Menu
231369

จับตา Central.co.th ความหวังกลุ่มเซ็นทรัลดันออมนิแชนแนลแตะหมื่นล้าน ขึ้นอันดับ 1 ในอีก 5 ปี

02.04.2019
  • LOADING...

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวงการค้าปลีกที่ไม่สามารถนิ่งเฉยกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ แนวคิดการสร้างประสบการณ์หลายช่องทางแบบไร้รอยต่อ หรือ ออมนิแชนแนล จึงเป็นกลยุทธสำคัญที่รองรับความต้องการซื้อสินค้าและบริการทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านหรือแพลตฟอร์มใดก็ตาม

 

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ให้ข้อมูลว่า ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตได้มากกว่า 80% หรือราว 57 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด ซึ่งการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5 ของรูปแบบการใช้อินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ ซึ่งปี 2561 ที่ผ่านมา ตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ของไทยขยายตัวได้มากถึง 14% และคาดการณ์ว่าในปี 2562 นี้จะเติบโตขึ้นถึง 20% ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ  

 

ปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมี 3 ช่องการขายที่สำคัญคือ ห้างสรรพสินค้า บริการ Central Chat & Shop ผ่านแอปพลิเคชัน LINE และเว็บไซต์ Central.co.th ที่ยกทั้งห้างมาไว้บนโลกออกไลน์ ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าที่มีวางขายในห้างเท่านั้น เว็บ Central.co.th ยังใช้กลยุทธ์ทางการตลาดด้านการจัดจำหน่ายด้วยการนำแบรนด์สินค้าพิเศษมาจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น เช่น Giorgio Armani, Nespresso, DeLonghi, Dorothy Perkins, Marks & Spencer, MINI MONO หรือ Sanrio เป็นต้น โดยณัฐธีราตั้งเป้าให้ Central.co.th เป็นออมนิแชนแนลที่มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 15% ของรายได้ทั้งหมดของเครือเซ็นทรัล ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของวงการค้าปลีกไทยในปี 2566  

 

 

สเตฟาน จูเบิร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายออนไลน์ และออมนิแชนแนล ซีอาร์เอ็ม บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2562 Central.co.th จะมียอดขายราว 1.5 พันล้านบาท หรือเติบโต 150% โดยเตรียมเงินลงทุนมูลกว่า 250 ล้านบาทในการทำการตลาดปีนี้ ซึ่งเว็บโฉมใหม่ใช้คอนเซปต์ ‘My Central Is Now’ ซึ่งมี 3 ส่วนหลัก คือ

 

  1. Choice is Now ที่นำเสนอสินค้าเทียบเท่ากับในห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เครื่องสำอางระดับลักชัวรีหลายสิบแบรนด์รวมทั้ง ‘Dior’ จำหน่ายสินค้าทุกรายการเฉพาะช่องทาง Central.co.th เท่านั้น

 

  1. Fast is Now บริการส่งสินค้าเร็วภายในกรุงเทพมหานครภายใน 1 วัน สำหรับผู้ที่สั่งสินค้าช่วงก่อนเที่ยงวัน นอกจากนี้ยังเพิ่มจุดรับสินค้าด้วยตัวเองกว่า 70 จุดทั่วประเทศ ทั้งบนสถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสันทุกสาขาด้วย

 

  1. Trust is Now ซึ่งรับประกันสินค้าคุณภาพด้วยประสบการณ์ค้าปลีกกว่า 7 ทศวรรษที่ผ่านมาของเครือเซ็นทรัล

 

จากข้อมูลของเครือเซ็นทรัลพบว่า แม้ปัจจุบันลูกค้าออมนิแชนแนลของเซ็นทรัลจะมีจำนวน 4.3 หมื่นคน น้อยกว่าลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าอย่างเดียว ซึ่งมีถึง 2.5 ล้านคน แต่กลับพบว่ายอดขายและจำนวนการซื้อของกลุ่มลูกค้าออมนิแชนแนลต่อคนสูงถึง 3.6 หมื่นบาท คิดเป็น 3 เท่าของลูกค้าออฟไลน์ ซึ่งถือเป็นช่องทางที่มีศักยภาพและกำลังขยายตัวอย่างน่าสนใจ

 

สำหรับ Central.co.th จะทำตลาดคนละส่วนกับ JD Central ที่ทางเครือเซ็นทรัลร่วมมือกับ JD.com อย่างแน่นอน โดย JD Central เป็นลักษณะตลาดขายสินค้า (Market Place) ที่แข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ ที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันอย่าง Lazada หรือ Shopee ขณะที่ Central.co.th ให้ประสบการณ์เหมือนกับการเดินเลือกสินค้าในห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นการทำการตลาดออมนิแชนแนลที่สร้างประสบการณ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สินค้าสำคัญคือเครื่องสำอางและความงาม ซึ่งมีสัดส่วนยอดขาย 36.9% รองลงมาคือเครื่องใช้ในบ้านและเครื่องครัว 24.2% สินค้าเพื่อการเดินทาง 8.1% สินค้าสำหรับแม่และเด็ก 7.7% และสินค้าสำหรับสุภาพสตรี 7.5%  

 

สเตฟานให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า สินค้าเครื่องสำอางมีศักยภาพอย่างมากในการทำการตลาดในประเทศไทย 68% ของลูกค้าออมนิแชนแนลเป็นผู้หญิงและ 70% ของยอดขายมาจากการซื้อของบนสมาร์ทโฟน ขณะที่สินค้ากลุ่มแม่และเด็กนั้นยังมีสัดส่วนน้อยแต่น่าจะสามารถเติบโตได้มากขึ้น และกลุ่มนี้มีสิ่งที่น่าสนใจไม่เพียงแต่ผ้าอ้อมและของใช้เด็กเท่านั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะยังเติบโตต่อเนื่อง และอุปสงค์ต่อสินค้าของลูกค้าต่างจังหวัดยังมีอยู่มาก ซึ่ง Central.co.th จะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีสาขาของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลตั้งอยู่

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR