×

ธนาคารกลางหลักของโลก สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ไทย จ่อ ‘คง’ ดอกเบี้ยสัปดาห์นี้

28.04.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงแนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลก โดย 4 ธนาคารกลางหลัก สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ไทย คาดการณ์ คงดอกเบี้ยสัปดาห์นี้

ธนาคารกลางสำคัญทั่วโลก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน

 

วันนี้ (28 เมษายน) วิจัยกรุงศรีกล่าวว่า การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่28 เมษายน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 28-29 เมษายน และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่30 เมษายน มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม เพื่อรอประเมินความชัดเจนของสถานการณ์ รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

ขณะที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ที่มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% แต่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 ตามภาวะตลาดแรงงานที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% ภายในปีนี้ แต่จังหวะยังไม่แน่นอน ขึ้นกับความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจคงดอกเบี้ยที่ 2% ตลอดปี ท่ามกลางเศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังเปราะบาง แม้เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น

 

กนง. 29 เม.ย.นี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00% ในวันที่ 29 เมษายน แม้แรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุนเป็นขาขึ้น แต่การประคองเศรษฐกิจยังจำเป็น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบภาคการผลิต การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของครัวเรือน

 

สอดคล้องกับ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) ที่มองว่า ในการประชุม กนง. วันที่ 29 เม.ย. 2569 คาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกนง. คาดว่าจะมีมุมมอง wait-and-see เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก

 

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ตลอดทั้งปี 2569 โดยมีมุมมองว่าอุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะอุปสงค์ภายในประเทศให้ชะลอลงมากขึ้น

 

ในขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นโยบายการคลังมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบและพยุงเศรษฐกิจได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ยโดยรวม

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคาดอีกว่า ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 เม.ย. 2569 คาด Fed มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% เพื่อรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ในระยะข้างหน้า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายยาวนานขึ้น และการปรับลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นล่าช้ากว่าที่เคยคาด โดยยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางราคาพลังงานโลกเป็นสำคัญ

 

ในกรณีฐาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า Fed มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยใน 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สอดคล้องกับ Dot Plot ในการประชุมรอบก่อนหน้า ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ จะคลี่คลายลงภายในเดือนมิ.ย. 2569 นี้ ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทยอยปรับลดลง และทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว

 

อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี ความเสี่ยงของการเกิด Stagflation จะเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว Fed มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories