วันนี้ (1 กันยายน) ชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา แถลงข่าวเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาพาดพิงในคดีทุจริตเลือก สว. จากเวทีเสวนาของพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมจากการถูกกล่าวหาผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมชี้แจง 3 ประเด็นหลัก
ชีวะภาพ ยอมรับว่าตนเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. แต่ยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าตนลาออกจากข้าราชการระดับสูง (ซี 10) เพื่อมาลงสมัคร และเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองโดยไม่ต้องฮั้วกับใคร
ประเด็นที่สร้างความไม่พอใจอย่างมากคือ การถูกกล่าวหาบนเวทีฝ่ายค้านว่ามีการสั่งการให้กลุ่มมือปืนจากจังหวัดอุทัยธานีไปข่มขู่พยาน ซึ่งชีวะภาพปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่า “ผมเป็นคนบางระจัน มีความกล้าหาญเป็นลูกผู้ชาย ไม่ไปทำเรื่องแบบนั้น ทำแบบนั้นคือหน้าตัวเมีย บ้านป่าเมืองเถื่อน การนำเรื่องนี้มาพูดบนเวทีเป็นกลยุทธ์ทางการเมือง หรือเป็นการใส่ร้ายป้ายสีกันแน่”
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องดีลลับที่โยงถึงสุนัขชื่อเจ้าโอ้ง และหญิงสาวชื่อ แตงโม ชีวะภาพชี้แจงว่า แตงโมเป็นบุตรสาวของอดีตลูกน้องที่ฝากฝังให้ทำงานด้วยกัน และยอมรับอย่างเปิดเผยว่าปัจจุบันกำลังคบหากันอยู่ (สถานะโสด)
ส่วนประเด็นการแต่งตั้งแตงโมเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกรรมาธิการฯ นั้น ชีวะภาพยืนยันว่า คณะกรรมาธิการมีการแต่งตั้งบุคลากรนับร้อยคน ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีความรู้ความสามารถตรงตามสายงาน ไม่ใช่การปูนบำเหน็จ เพื่อตอบแทนเรื่องการฮั้ว สว. ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมปฏิเสธเรื่องการโอนเงินผ่านบริษัทเอกชนเพื่อใช้เป็นนอมินี
ชีวะภาพ ยังได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตรวจสอบของกลุ่มไอลอว์ (iLaw) และพรรคประชาชน โดยระบุว่า ในอดีตไอลอว์ก็เคยมีการจัดเลี้ยงอาหาร-เครื่องดื่ม หรือพรรคการเมืองก็มีการรวมกลุ่มกัน ซึ่งตนมองว่าผู้สมัครใหม่ย่อมต้องมีการแนะนำตัวกัน แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์หรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนเคยถูกทาบทามจากพรรคส้ม ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สิงห์บุรี แต่ได้ปฏิเสธไป เนื่องจากมีความสนิทสนมกับนายก อบจ. คนปัจจุบัน ประกอบกับตนเคยมีประวัติเป็นเจ้าหน้าที่เข้าปราบปรามการบุกรุกป่า 3,000 ไร่ ซึ่งมีบุคคลในตระกูลของอดีตหัวหน้าพรรคส้มเข้าไปพัวพันอยู่ด้วย
ชีวะภาพท้าให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมวิงวอนขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในสำนวน โดยอย่าหลงเชื่อกระแสโซเชียลมีเดีย หรือพยานที่เป็นปรปักษ์และมีข้อพิพาทส่วนตัวเรื่องการกู้ยืมเงินกับตน


