ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำทีมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษา เยาวชน และผู้ปกครอง แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเสนอให้ดึงงบกลางเพื่อสมทบเข้ากองทุน ป้องกันความเสี่ยงที่นักศึกษาจำนวนมากอาจต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา
เสียงสะท้อนจากนักเรียน-ผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ
ณัฐพงษ์ระบุว่า ปัญหาของ กยศ. ในขณะนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- การจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนถึงการจัดลำดับความสำคัญด้านการศึกษาของรัฐบาล
- การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ของ กยศ. ที่ทำให้ผู้ปกครองและนักศึกษาปรับตัวไม่ทัน
- ผลกระทบทางจิตใจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน ซึ่งมาซ้ำเติมปัญหาการศึกษา
พลาธิป พิมพ์สุวรรณ์ ตัวแทนนักศึกษา เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ภายใน 1 สัปดาห์มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหานี้กว่า 1,600 คน โดย 45% ระบุว่าหากไม่ได้รับการจัดสรรโควตาการกู้ยืมในปีนี้จะต้องลาออก หรือพักการเรียน (ดรอปเรียน) พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดสรรงบประมาณมาสมทบกองทุน เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่อยู่ในระบบแล้วไม่ให้ต้องหลุดออกจากการศึกษา มากกว่าการพุ่งเป้าไปที่การติดตามทวงหนี้เพียงอย่างเดียว
ด้าน พัฒมณี ปรัชญาสิทธิ์กุล ตัวแทนผู้ปกครอง สะท้อนปัญหาการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ของ กยศ. ที่ทำให้ผู้กู้รายเก่าเมื่อเปลี่ยนระดับชั้นเข้าสู่มหาวิทยาลัย ถูกปรับสถานะเป็นผู้กู้รายใหม่และต้องกลายเป็นตัวสำรอง ทำให้ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาต่อ
ขณะที่ ดนัยนันท์ เครือศึก เลขาธิการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ระบุว่า แม้สถาบันการศึกษาจะพยายามหาทางออก แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์ที่เด็กไม่มีเงินเรียนต่อได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเยาวชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้นตอปัญหาและข้อเรียกร้องจัดสรรงบเพิ่ม
รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ กยศ. ขาดสภาพคล่องว่า เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ทำให้รายได้ของกองทุนลดลง รวมถึงวินัยของผู้กู้บางส่วนที่ลดลง และการปรับลดงบประมาณที่รัฐบาลสมทบให้กับกองทุน
รักชนกตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่กำกับดูแลกองทุนนี้ รวมถึงการพิจารณางบประมาณที่ไม่มีการแปรญัตตินำงบมาสมทบให้ กยศ. แม้ฝ่ายค้านจะเคยเสนอไปแล้ว
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณจำนวน 7,000 ล้านบาท เพื่อเติมสภาพคล่องให้กองทุน เพราะเงินก้อนนี้ถือเป็นการต่อลมหายใจและรักษาอนาคตทางการศึกษาของเยาวชน ซึ่งคุ้มค่ากว่าการปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบแล้วต้องใช้งบประมาณในการติดตามกลับคืนมาในภายหลัง
เสนอ 3 มาตรการด่วนเร่งแก้ปัญหาให้ผู้เรียน
ขณะที่ ธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่า ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ได้แถลงไว้เกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับการศึกษา และการอ้างถึงการแก้ปัญหาหนี้เสียก่อนจึงจะมีเงินมาให้ผู้กู้รายใหม่นั้นไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง พร้อมเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการทันที ได้แก่
- รัฐบาลควรจัดสรรงบกลางมาเพิ่มโอกาสการกู้ยืมให้กับนิสิตนักศึกษาภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนตัดสิทธิความเป็นนักศึกษา
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ควรออกมายืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะไม่มีนักศึกษาคนใดต้องหลุดจากระบบการศึกษา
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควรเร่งเจรจากับมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน เพื่อขอให้ชะลอการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาออกไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนและหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ ธีรศักดิ์ยังเสนอให้ กยศ. เร่งสื่อสารและส่งสัญญาณไปยังโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย ได้รับทราบสถานการณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับการกู้ยืมในปีการศึกษาหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาขาดสภาพคล่องและตัดสิทธิผู้กู้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก







