วันนี้ (24 สิงหาคม) พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำเอกสารหลักฐานสำนวนคดีของชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ในความผิดในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ พ.ร.บ.ฟอกเงิน อั้งยี่ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยสำนวนมีจำนวน 6 หลัง 30 แฟ้ม กว่า 12,000 หน้า มายื่นต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร พร้อมความเห็นสมควรส่งฟ้อง
ชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รับทราบข้อกล่าวหาในชั้นอัยการ ทั้งได้เตรียมเอกสารร้องขอความเป็นธรรม โดยมีจำนวน 9 ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ร้องขอความเป็นธรรมใน DSI ไปเบื้องต้นแล้ว “ด้วยความที่เราแอบหวั่นๆ จึงมาร้องอัยการและเพิ่มประเด็น” หวังว่าหน่วยงานที่ตนเองให้ความเชื่อมั่น จะช่วยตรวจสอบเอกสารร้องขอความเป็นธรรม และให้การช่วยตรวจสอบ ถึงหลักฐานต่างๆ
ส่วนการแจ้งข้อหาการมีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้นหนักใจหรือไม่และเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างไร ชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ก็ยังไม่ทราบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร
ส่วนประเด็นเรื่องการใช้เอกสิทธิ์ คุ้มครอง สส. เนื่องจากพรุ่งนี้ (25 สิงหาคม) จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา ชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า การสั่งฟ้องไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. การคุ้มครองเป็นในชั้นสอบสวนและการออกหมายเรียกเท่านั้น ยืนยันตนไม่ได้มีอะไรเหนือกว่าคนอื่น
เมื่อถามก็ว่าก่อนหน้านี้ก็โดนคดีที่ศาลแขวงและยังมาโดนคดีที่อัยการอีก มองว่ามีว่ามีนัยยะอะไรสำคัญหรือไม่ ชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เราได้พิสูจน์ตัวเองได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะได้หมดข้อคอรหาของสังคมว่าใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองซึ่งความจริงไม่เคยใช้เลย ตนเองเป็นประชาชนคนนึงที่อยู่ภายใต้กฎหมาย ก็ต่อสู้กันไป และหวังว่าหลายหน่วยงานจะมองเห็นในสิ่งที่พยายามพิสูจน์ตนเอง
“ ตอนนี้ชีวิตก็เหมือนพายุฝนที่โหมกระหน่ำ แต่ด้วยความเป็นนักสู้ก็ต้องค่อยๆแก้ไปแต่ก็เชื่อมั่น ในสิ่งที่ทำมาทุกอย่าง เหมือนที่เคยบอกไปว่าประเทศไทยเป็นระบบกล่าวหา การกล่าวหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่าทำความผิดก็กล่าวหาไว้ก่อนได้ แต่เมื่ออยู่ในกระบวนการชั้นศาลก็ต้องปราศจากข้อสงสัย”
ภาพ: แพรพลอย เลิศรักษ์กุล









