×

‘ชัชชาติ’ ยอมรับจัดระเบียบเมืองมีคนไม่พอใจ แต่ต้องยึดประโยชน์ส่วนใหญ่ ชูจ่ายค่าปรับผ่านคิวอาร์โค้ดสกัดส่วยทางเท้า

โดย THE STANDARD TEAM
25.06.2026
  • LOADING...
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังกล่าวปราศรัยหรือให้สัมภาษณ์

วานนี้ (24 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีประชันนโยบายในรายการศึกชิงผู้ว่าฯ ชี้ชะตามหานคร ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 โดยได้ชี้แจงถึงแนวนโยบายการจัดระเบียบทางเท้าและหาบเร่แผงลอย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิของคนเดินเท้าที่ต้องการความเป็นระเบียบ และสิทธิในการทำมาหากินของผู้ค้า

 

ชัชชาติ ระบุว่า หาบเร่แผงลอยเป็นบริบทที่อยู่คู่กรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน ซึ่งตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้พยายามนำผู้ค้าเข้าสู่ระบบจุดผ่อนผัน เพื่อแยกพื้นที่ค้าขายที่ถูกต้องออกจากพื้นที่ผิดกฎหมาย พร้อมจัดหาพื้นที่ทางเลือกใหม่ อาทิ บริเวณใต้ทางด่วน พื้นที่ของ กทม. ตลอดจนพื้นที่ของหน่วยงานรัฐและเอกชน

 

โดย กทม. ได้วางกรอบระเบียบความกว้างของทางเท้าเบื้องต้น คือ ถนนขนาด 3 เลนขึ้นไป ต้องเหลือทางเดินอย่างน้อย 2 เมตร และถนนต่ำกว่า 3 เลน ต้องเหลือทางเดินอย่างน้อย 1.5 เมตร อย่างไรก็ตาม กรอบดังกล่าวมีความยืดหยุ่น โดยสามารถเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ได้

 

สำหรับทิศทางการทำงานในอนาคต ทีมงานเตรียมขยายผลแนวคิดศูนย์อิ่มท้องซึ่งมีลักษณะคล้ายศูนย์อาหาร (Hawker Center) ของประเทศสิงคโปร์ โดยปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว 7 จุด และมีแผนขยายให้ครอบคลุมทั่วเมือง ควบคู่ไปกับการจัดตั้จุดผ่อนผันขนาดเล็ก (Micro) ที่กระจายตัวอยู่ใกล้แหล่งชุมชน จุดละไม่เกิน 5 ราย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ค้าไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไกล และไม่กีดขวางการสัญจร โดยหากดำเนินการได้ 1,000 จุด จะสามารถรองรับผู้ค้ารายย่อยได้ถึง 5,000 ราย

 

ทั้งนี้ การเข้าใช้พื้นที่จุดผ่อนผันจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัดกุม โดยผู้ค้าต้องเป็นผู้ค้าเดิม มีการยืนยันตัวตนด้วยระบบสแกนใบหน้า และไม่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาใช้พื้นที่ นอกจากนี้ ผู้ค้าจะต้องแสดงหลักฐานความจำเป็นทางเศรษฐกิจ เช่น เป็นผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่อนชำระที่อยู่อาศัยกับการเคหะแห่งชาติ หรือมีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี เพื่อป้องกันผู้มีรายได้สูงเข้ามาฉวยโอกาสใช้พื้นที่สาธารณะ

 

ในประเด็นข้อกังวลเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่วย ชัชชาติ ชี้แจงว่า ผู้ค้าในจุดผ่อนผันจะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 500 บาทต่อปี ส่วนผู้ที่ทำผิดกฎหมายนอกจุดผ่อนผันจะต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย 500 บาทต่อเดือน โดย กทม. ได้ปรับปรุงระบบให้ผู้กระทำผิดสแกนชำระเงินผ่าน QR Code เพื่อโอนเงินตรงเข้าสู่สำนักงานเขต

 

หากพบเจ้าหน้าที่เทศกิจเรียกรับเงินสดในพื้นที่ ให้ถือว่าเป็นการรับส่วยและประชาชนสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที โดยการชำระด้วยเงินสดที่ถูกต้องจะกระทำได้เฉพาะที่ฝ่ายคลังของสำนักงานเขตพร้อมรับใบเสร็จเท่านั้น ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จะช่วยลดช่องว่างการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ชัชชาติ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การจัดระเบียบเมืองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้กรุงเทพฯ มีความเป็นระเบียบและสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในย่านโบ๊เบ๊ แม้การดำเนินนโยบายในบางครั้งจะต้องเผชิญกับความไม่พอใจของกลุ่มคนที่เคยใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไม่มีระเบียบ แต่การบริหารเมืองจำเป็นต้องยึดถือผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ การกำหนดจุดผ่อนผันในทุกพื้นที่ กทม. จะไม่ตัดสินใจเพียงลำพัง แต่ต้องผ่านกระบวนการทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าของพื้นที่ ผู้ค้า และผู้ใช้ทางเท้า เพื่อมุ่งหาสมดุลที่ยั่งยืนให้แก่สังคมเมืองต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising