×

กสถ. ส่ง 5,814 รายชื่อสอบผิดปกติให้ ก.กลาง ชี้ขาดเพิกถอนบรรจุ 23 ก.ค.

โดย THE STANDARD TEAM
15.07.2026
  • LOADING...
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (15 กรกฎาคม) เวลา 13.15 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 8/2569 ว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและมีความห่วงใยต่อกรณีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น พร้อมกำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน

 

อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ วันชัย จันทร์พร ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง รวมถึงกรรมการหลายคน

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบคะแนนดิบและคะแนนที่ประกาศผลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันจนพบผู้สอบที่มีคะแนนผิดปกติรวม 5,814 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนประมาณ 3,000 กว่าราย กลุ่มที่สอง ผู้ที่มีคะแนนดีอยู่แล้ว แต่คะแนนเพิ่มขึ้นอีกอย่างผิดปกติประมาณ 1,000 กว่าราย และกลุ่มที่สาม ผู้ที่มีคะแนนต่างกันเพียง 1 คะแนน แต่เอกสารกระดาษคำตอบไม่ชัดเจน ประมาณ 400 กว่าราย

 

อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นควรส่งรายชื่อทั้ง 5,814 ราย ให้ ก.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย พิจารณาว่าจะดำเนินการเพิกถอนการบรรจุหรือไม่ พร้อมย้ำว่า ก.กลาง เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้

 

ส่วนการประชุมของ 3 ก. ได้แก่ ก.อบจ. ก.เทศบาล และ ก.อบต. ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะมีมติเพิกถอนเลยหรือไม่นั้น อรรษิษฐ์ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุมหลังได้รับข้อมูลทั้งหมด ขณะที่คำสั่งเพิกถอนในขั้นสุดท้าย จะต้องดำเนินการโดยนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้สอบแต่ละรายได้รับการบรรจุ

 

สำหรับการเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมาทดแทนผู้ที่อาจถูกเพิกถอน อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องดำเนินการตรวจนับคะแนนใหม่ทั้งหมดก่อน เนื่องจากกระดาษคำตอบอยู่กับสำนักงาน ป.ป.ช. และจะต้องยึดข้อเท็จจริงใหม่ที่เกิดขึ้น หากพบความผิดปกติเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุยังไม่มีผลกระทบ แต่เมื่อมีตำแหน่งว่างจากการเพิกถอน ก็จะบรรจุผู้ที่มีคะแนนถึงเกณฑ์ตามลำดับ

 

ส่วนกรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุ จะต้องเรียกคืนเงินเดือนหรือไม่นั้น อรรษิษฐ์ ระบุว่า เป็นอำนาจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่จะพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

ส่วนกรณีผู้ที่ได้รับการบรรจุจากการสอบปี 2568 จำนวน 50,000 คน จะต้องไล่ตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดหรือไม่นั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช. ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะการประกาศผลในครั้งนี้ แต่มีการขยายผลสืบสวนอย่างต่อเนื่อง และตำรวจได้จับกุมผู้กระทำความผิดแล้ว โดยอาจเชื่อมโยงไปถึงการกระทำในอดีตได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลจากการสืบสวน หากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด หรือพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. จะแจ้งไปยังหน่วยงานนั้น

 

ส่วนกรณีเลขานุการคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงที่ปรากฏชื่อว่า ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เป็นการแต่งตั้งก่อนที่ ป.ป.ช. จะปรากฏชื่อ เมื่อการแต่งตั้งเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าตัวได้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการทันที และจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้อีกต่อไป เพราะต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจฝ

 

ขณะที่ สุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช. จะนำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการไต่สวนเพื่อประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริง พร้อมเร่งรัดการดำเนินงานและประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระดาษคำตอบกว่า 800,000 แผ่น ว่า ป.ป.ช. จะตรวจสอบอย่างไร สุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบประเด็นผิดปกติเพิ่มเติม ก็จะนำมาตรวจสอบประกอบในสำนวน แต่ขณะนี้ต้องเร่งตรวจสอบประเด็นหลักก่อน เนื่องจากส่งผลกระทบ เพราะผู้สอบบางส่วนได้รับการบรรจุแล้ว

 

ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนแล้ว ก็จะมีการพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง โดยหลัง ป.ป.ช. ยกระดับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษมาแล้ว 2 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ป.ป.ช. จึงจะดำเนินการอย่างเต็มที่

 

ส่วนกลุ่มผู้ที่รอการบรรจุจะดำเนินการต่อไปอย่างไร สุชาติ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้เสนอให้ชะลอการบรรจุออกไปก่อน เนื่องจากเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ดังนั้น การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการบรรจุในรอบต่อไป ก็ควรรอให้ข้อกังขาต่างๆ มีความชัดเจนก่อน

 

“เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งบรรจุและนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้ว จะกล้าดำเนินการบรรจุหรือไม่ ผมมองว่าเขาน่าจะตัดสินใจได้เอง โดยท้องถิ่นสามารถชะลอการบรรจุได้ แม้จะยอมรับว่ามีผู้สอบบางส่วนที่ไม่ได้กระทำผิดและยังรอการบรรจุ แต่อย่างน้อยเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้น ก็ต้องรอให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดก่อน” สุชาติ กล่าว

 

สุชาติ ยังกล่าวด้วยว่า หากผู้ที่รอการบรรจุต้องการใช้กระบวนการทางศาลเพื่อขอคำสั่งคุ้มครอง ก็สามารถดำเนินการได้ และเชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับบุคคลกลุ่มดังกล่าว เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มีผู้เข้าสอบจำนวนหลายแสนคน

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising