ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (3 กันยายน) ถึงความคืบหน้าในการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยตั้งถาม ยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบกระทู้แทน
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือช่องโหว่ทางกฎหมายที่ปล่อยให้ Data Center สามารถก่อสร้างใจกลางเมือง กักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมากโดยไม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัยและการใช้ทรัพยากร พร้อมตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่ต้นทุนค่าไฟจากการลงทุนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมนี้จะตกเป็นภาระของประชาชนในอนาคต
THE STANDARD ไล่เลียงการตั้งคำถามของ สส. พรรคประชาชน และการตอบชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในที่ประชุมสภาฯ ดังนี้
ทวงมาตรการ EIA กำกับดูแลด้วยกฎหมาย
ศุภณัฐ: รัฐบาลรับทราบปัญหาช่องโหว่ทางกฎหมายของศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ มาเกือบ 2 ปี แต่ยังไม่มีการแก้ไข
ปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารไม่มีนิยามเฉพาะ ทำให้ผู้ประกอบการเลี่ยงไปขออนุญาตเป็นคลังสินค้า กฎหมายผังเมืองเปิดช่องให้สร้างได้ทุกพื้นที่ และกฎหมายสิ่งแวดล้อมไม่ได้บังคับให้ทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ส่งผลให้มีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์กลางเมืองและกักเก็บน้ำมันปริมาณมาก รัฐบาลจะออกมาตรการกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างไร และจะแล้วเสร็จเมื่อใด
เอกนัฏ: รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ที่กักเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตรวจสอบพบแล้วในย่านพระราม 9 และได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ให้ตั้งคณะกรรมการจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ
พร้อมประสานผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและกรมธุรกิจพลังงานให้สั่งระงับและชะลอการออกใบอนุญาตทั้งหมดไว้ก่อนจนกว่าการจัดระเบียบจะแล้วเสร็จ สำหรับการแก้ไขกฎกระทรวงเรื่อง EIA และกฎหมายผังเมือง คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการในระดับหลักเดือน
ศุภณัฐ: ปัจจุบันประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ รัฐบาลจะดำเนินการจัดทำแผนที่ฐานข้อมูลอาคาร เพื่อเปิดเผยข้อมูลโครงการทั้งของรัฐและเอกชน เช่น ขนาด ที่ตั้ง ปริมาณการเก็บน้ำมัน รวมถึงออกระเบียบให้ต้องมีระบบติดตามไซต์งานก่อสร้าง เช่น กล้องวงจรปิด เซนเซอร์วัดฝุ่น เสียง และความร้อน เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบได้หรือไม่
เอกนัฏ: การจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ต้องทำร่วมกันหลายหน่วยงาน ระหว่างนี้รัฐบาลจะนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด รวมถึงการปูพรมตรวจสอบการกักเก็บน้ำมันทั่วกรุงเทพมหานคร หากไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุก 2 ปี เพื่อรับประกันความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
ภาระค่าไฟตกถึงประชาชนหรือไม่
ศุภณัฐ: การส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น หากรัฐบาลอ้างเหตุนี้สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่ในอนาคตดาต้าเซ็นเตอร์หันไปซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง ภาระค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่ล้นระบบจะตกอยู่กับประชาชน รัฐบาลรับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม และหลักเกณฑ์ค่าไฟเฉพาะกลุ่มจะเริ่มบังคับใช้เมื่อใด
เอกนัฏ: คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ออกมาเฉพาะแล้ว เพื่อให้รับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่มเอง ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ค่าไฟของประชาชนทั่วไปแพงขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ รัฐบาลสนับสนุนการเปิดตลาดเสรีรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงสำหรับทุกอุตสาหกรรม
ศุภณัฐ: ปัจจุบันคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนยังไม่มีเงื่อนไขบังคับใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างเพียงพอ ทำให้เสี่ยงเกิดปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ศูนย์เหรียญที่นำเข้าอุปกรณ์ทั้งหมดจากต่างประเทศ รัฐบาลจะกำหนดมาตรการบังคับใช้สินค้าในประเทศให้เกิดขึ้นจริงเมื่อใด รวมถึงจะทบทวนการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของหน่วยงานรัฐที่กระจัดกระจายเพื่อหันไปใช้คลาวด์กลางแทนหรือไม่
เอกนัฏ: ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อให้ดาต้าเซ็นเตอร์สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง โดยกำลังพิจารณาเงื่อนไขการใช้วัตถุดิบหรือสินค้าในประเทศร่วมด้วย เป้าหมายคือการจัดระเบียบเพื่อให้ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประโยชน์ต่อประเทศและไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน


