี้มักใช้วิธี เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นทางทะเบียน เพื่อโอนกรรมสิทธิ์หรือขายอสังหาริมทรัพย์ แทนการทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์ผ่านสำนักงานที่ดินตามปกติ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมมหาศาล ดีเอสไอจึงเตรียมเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการที่คนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทเอกชนเหล่านี้ เพื่อทลายขบวนการที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising