วันนี้(9 กันยายน) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค และตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงาน กสทช. เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาการประชุมบอร์ด กสทช. ที่ล่มอย่างต่อเนื่อง โดยมี รัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ ผู้อำนวยการส่วนประจำสำนักงาน และรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ
เป้าหมายสำคัญของการยื่นหนังสือในครั้งนี้ คือการขอให้สำนักงาน กสทช. แจ้ง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และเรียกร้องให้สำนักงานฯ อำนวยความสะดวกแก่กรรมการที่เหลืออีก 6 คน ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิ์ตามกฎหมายคนละ 1 เสียง ให้สามารถดำเนินการประชุมและลงมติในวาระที่คั่งค้างกว่า 148 เรื่องได้
สุภิญญาระบุว่า กสทช. ในฐานะองค์กรอิสระ ไม่ควรตกอยู่ในสภาพที่ประชุมล่มซ้ำซากจนไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้ หากประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ กรรมการที่เหลือซึ่งมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งย่อมมีอำนาจตามกฎหมายในการประชุมต่อ โดยเฉพาะประเด็นเร่งด่วนอย่างอนาคตของโทรทัศน์ดิจิทัลที่มีการลงทุนโครงข่ายไปแล้วมหาศาลและถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ
“ขณะนี้อนาคตของดิจิทัลทีวีอยู่ในภาวะเหมือนผู้ป่วยในห้องไอซียู กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนเปรียบเสมือนแพทย์ที่พร้อมเข้าไปรักษา แต่สำนักงานกลับเป็นผู้ขวางไม่เปิดทางให้ จึงขอเรียกร้องให้เปิดทางเพื่อให้กรรมการสามารถทำหน้าที่ได้โดยเร็ว” สุภิญญากล่าว
ขณะที่ เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ที่ระบุว่า กรรมการทั้ง 6 คนสามารถหาทางออกตามกฎหมายได้ด้วยการเลือกประธานชั่วคราวเพื่อเดินหน้าวาระค้าง พร้อมยกกรณีเทียบเคียงในปี 2560 ที่ตำแหน่งประธาน กสทช. ว่างลง กรรมการที่เหลือก็สามารถนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อเลือกประธานคนใหม่ได้ในวันถัดมาโดยที่องค์กรไม่สะดุดลง
เมธายังเรียกร้องให้กรรมการ กสทช. โดยเฉพาะกรรมการด้านกฎหมาย ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์นี้ และขอให้สำนักงานฯ ทำงานอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ปัญหาภายในกระทบต่อส่วนรวม
ด้านผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ชาคริต ดิเรกวัฒนะชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลกำลังจะหมดอายุลงในปี 2572 ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีโรดแมปที่ชัดเจนจาก กสทช. เพื่อวางแผนการดำเนินงาน ความมั่นคงของทีวีดิจิทัลไม่ได้สำคัญแค่ในเชิงธุรกิจ แต่ยังเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับประชาชนโดยเฉพาะในยามภัยพิบัติ เนื่องจากเป็นช่องทางที่เข้าถึงได้ฟรีโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต
ชาคริตย้ำทิ้งท้ายว่า ตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึง กสทช. แล้วถึง 2 ครั้ง แต่เรื่องยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรมเนื่องจากปัญหาการประชุมล่ม จึงขอเรียกร้องให้ กสทช. เร่งกลับมาทำหน้าที่พิจารณาวาระสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในระยะยาว


