×

จีนประกาศควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ได้ แต่เกิดกระแสกังขา ข้อมูลตัวเลขเชื่อถือได้เพียงใด

โดย Master Peace
06.04.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 MINS. READ
  • จีนปรับเปลี่ยนวิธีบันทึกจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการครั้งที่ 8 นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชัดเจนและสร้างความยากลำบากแก่ประเทศอื่นๆ ในการทำความเข้าใจและรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19
  • หลายประเทศตั้งคำถามว่าที่ผ่านมารัฐบาลจีนมีเจตนาลดจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศให้น้อยกว่าความเป็นจริงด้วยการไม่นับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือไม่
  • รัฐบาลจีนยืนยันว่ากำลังดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อนั้นถูกต้องและแม่นยำ โดยในการประชุมคณะกรรมาธิการระดับสูงเพื่อรับมือโควิด-19 ที่ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเป็นประธานเมื่อปลายเดือนมีนาคม มีการย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อ และเตือนการปกปิดหรือรายงานข้อมูลผู้ติดเชื้อที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

ข่าวความสำเร็จและชัยชนะของทางการจีนในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของเชื้อไวรัสโคโรโนา 2019 ที่เป็นต้นเหตุของโรคโควิด-19 ปรากฏให้เห็นผ่านทางหน้าสื่อทั่วโลกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ชัยชนะนี้ยังคงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญจากชาติตะวันตก สืบเนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ชัดเจนและเป็นไปตามคำสั่งทางการเมือง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตอาจมีบางส่วนที่ไม่ได้รายงาน

 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงต่อเนื่องในแต่ละวันจากหลักพันจนเหลือหลักสิบ ทำให้ทางการจีนฉายภาพชัยชนะที่สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนทั่วประเทศ 

 

แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน) รัฐบาลปักกิ่งมีความเคลื่อนไหวด้านการปรับเปลี่ยนการบันทึกข้อมูลสถิติผู้ติดเชื้อ โดยรวมเอาผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการไว้ในตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการด้วยเป็นครั้งแรก 

 

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของสหรัฐฯ และหลายประเทศตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจีนมีเจตนาลดจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศให้น้อยกว่าความเป็นจริงด้วยการไม่นับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็มีความเสี่ยงและความเป็นไปได้ที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีนอาจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

 

การปรับเปลี่ยนวิธีบันทึกจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการของจีนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังสร้างความยากลำบากแก่ประเทศอื่นๆ ในการทำความเข้าใจและรับมือการระบาดของโควิด-19

 

หลังการประชุม G7 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวโจมตีจีนว่าจงใจบิดเบือนข้อมูลการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ปอมเปโอให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่าข้อมูลที่ได้รับมาจากแนวหน้าของพื้นที่ระบาดในจีนนั้นไม่สมบูรณ์ และทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญความท้าทายอย่างมากในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ในตอนนี้

 

ด้าน หวงเหยียนจง ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านสาธารณสุขจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) องค์กรไม่หวังผลกำไรของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Voice of America ว่าไม่มีประเทศใดในโลกใช้เกณฑ์แบบเดียวกับจีนในการยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยไม่นับกรณีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ

 

“ในประเทศอื่นๆ แน่นอนว่าพาหะที่ไม่แสดงอาการจะถูกนับรวมในกรณีการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน ตราบใดที่ผลตรวจเชื้อเป็นบวก” หวงกล่าว

 

ซึ่งผลการศึกษาวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังบ่งชี้ว่าพาหะที่ไม่แสดงอาการนั้นมีสัดส่วนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด

 

ทั้งนี้แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีน ณ ปัจจุบันจะลดลงเหลือเพียงหลักสิบ และเกือบทั้งหมดยืนยันว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลจีนก็ทยอยผ่อนปรนความเข้มงวดในมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดทั่วประเทศ แต่ข้อสังเกตเรื่องวิธีนับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการนี้ก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าชัยชนะของจีนในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 นั้นเป็นของจริงหรือไม่ 

 

ขณะที่รัฐบาลจีนยืนยันว่ากำลังดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อนั้นถูกต้องและแม่นยำ โดยในการประชุมคณะกรรมาธิการระดับสูงเพื่อรับมือโควิด-19 ที่ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเป็นประธานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 มีนาคม) มีการย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อ และเตือนการปกปิดหรือรายงานข้อมูลผู้ติดเชื้อที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

 

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาผลลัพธ์ทางการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของรัฐบาลปักกิ่ง โดยหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อของจีนถูกสหรัฐฯ และหลายประเทศแซงหน้า ก็ยิ่งทำให้รัฐบาลจีนสามารถใช้ประโยชน์จากความสำเร็จที่ปรากฏเป็นสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์จากการใช้มาตรการเข้มงวดในการซื้อเวลาและยับยั้งการระบาด เพื่อบรรเทาความโกรธแค้นของประชาชนจากความผิดพลาดและการปกปิดการระบาดของโควิด-19 ที่ตอนนี้คร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 69,000 ราย (ตัวเลข ณ วันที่ 6 เมษายน 2563) 

 

ขณะที่ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตันชี้ว่าจีนสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้กว่า 95% หากดำเนินมาตรการป้องกันและยับยั้งการระบาดเร็วกว่านี้ 3 สัปดาห์ 

 

ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีนอยู่ที่ 81,708 ราย และเสียชีวิต 3,331 ราย แต่ยังมีผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันอีกกว่า 1,400 คน ขณะที่หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อวันที่ 22 มีนาคม โดยระบุข้อมูลจากเอกสารลับของรัฐบาลปักกิ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม พบว่ามีผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการในจีนอีกกว่า 42,000 รายที่ไม่ถูกนับรวมในยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด ซึ่งหากรวมแล้วอาจแซงหน้าอิตาลีและสเปนกลับขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของโลกตามหลังสหรัฐฯ 

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยผลการศึกษาจากทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยฮ่องกง ที่อ้างว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีน ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ อาจพุ่งสูงถึง 232,000 คนแล้ว ซึ่งมากกว่าตัวเลขจริง ณ วันนั้นกว่า 3 เท่า

 

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์ในการยืนยันจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 มาแล้ว 7 ครั้ง ในช่วงแรกนั้นจะนับเพียงผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ก่อนจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโดยอนุญาตให้รวมจำนวนผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง 

 

ผลจากการปรับเกณฑ์ยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อนี้ถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนจำนวนผู้ติดเชื้อแท้จริง และส่งผลต่อการเตรียมพร้อมและความเข้าใจของทั่วโลกที่มีต่อความร้ายแรงของสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางการระบาด

 

ทางด้านผู้สื่อข่าวของ Time ได้พูดคุยกับชาวอู่ฮั่นที่ติดเชื้อและญาติผู้ติดเชื้อหลายคนที่ไม่ถูกนับรวมในจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการในช่วงที่สถานการณ์ระบาดทวีความรุนแรงถึงจุดสูงสุด พบว่ามีชาวเมืองหลายคนล้มหมดสติหรือเสียชีวิตอยู่บนถนน แต่มีเพียงผู้ที่เสียชีวิตหลังได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อโควิด-19 เท่านั้นที่จะถูกนับรวมในจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการ

 

ขณะที่หนึ่งในบุตรสาวของผู้ติดเชื้อบอกกับผู้สื่อข่าวของ Time ว่าแม่ของเธอนั้นป่วยตั้งแต่ช่วงวันหยุดตรุษจีนในเดือนมกราคม แต่ไม่ยอมพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพียงรับยาและกลับมาพักที่บ้านโดยไม่รับการตรวจเชื้อ ทำให้เธอหวาดกลัวและโกรธมาก ซึ่งในช่วงนั้นตัวเลขผู้เสียชีวิตในจีนยังอยู่ที่ไม่กี่ร้อยคน แต่เธอเชื่อว่าน่าจะมากกว่านั้นกว่า 10 เท่า เพราะมีผู้ติดเชื้ออีกมากที่ไม่ยอมรับการตรวจเชื้อ

 

ขณะเดียวกันเว็บไซต์สำนักข่าว Radio Free Asia เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่ชี้ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอู่ฮั่นอย่างเป็นทางการจำนวน 2,535 รายนั้นน่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก โดยอ้างข้อมูลจากสถานที่ทำพิธีศพ 7 แห่งของเมือง ซึ่งแต่ละแห่งมีการเคลื่อนย้ายที่บรรจุอัฐิของผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อวันละกว่า 500 อัน ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมจนถึง 5 เมษายน ซึ่งหากนับรวมจะได้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ภายในอู่ฮั่นมากถึง 42,000 รายภายในช่วง 12 วัน และหากนับรวมกับผู้ที่ทำพิธีเผาศพที่บ้านอาจมากถึง 46,800 คน 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories