×

‘ชัชชาติ’ ขอบคุณตำรวจขยายผลรวบ เจ้าหน้าที่เขต โยงแก๊งสวมสิทธิเด็กต่างชาติ ผุดไอเดียตั้งดีเอสไอ กทม. สางทุจริต

โดย THE STANDARD TEAM
09.07.2026
  • LOADING...
ภาพ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีพฤติการณ์ทุจริตในระบบทะเบียนราษฎรเพื่อแจ้งเกิดและสวมสิทธิสัญชาติไทยให้แก่บุตรของชาวจีน โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ชื่อ ศิริพร เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

 

ทั้งนี้ ชัชชาติ ชี้แจงว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศิริพรเคยถูกจับกุมในลักษณะคดีเดียวกันมาแล้ว ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่ส่วนกลาง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยไม่ได้ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมอีก การจับกุมในครั้งนี้จึงถือเป็นการขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สืบสวนพบข้อมูลการกระทำความผิดเพิ่มเติมจากอดีตที่ผ่านมา

 

สอดคล้องกับข้อมูลจาก พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุว่า จากการประสานข้อมูลร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่ามีกรณีการจ้างวานพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ เพื่อสวมสิทธิอีกกว่า 40 กรณี

 

ซึ่งพฤติการณ์ของศิริพรในครั้งนี้ เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกับการถูกจับกุมในครั้งก่อน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังพบความผิดปกติในการจดทะเบียนลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 100 กรณี ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อขยายผลต่อไป

 

ชัชชาติ ยอมรับว่า กระบวนการตรวจสอบของกรุงเทพมหานครมีข้อจำกัดด้านอำนาจทางกฎหมาย เนื่องจากสามารถดำเนินการได้เพียงการสอบสวนทางวินัยตามระเบียบราชการ ไม่สามารถเจาะลึกไปถึงเส้นทางการเงิน หรือสืบสวนหาตัวพ่อแม่ชาวไทยที่รับจ้างสวมสิทธิได้เหมือนกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงขอขอบคุณตำรวจนครบาลที่ดำเนินการสอบสวนเชิงลึกจนสามารถขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดได้

 

โดยหลังจากนี้ กรุงเทพมหานครมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจการสอบสวนทางอาญาให้มากขึ้น เพื่อเปิดทางให้มีการล่อซื้อและบังคับใช้บทลงโทษขั้นรุนแรงกวาดล้างผู้กระทำผิดให้หมดไป

 

จากข้อจำกัดดังกล่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอแนวคิดในการปฏิรูประบบการสอบสวนทางวินัยขององค์กร เนื่องจากที่ผ่านมาการตั้งคณะกรรมการสอบสวนมักเป็นการใช้บุคลากรภายในที่อาจไม่มีความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการสืบสวน ทำให้เกิดความล่าช้า

 

จึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบเฉพาะทางที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่ทำงานภายใต้โครงสร้างของกรุงเทพมหานคร เพื่อรับผิดชอบด้านการสอบสวนวินัยอย่างเข้มข้น รวดเร็ว และเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

 

ในส่วนของการดำเนินการกับศิริพรนั้น ชัชชาติ ยืนยันว่า หากพยานหลักฐานชี้ชัดว่ามีความผิดจริง จะต้องถูกลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ รวมถึงต้องขยายผลจัดการกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมกันนี้ได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการรับรองบุตรและการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติเพื่อป้องกันการทุจริตซ้ำรอย

 

สำหรับประเด็นข้อสงสัยที่ว่าการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับวันแรกของการรับตำแหน่งผู้ว่าฯ ในสมัยที่สองหรือไม่นั้น ชัชชาติ ระบุว่าไม่ได้รู้สึกกังวล และมองว่าเป็นเรื่องดีที่สามารถนำคนกระทำผิดออกจากระบบราชการได้อย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ และพร้อมให้ความร่วมมือในการปราบปรามการทุจริตอย่างเต็มที่

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising