โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 14-15% เทียบปีก่อน เดินหน้าขยายเครือข่ายโรงแรมใหม่ 5 แห่งทั้งในและต่างประเทศ พร้อมจับมือ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR ลุยตลาดโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) มูลค่า 700 ล้านบาท ภายใต้เป้าหมายก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลกในปี 2570
ในปี 2568 ที่ผ่านมา เซ็นทารามีรายได้รวม 12,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เทียบปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโต 5% และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) อยู่ที่ 5,922 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4%
สำหรับปี 2569 เซ็นทาราตั้งเป้าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งพอร์ตที่ 75-78% และคาดว่า RevPAR จะเติบโต 8-9% ขึ้นมาอยู่ที่ราว 4,600-4,800 บาท พร้อมประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้ที่ 35-37 ล้านคน หรือเติบโต 3-4%
เปิด 5 โรงแรมใหม่ ขยายฐานญี่ปุ่น-เวียดนาม-เนปาล
ในปีนี้ เซ็นทารามีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 5 แห่ง รวมห้องพักเกือบ 2,000 ห้อง แบ่งเป็นในต่างประเทศ 4 แห่ง และในไทย 1 แห่ง
โดยเปิดให้บริการไปแล้ว 2 แห่ง คือ Himalayan Hideaway Resort Pokhara ภายใต้แบรนด์ The Centara Collection ขนาด 42 ห้อง ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในเนปาล (เปิดเมื่อมกราคมที่ผ่านมา)
และ Centara Life Namba Osaka ขนาด 300 ห้อง โรงแรมแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายนนี้ โดยฝ่ายบริหารระบุว่ายังเห็นโอกาสขยายธุรกิจไปยังเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อ ทั้งเกียวโต, โตเกียว, ฟุกุโอกะ และฮอกไกโด
ส่วนครึ่งปีหลัง เซ็นทารามีกำหนดเปิด 2 โรงแรมในเวียดนามตอนเหนือใกล้พรมแดนจีน คือ เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ วังดอน 481 ห้อง และคริสตัล ฮอลิเดย์ ฮาร์เบอร์ วังดอน 496 ห้อง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะดันจำนวนห้องพักของเซ็นทาราในเวียดนามขึ้นเป็นเกือบ 1,000 ห้อง ปิดท้ายด้วย Centara Life สุราษฎร์ธานี ขนาด 110 ห้องในไทย
ทุ่ม 1.6 หมื่นล้านบาทใน 3 ปี เน้นรีโนเวทหัวหิน-กระบี่
เซ็นทาราวางงบลงทุนช่วง 3 ปีข้างหน้ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้จะใช้ราว 6,000-6,600 ล้านบาท แบ่งเป็นการควบรวมกิจการ (M&A) ราว 2,000 ล้านบาท และอีกกว่า 4,000 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงโรงแรมหลัก
โครงการสำคัญ ได้แก่ การต่อสัญญาเช่าที่ดิน 30 ปี และรีโนเวท เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท หัวหิน ซึ่งจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2570 และการปรับโฉม เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่ ไปสู่แบรนด์ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่ มีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปีนี้
ผนึก OR ทุ่ม 700 ล้าน ลุย ‘Budget Hotel’ ในปั๊ม PTT
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของปีนี้ คือการลงนามร่วมลงทุนกับ OR เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในสถานีบริการ PTT Station ทั่วประเทศ ซึ่งฝ่ายบริหารระบุว่าเป็นเซกเมนต์ที่ให้อัตรากำไรสูง
ดีลนี้มีมูลค่ารวม 700 ล้านบาท โดยเซ็นทาราถือหุ้น 51% และ OR ถือหุ้น 49% ในเฟสแรกตั้งเป้าเปิด 6 แห่ง ในกรุงเทพฯ, กาญจนบุรี, อยุธยา, ภูเก็ต, ชลบุรี และสงขลา โดยจะทยอยเปิดให้บริการระหว่างปี 2570-2571
โรงแรมในต่างจังหวัดจะมีขนาด 69-80 ห้อง อัตราค่าห้องพักเริ่มต้นที่ 800-900 บาทต่อคืน ส่วนในกรุงเทพฯ จะมีราว 120 ห้อง ราคา 1,200-1,300 บาทต่อคืน จับกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศ ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ และนักธุรกิจที่ต้องการที่พักระหว่างเส้นทาง
จุดแข็งสำคัญของความร่วมมือคือเครือข่าย PTT Station ของ OR ที่มีกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมระบบสมาชิกของทั้งสองฝ่าย ทั้ง CentaraThe1, The 1 และ blueplus+ ซึ่งมีฐานสมาชิกรวมกันกว่า 40 ล้านคน ที่จะนำมาต่อยอดเป็นสิทธิประโยชน์ใหม่ในอนาคต
มัลดีฟส์พลิก EBIT กลับเป็นบวก กระจายฐานลูกค้าลดความเสี่ยง
ฝั่งต่างประเทศ ธุรกิจมัลดีฟส์อยู่ในช่วง ‘Turnaround’ หลังเซ็นทาราปรับกลยุทธ์การขายเจาะลูกค้ากลุ่มใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 โดยฝ่ายบริหารคาดว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ของธุรกิจมัลดีฟส์ทั้งปีจะกลับมาเป็นบวกได้ดีกว่าที่คาดไว้
ขณะที่พอร์ตลูกค้าของเซ็นทารากระจายความเสี่ยงไม่กระจุกในตลาดใดตลาดเดียว นำโดยลูกค้าชาวไทย 25% รัสเซีย 11% จีน 7% สหราชอาณาจักร 6% ตามด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และออสเตรเลีย ส่งผลให้ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างจำกัด
ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) จากยุโรป สหราชอาณาจักร และรัสเซีย เติบโตในอัตราที่สูงขึ้น ด้านช่องทางการขาย ราว 50% ของรายได้มาจาก B2C ทั้งเว็บไซต์ตรงและตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ (OTA) รองลงมาคือกลุ่มลูกค้าองค์กร 32% และ MICE อีก 15%
ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทารา ระบุว่าบริษัทพร้อม “ขยับใกล้เข้าสู่เป้าหมายสำคัญเพื่อก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลกให้ได้ภายในปี 2570”

