วันนี้ (14 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีการก่อสร้างอาคารของสมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทย บริเวณสุขุมวิท 22 ว่า การจดทะเบียนหรือจัดตั้งสมาคมไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กทม. โดย กทม. มีหน้าที่กำกับดูแลเฉพาะด้านการก่อสร้าง ดัดแปลง และการใช้อาคารให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร เน้นเรื่องความปลอดภัย ระยะร่น และข้อกำหนดตามประเภทอาคารเป็นหลัก
วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงลำดับการขออนุญาตว่า ทางสมาคมฯ เคยยื่นเรื่องก่อสร้างและดัดแปลงอาคารมาแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2562 และปี 2564 แต่กระบวนการสิ้นสุดไปโดยไม่ได้มีการก่อสร้าง สำหรับคำขอล่าสุดเป็นการยื่นแจ้งดัดแปลงอาคารเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ตามมาตรา 39 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งเป็นช่องทางที่เจ้าของอาคารยื่นแบบที่มีสถาปนิกและวิศวกรรับรอง โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีเวลา 120 วัน ในการตรวจสอบแบบ หากพบส่วนใดไม่ถูกต้องจะมีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขตามกฎหมาย
ชัชชาติ เน้นย้ำว่า การตรวจสอบในขั้นตอนนี้มุ่งไปที่ตัวอาคารและความปลอดภัย ไม่ได้ตรวจสอบกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในอาคาร แต่จะพิจารณาตามประเภทการใช้อาคารที่ยื่นไว้ หากอาคารดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “อาคารควบคุมการใช้” เมื่อก่อสร้างเสร็จจะยังไม่สามารถเปิดใช้อาคารได้ทันที ต้องขอใบรับรองความถูกต้องจากเจ้าพนักงานก่อน ส่วนกรณีการจัดกิจกรรมในอนาคต หากก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน กทม. ยืนยันว่าจะเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อสงสัยเรื่องการก่อสร้างชั้นใต้ดิน ชัชชาติ ระบุว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ อาคารหลายแห่งมีการออกแบบพื้นที่ลักษณะนี้เนื่องจากข้อจำกัดด้านราคาที่ดิน ความสูง และระยะร่น แต่การก่อสร้างต้องมีวิศวกรออกแบบและกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุมเช่นเดียวกับอาคารทั่วไป
ในส่วนของประเด็นการขออนุญาตจัดตั้ง “สุสานหรือฌาปนสถาน” ศิริลักษณ์ ลีระศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย ชี้แจงว่า ผู้ยื่นขอจะต้องเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามกฎหมาย ซึ่งจากกรณีที่มีข้อกังวลว่าชาวต่างชาติจะเป็นผู้ยื่นขออนุญาตในพื้นที่เขตบางคอแหลมนั้น ทางเขตได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าผู้ที่มายื่นขออนุญาตเป็นคนไทย การพิจารณาจะต้องแสดงรายละเอียดที่ดิน โฉนด และแบบแปลนอย่างชัดเจน โดยใบอนุญาตจะมีอายุ 3 ปี
ชัชชาติ ทิ้งท้ายว่า ทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารของสมาคม อาคารเพื่อกิจกรรมทางศาสนา หรือการขออนุญาตสุสาน จะต้องดำเนินการตามกฎหมายและผ่านการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อให้เกิดความถูกต้องและความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่


