×
Menu
124261

ด่าอิหร่าน ชมเกาหลีเหนือ คำต่อคำ สปีช โดนัลด์ ทรัมป์ บนเวทีประชุมสมัชชาใหญ่ UN

26.09.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • เป็นอีกครั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้เวทีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในการประกาศจุดยืนชาตินิยมและต่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์
  • ทรัมป์กล่าวหาว่า คณะผู้นำอิหร่านกำลังบ่อนทำลายและสร้างความโกลาหลไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็โจมตีจีนว่าเอาเปรียบการค้าสหรัฐฯ ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง พร้อมประกาศกร้าวว่าสหรัฐฯ จะไม่ทนกับพฤติกรรมเช่นนี้อีกต่อไป
  • เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ทรัมป์กล่าวชมบนเวที UN ปีนี้ ทั้งที่ปีที่แล้วทรัมป์เพิ่งเรียกคิมจองอึนว่า ‘มนุษย์จรวด’ เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้นำเกาหลีเหนือสั่งการให้ทดสอบขีปนาวุธจนเกิดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีอยู่เนืองๆ

การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เปิดฉากขึ้นที่นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ UN ขณะที่สายตาทั่วโลกจับจ้องไปที่ผู้นำของหลายประเทศที่ทยอยขึ้นพูดแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับประเด็นร้อนในมิติการเมือง และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

 

หนึ่งในผู้ที่ถูกจับตาที่สุดหนีไม่พ้น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่กรณีในปัญหาพิพาทกับหลายประเทศในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการค้ากับจีน ประเด็นการเมืองกับรัสเซีย ประเด็นสิ่งแวดล้อมกับยุโรป หรือแม้แต่ประเด็นนิวเคลียร์กับอิหร่าน

 

เขาพูดประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้างในเวที UN ครั้งนี้ THE STANDARD ได้รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว

 

 

จุดยืนความเป็นชาตินิยมที่เข้มข้น

โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มต้นสปีชในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติปีนี้ว่า ทุกคนที่มาที่นี่ในวันนี้ล้วนเป็นผู้แทนทางการทูตของวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผู้คนผูกพันกันด้วยความทรงจำ แบบแผนประเพณี และคุณค่า ซึ่งทำให้แผ่นดินแม่ของพวกเราแตกต่างจากที่อื่นๆ บนโลกใบนี้

 

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสหรัฐอเมริกาจึงเลือกเสรีภาพและความร่วมมือ เหนือรัฐบาลต่างชาติ การควบคุมและการครอบงำ ผมเคารพสิทธิของทุกประเทศในห้องประชุมนี้หากพวกเขาต้องการยึดถือขนบ ความเชื่อ และประเพณีของพวกเขา เพราะสหรัฐอเมริกาจะไม่สอนคุณว่าจะดำรงชีวิตอย่างไร ทำงานอย่างไร หรือนับถืออย่างไร เราแค่ขอให้คุณเคารพในอำนาจอธิปไตยของเรากลับคืน

 

ทรัมป์กล่าวเสริมว่า “อเมริกาปกครองโดยชาวอเมริกัน และปฏิเสธแนวคิดส่งเสริมโลกาภิวัตน์”

 

คำพูดของทรัมป์เป็นการตอกย้ำนโยบาย ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ และจุดยืนต่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์ โดยก่อนหน้านี้เขาพยายามให้สหรัฐฯ ลดบทบาทและข้อผูกมัดในองค์การระหว่างประเทศ เช่น ตัดงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานของสหประชาชาติที่ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งหันหลังให้กับข้อตกลงปารีสว่าด้วยการแก้ปัญหาโลกร้อน เนื่องจากเห็นว่าอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ จะเสียประโยชน์ รวมถึงเมื่อเร็วๆ นี้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่าจะคว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ หากดำเนินคดีกับทหารและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอเมริกันจากกรณีทรมานนักโทษในอัฟกานิสถาน

 

ผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องมาก่อน

ทรัมป์พูดถึงข้อตกลงการค้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เคยทำในอดีตว่าเป็นข้อตกลงที่บกพร่องและเลวร้าย ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องฉีกข้อตกลงและเจรจากับประเทศคู่ค้าใหม่อีกครั้ง แต่ทรัมป์เชื่อว่าหลายประเทศจะยอมรับโดยดุษณีว่าระบบการค้าโลกที่มีอยู่จำเป็นต้องถูกยกเครื่องใหม่

 

เขายังใช้เวทีนี้กล่าวโจมตีจีนว่า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและเอารัดเอาเปรียบสหรัฐฯ ในทางการค้าด้วยแนวปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง

 

“เราจะไม่ยอมทนกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้อีกต่อไป” ทรัมป์กล่าว

 

“เราจะไม่ปล่อยให้แรงงานของเราตกเป็นเหยื่อ หรือปล่อยให้บริษัทของเราถูกโกงอีกต่อไป”

 

อย่างไรก็ตาม ประมุขแห่งทำเนียบขาวย้ำว่าเขายังคงเคารพรักในตัวประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน แต่อเมริกาจะยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติก่อนเสมอ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนตึงเครียดสุดขีด หลังคณะบริหารของทรัมป์เพิ่งประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีกับสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านเหรียญเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้จีนออกมาตอบโต้ทันควันด้วยมาตรการภาษีมูลค่า 60,000 ล้านเหรียญ

 

คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าทิศทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร แม้ว่าสองประเทศมหาอำนาจจะพยายามยุติปัญหาบนโต๊ะเจรจาเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายจนควบคุมไม่ได้ แต่จีนระบุว่าจะเจรจากันอย่างไรในเมื่อสหรัฐฯ เอามีดจ่อที่คออยู่

 

 

ชมเปาะเกาหลีเหนือทำจริงตามที่พูด

ทรัมป์ยกย่องสิ่งที่เกาหลีเหนือทำในช่วงหลังว่าน่าชื่นใจ เพราะเกาหลีเหนือทำให้เห็นความคืบหน้าจากข้อตกลงในที่ประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับคิมจองอึนที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายน โดยสองฝ่ายตกลงกันว่าจะปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ และสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรอย่างถาวร

 

“นับตั้งแต่การประชุมซัมมิตครั้งนั้น เราต่างเห็นว่าเกาหลีเหนือได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ที่น่าชื่นชม บางอย่างอยู่นอกเหนือสิ่งที่เราคาดคิด เพราะจากนี้ไปขีปนาวุธและจรวดจะไม่บินร่อนไปทั่วทุกสารทิศอีก ขณะที่การทดสอบนิวเคลียร์ก็หยุดชะงักลง ฐานทัพบางแห่งถูกรื้อถอน นักโทษชาวอเมริกันได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังรับปากว่าจะส่งศพทหารวีรบุรุษของสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตในสงครามเกาหลีกลับคืนสู่มาตุภูมิอีกด้วย

 

ทรัมป์ยังกล่าวขอบคุณคิมจองอึนในสิ่งที่เกาหลีเหนือทำ รวมถึงขอบคุณคนอื่นๆ ที่ช่วยให้มีวันนี้

 

“ผมอยากกล่าวขอบคุณรัฐสมาชิก (UN) หลายประเทศที่ช่วยให้เราก้าวไปถึงช่วงเวลานี้ได้ ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ผู้คนจะเข้าใจ” ทรัมป์กล่าว

 

หากใครยังจำได้ ในเวทีประชุม UN เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์เรียกคิมจองอึนว่า ‘Rocket Man’ หรือมนุษย์จรวด เพราะไม่พอใจที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข่มขู่จนสร้างความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีอยู่เนืองๆ

 

จวกอิหร่านบ่อนทำลายภูมิภาค

ทรัมป์พูดเสมอว่าอิหร่านไม่มีความจริงใจที่จะยุติโครงการนิวเคลียร์ ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านจัดทำร่วมกับ 6 ชาติมหาอำนาจ รวมถึงสหรัฐฯ ในยุคของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เพราะเขาพบช่องโหว่มากมายในข้อตกลงฉบับนั้น และเชื่อว่าไม่สามารถหยุดยั้งอิหร่านในการพัฒนาขีปนาวุธได้จริง

 

ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานร้าวฉานหนักขึ้นไปอีก หลังคณะผู้นำอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์กราดยิงในงานสวนสนามของกองทัพอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ทรัมป์กล่าวหาคณะผู้นำอิหร่านว่ากำลังสร้างความโกลาหล ทำให้ผู้คนล้มตาย และบ่อนทำลายภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

นอกจากนี้เขายังยืนกรานว่า การที่สหรัฐฯ หันหลังให้กับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

 

คว่ำบาตรเวเนซุเอลา

ทรัมป์ยังใช้เวที UN ประกาศคว่ำบาตรประเทศเวเนซุเอลา พร้อมกับเรียกร้องให้นานาประเทศช่วยกันกดดันรัฐบาลเวเนซุเอลา ให้ฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศ

 

 

ให้ความช่วยเหลือกับประเทศที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ เท่านั้น

ถึงแม้ทรัมป์ขู่ตัดเงินช่วยเหลือองค์การระหว่างประเทศ แต่เขาย้ำว่างบประมาณที่จัดสรรเพื่อให้ความช่วยเหลือในต่างประเทศยังคงมีอยู่ แต่เขาจะมอบให้กับประเทศที่เคารพสหรัฐฯ และ “เป็นมิตรกับเราอย่างเปิดเผย” เท่านั้น

 

ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ จะทบทวนเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือที่มอบให้องค์การระหว่างประเทศอย่างถี่ถ้วน เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประโยชน์กลับคืนเพียงน้อยนิด แต่จากนี้ไปสหรัฐฯ จะประเมินว่า ประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือและการคุ้มครองจากสหรัฐฯ เหล่านั้นให้ความสำคัญกับผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด

 

“เราจะมอบความช่วยเหลือแก่ประเทศที่เคารพเรา และเป็นเพื่อนกับเราอย่างเปิดเผยเท่านั้น และเราก็คาดหวังว่าประเทศอื่นๆ (ที่รับความคุ้มครองจากสหรัฐฯ) จะจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันประเทศอย่างเท่าเทียมกัน” ทรัมป์กล่าว

 

นอกจากนี้ทรัมป์ยังประกาศปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการต่างๆ ขององค์การระหว่างประเทศด้วย

 

ถ้าประเทศอื่นๆ กลับมายิ่งใหญ่ได้ ปัญหาผู้อพยพจะหมดไป

หนึ่งในนโยบายเรือธงของทรัมป์คือ ‘Make America Great Again’ หรือทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยนโยบายนี้ยึดโยงอยู่กับแนวคิดต่อต้านผู้อพยพต่างชาติ ซึ่งถูกมองว่าเข้ามาแย่งงานชาวอเมริกัน และทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงขึ้น

 

ทรัมป์กล่าวว่า วิกฤตผู้อพยพทั่วโลกสามารถแก้ไขได้โดยการทำให้ทุกประเทศ ‘กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง’

 

“รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ลงนามในข้อตกลงแก้ปัญหาผู้อพยพระดับนานาชาติ เพราะแต่ละประเทศควรมีนโยบายของตนเอง

 

“วิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ประชาชนอพยพหนีจากประเทศบ้านเกิดของพวกเขาก็คือการทำให้ประเทศของพวกเขากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ทรัมป์สำทับ “และการจะทำเช่นนั้นได้ ประเทศต่างๆ จะต้องปกป้องรักษาชายแดน และทำลายแก๊งอาชญากรรมให้หมดไป”

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR