คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าจะต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่
วันนี้ (17 กรกฎาคม) คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมี เกียรติพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธาน ได้จัดการประชุมวาระสำคัญเพื่อพิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าจะต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่
ภายหลังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งหากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติชี้ขาดว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย จะส่งผลให้ นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ในทันที
โดยบรรยากาศการประชุมในครั้งนี้เป็นไปอย่างรัดกุมและกำหนดให้เป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าฟังหรือบันทึกภาพภายในห้องประชุม พร้อมทั้งมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาหลายนายมาเฝ้าดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้าห้องประชุมอย่างเข้มงวด
ในระหว่างการประชุม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐานสำคัญต่อคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อยืนยันว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยพยานหลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ นพ.สรณ จะลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2565 ถึง 12 เมษายน 2565
ซึ่งอ้างอิงจากเอกสารการเสียภาษี ภ.ง.ด.90 การรับเงินรายได้จากมหาวิทยาลัย และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยลูกจ้างเงินรายได้ พ.ศ. 2561 ที่ระบุชัดเจนว่าลูกจ้างชั่วคราวครอบคลุมถึงลูกจ้างรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมง การรับตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงจึงถือเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การปฏิบัติหน้าที่แพทย์ในโรงพยาบาลรามาธิบดีจะต้องผ่านการสมัครและได้รับอนุญาตตามระบบ ไม่สามารถอ้างการเป็นแพทย์จิตอาสาเพื่อเข้าตรวจรักษาผู้ป่วยได้โดยพลการ
นอกจากประเด็นการเป็นลูกจ้างของรัฐแล้ว นพ.สุภัทร ยังได้นำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมที่ระบุว่า นพ.สรณ มีตารางตรวจคนไข้ประจำในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี รวมถึงมีข้อมูลปรากฏบนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลสมิติเวชว่ามีการออกตรวจในวันอาทิตย์ และเว็บไซต์โรงพยาบาลพระราม 9 ที่ระบุการออกตรวจในวันเสาร์ ซึ่งปัจจุบันข้อมูลบนเว็บไซต์เหล่านี้ได้ถูกลบออกไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีประเด็นที่ นพ.สรณ ได้สมัครและได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ เพียงหนึ่งวันก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. โดยไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการลาออกในทันที แต่กลับทำหนังสือขอชะลอการตัดสินใจเพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ก่อนที่จะทำการดึงเรื่องกลับในภายหลัง ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจเป็นเพราะทราบแนวโน้มว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความไปในทิศทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
ตอนท้ายของการยื่นหนังสือ นพ.สุภัทร ได้แสดงความคาดหวังว่า คณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณาหลักฐานที่มีความชัดเจนทั้งหมดและมีมติชี้ขาดเป็นที่สิ้นสุดในวันนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการลงมติอย่างเปิดเผยโปร่งใส เพื่อยุติปัญหาความคลุมเครือที่ยืดเยื้อคาราคาซังมาเป็นเวลาหลายปี และเพื่อให้องค์กร กสทช. สามารถเดินหน้าปฏิบัติภารกิจในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่อไปได้อย่างราบรื่นไร้ข้อกังขา


