×

วงการ Crypto สะเทือน! สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลค้านแนวคิด ก.ล.ต. เตรียมยื่นหนังสือขอหารือ กูรูห่วงบีบนักลงทุนเข้าสู่ตลาดมืด

26.02.2021
  • LOADING...
วงการ Crypto สะเทือน! สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลค้านแนวคิด ก.ล.ต. เตรียมยื่นหนังสือขอหารือ กูรูห่วงบีบนักลงทุนเข้าสู่ตลาดมืด

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • ก.ล.ต. เตรียมร่างกฎเกณฑ์คุมการลงทุนใน Cryptocurrency เสนอให้ผู้ลงทุนต้องมีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 83,000 บาท หรือปีละ 1 ล้านบาทขึ้นไป รวมทั้งต้องมีประสบการณ์ลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเรียกประชุมบอร์ด ออกแถลงการณ์เข้าใจข้อกังวลของ ก.ล.ต. แต่ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎเกณฑ์ในลักษณะดังกล่าว เตรียมหารือสมาชิก พร้อมขอเข้าพบเพื่อทำความเข้าใจกับสำนักงาน ก.ล.ต. 
  • คนในวงการ Cryptocurrency ห่วงข้อเสนอ ก.ล.ต. บีบนักลงทุนเข้าสู่ตลาดมืด หนีลงทุนต่างประเทศ ทำเงินทุนไหลออก เชื่อไม่เป็นผลดี แต่เห็นด้วยที่จะมุ่งให้ความรู้การลงทุน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสนใจใน Cryptocurrency มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนผ่านจำนวนผู้เปิดบัญชีซื้อขายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เริ่มกังวลว่าผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่เข้ามาลงทุนในตลาดนี้มีความรู้ความเข้าใจการลงทุนที่เพียงพอหรือไม่ เพราะตลาด Cryptocurrency ในช่วงที่ผ่านมาแม้จะให้ผลตอบแทนดี แต่ก็มีความผันผวนที่สูงมาก

 

ล่าสุด ก.ล.ต. ได้ออกเอกสารรับฟังความเห็น เรื่อง การกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนใน Cryptocurrency ซึ่งประเด็นหลักของเอกสารฉบับนี้ต้องการที่จะดูแลให้ผู้เข้ามาลงทุนมีความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงต่อการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ รวมทั้งต้องการทำให้แน่ใจว่าผู้เข้ามาลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ เนื่องจากราคาของ Cryptocurrency มีความผันผวนสูง

 

สำหรับข้อเสนอของ ก.ล.ต. ที่สอบถามความเห็นต่อผู้ร่วมตลาดคือ การกำหนดให้นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนได้ ควรต้องมีรายได้ต่อปี (ไม่รวมคู่สมรส) ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท หรือเกินกว่า 83,000 บาทต่อเดือน หรือมีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยไม่รวมมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่พักอาศัยประจำ หรือมีมูลค่าการลงทุนในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

 

ส่วนในแง่ความรู้ ผู้ลงทุนจะต้องมีประสบการณ์ลงทุนใน Cryptocurrency หรือประสบการณ์ลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น ผู้แนะนำการลงทุน นักวิเคราะห์การลงทุน หรือผู้ที่ถือ CFA, CISA, CAIA หรือ CFP

 

หากผู้ที่จะลงทุนมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนจะไม่สามารถลงทุนใน Cryptocurrency ได้โดยตรง แต่ยังสามารถลงทุนผ่านผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ขณะเดียวกันในการเปิดบัญชีใช้บริการใหม่ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชีไม่น้อยกว่า 1,000 บาท 

 

นอกจากนี้เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ลงทุนจะมีความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอเหมาะสม ก.ล.ต. จึงกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทดสอบความรู้ผู้ลงทุนครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ลักษณะของสกุลเงินดิจิทัล ความเสี่ยง และผลตอบแทน โดยผู้ที่จะเข้าไปลงทุนได้ต้องได้รับคะแนนไม่น้อยกว่า 80% 

 

ศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่าหลังจากได้อ่านเอกสารรับฟังความเห็นของทางสำนักงาน ก.ล.ต. ทางสมาคมฯ ก็ได้เรียกประชุมคณะกรรมการทันทีในช่วงบ่ายของวันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า เข้าใจถึงข้อห่วงใยของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่มีต่อผู้ลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาจำนวนมาก ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เข้าใจการลงทุนที่ดีพอ

 

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ ก.ล.ต. ร่างออกมาในบางข้อ ดังนั้นในเร็วๆ นี้ทางสมาคมจะเรียกประชุมสมาชิกเพื่อสอบถามความเห็น และจะนำความเห็นที่ได้เหล่านี้เข้าหารือกับทางสำนักงาน ก.ล.ต. อีกครั้ง 

 

“จริงๆ เราเข้าใจข้อกังวลของ ก.ล.ต. แต่ก็มีบางเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย ซึ่งเราเตรียมจะนำหนังสือขอหารือกับทาง ก.ล.ต. เพียงแต่ก่อนจะพูดคุยกับ ก.ล.ต. เราก็อยากมีข้อเสนอจากทางเราไปด้วย ดังนั้นเร็วๆ นี้คงจะหารือสมาชิกเพื่อร่วมกันเสนอความคิดเห็นเข้ามา”

 

ศุภกฤษฎ์บอกด้วยว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยกับข้อจำกัดเรื่องต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านต่อปี หรือ 83,000 บาทต่อเดือน เพราะถือเป็นการปิดโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อยแต่ต้องการออมเงินผ่านการลงทุนใน Cryptocurrency เพราะการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ หากเชื่อว่ามีอนาคตก็ไม่จำเป็นต้องเน้นเก็งกำไรอย่างเดียว สามารถที่จะถือลงทุนระยะยาว หรือแม้แต่ลงทุนแล้วนำไปฝากเพื่อรับเป็นดอกเบี้ยได้ด้วย

 

นอกจากนี้การจำกัดว่าต้องมีประสบการณ์ลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็น Professional ตามที่ ก.ล.ต. กำหนด อาจจะเป็นการปิดกั้นโอกาสของผู้ลงทุน หรือเอื้อประโยชน์ให้กับบางธุรกิจที่มีใบอนุญาตในการให้คำแนะนำการลงทุน กรณีเหล่านี้เกรงว่าจะทำให้นักลงทุนหันไปใช้บริการซื้อขายกับแพลตฟอร์มอื่นในต่างประเทศได้ หรือแม้แต่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายในประเทศไทยอาจหนีไปเปิดให้บริการในต่างประเทศได้เช่นกัน

 

ด้าน จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ก.ล.ต. เพราะเท่ากับปิดโอกาสการลงทุนของคนในประเทศ ซึ่งจะทำให้เขาต้องไปใช้บริการกับแพลตฟอร์มอื่นในต่างประเทศ ส่งผลให้เงินทุนไหลออก รัฐบาลไม่สามารถเรียกเก็บภาษีได้ด้วย

 

“การกำหนดรายได้ขั้นต่ำ 1 ล้านบาทต่อปี ทำให้คนไทยเกือบทั้งประเทศไม่สามารถลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ได้ เท่ากับเป็นการผลักดันให้เข้าไปสู่ตลาดมืด หรือออกไปนอกประเทศ ซึ่งถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาก็ไม่มีใครช่วยดูแลได้ด้วย เพราะอย่างไรคนที่เขาสนใจลงทุน เขาก็ต้องหาวิธีการเข้าถึงเพื่อจะไปลงทุนอยู่ดี”

 

ส่วนข้อเสนอเรื่องต้องมีประสบการณ์ลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ปีจึงเข้าลงทุนได้ กรณีนี้ก็ถือเป็นการปิดกั้นผู้ลงทุนเช่นกัน เพราะความพร้อมในการลงทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน ถึงแม้จะเป็นผู้เล่นรายใหม่ แต่ถ้าศึกษาการลงทุนมาอย่างดีก็อาจจะมีความพร้อมที่มากกว่าด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม จิรายุสเห็นด้วยกับข้อเสนอของ ก.ล.ต. ที่จะให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อนการลงทุน ซึ่งเขามองว่าการพัฒนาตลาด Cryptocurrency ให้ไปไกลกว่านี้ได้ การให้ความรู้กับผู้ลงทุนถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories