วันนี้ (23 เมษายน) วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับหนังสือจาก อรุณี ชีสังวรณ์ ตัวแทนเกษตรกรกลุ่มชาวสวนปาล์มน้ำมันรพีพัฒน์ จังหวัดปทุมธานี พร้อมเครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันจากภาคกลางและภาคใต้ ที่เข้ายื่นต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้รับทราบข้อกังวลของเกษตรกร โดยเฉพาะราคาผลปาล์มที่ลดลงเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6.60-7.20 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงข้อเสนอให้ภาครัฐเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศ โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ผ่านน้ำมันดีเซล B7 และ B20 เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและลดความผันผวนของราคา
นอกจากนี้ เกษตรกรยังเสนอให้กำกับดูแลกลไกรับซื้ออย่างเข้มงวด ทั้งโครงสร้างต้นทุนและค่าขนส่ง เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าปุ๋ยและค่าขนส่ง พร้อมขอความชัดเจนด้านนโยบายทั้งระบบ ทั้งการใช้ในประเทศ การส่งออก และการใช้ในภาคพลังงาน
วิทยากรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันมีการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มอย่างเหมาะสม โดยการบริโภคในประเทศยังคงเดิม แต่เพิ่มการใช้ในภาคพลังงาน จากเดิมประมาณ 70,000 ตัน เป็น 100,000-110,000 ตัน โดยรับทราบจากกรมธุรกิจพลังงานว่ามีแผนเพิ่มปริมาณการใช้ขึ้นอีก โดยปัจจุบันมีจุดจำหน่าย ประมาณ 100 แห่ง และในสิ้นเดือนเมษายนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 200 แห่ง และมีแผนเพิ่มจุดจำหน่ายขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับปริมาณการใช้ในภาคขนส่ง
ในส่วนของการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าไม่ได้ห้ามส่งออกแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันยังมีการส่งออกได้ตามปกติ โดยใช้การกำกับดูแลผ่านระบบขออนุญาตล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลบริหารจัดการให้เกิดความสมดุล ทั้งนี้ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สะดวกขึ้น และผู้ประกอบการยังสามารถส่งออกได้ตามปกติ
สำหรับสถานการณ์ผลผลิตปีนี้ พบว่ายังไม่ได้ออกสู่ตลาดมากตามที่คาดการณ์ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม สะท้อนจากหลายพื้นที่ไม่มีการรอคิวจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ราคาผลปาล์มยังปรับลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่ลดลง จากระดับประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม เหลือราว 36 บาทต่อกิโลกรัม
กรมการค้าภายในจึงสั่งการไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ในพื้นที่แหล่งผลิต ให้ตรวจสอบตั้งแต่ลานเท โรงงานสกัด จนถึงปลายทาง เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกราคา หลังพบข้อร้องเรียนว่าราคารับซื้อปรับลดลงเร็ววันละ 40-50 สตางค์ แต่ปรับขึ้นช้า โดยกรมการค้าภายในจะเข้าไปเร่งตรวจสอบให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเร็วที่สุด
พร้อมกันนี้ จะลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อและการวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันอย่างต่อเนื่อง หากพบการกดราคารับซื้อหรือเอาเปรียบเกษตรกร จะดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม
วิทยากรยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดว่า ปัจจุบันราคายังอ้างอิงต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ย้อนหลัง 1-2 เดือนตามสต็อกคงเหลือ แม้จะมีผู้ผลิต 6 รายยื่นขอปรับราคาแต่กรมยังไม่อนุมัติกรอบราคาใหม่ โดยราคาที่ปรับขึ้นในท้องตลาดขณะนี้เป็นการปรับราคาภายในกรอบเดิมหลังสิ้นสุดช่วงการทำโปรโมชั่นลดราคาตามกลไกต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กรมยืนยันจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนและสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดก่อนอนุมัติกรอบราคาใหม่ พร้อมบริหารจัดการสต็อกให้เพียงพอเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
“ในส่วนของพี่น้องเกษตรกร กรมการค้าภายในยืนยันว่าให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก กรมจึงจะติดตามสถานการณ์การซื้อขายปาล์มทั้งระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยจะดูแลเกษตรกรและผู้บริโภคควบคู่กันอย่างเป็นธรรม” วิทยากรกล่าว


