×

โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… แล้วเราควรดูแลผู้สูงวัยอย่างไรในยุคโควิด-19 [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
29.04.2020
  • LOADING...

ก่อนหน้านี้คงไม่มีใครคาดคิดว่า จากเชื้อไวรัสที่ปรากฏให้โลกรู้จักเป็นครั้งแรก ณ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนจะแพร่กระจายกลายเป็นภาวะ ‘Pandemic หรือโรคระบาดใหญ่’ ที่ส่งผลกระทบและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จนทำให้หลายสำนักเชื่อว่า โลกต่อจากนี้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

แม้จากข้อมูลพบว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี แต่ทว่า หากมองไปที่อัตราการเสียชีวิตส่วนใหญ่กลับเป็นกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะการติดเชื้อจากลูกหลานในครอบครัวที่ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านตามปกติ แล้วเป็นพาหะของโรคแบบไม่รู้ตัว จากงานวิจัยที่ผ่านมาก็ทำให้เราเห็นแล้วว่ากว่า 50% ของผู้ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการใดๆ 

 

แล้วเชื้อไวรัสที่ว่า จะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน

หลังการแพร่ระบาดผ่านมากว่า 5 เดือน มีหลายประเทศเริ่มคิดค้นวัคซีนเพื่อยับยั้งโรค ทั้งจากสหรัฐอเมริกา จีน อิสราเอล และอังกฤษ แต่ข่าวร้ายก็มาพร้อมกัน เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยาส่วนใหญ่ให้ความเห็นตรงกันว่า กว่าจะมีวัคซีนโควิด-19 ที่พร้อมใช้งานนั้น จะต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 12-18 เดือน!

 

เช่นเดียวกับแนวคิด Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันกลุ่ม ที่เชื่อว่า หากประชากร 70% ติดเชื้อร่วมกัน จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันจนผู้ไม่ติดเชื้อได้รับประโยชน์จากการปกป้องหมู่โดยอัตโนมัติ ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อเพียง 1.5% ของประชากรโลก ทำให้แนวคิดนี้ค่อนข้างได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และยังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง

 

แม้ปัจจุบันรัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมาแล้วนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาตรการเหล่านี้ต้องมีวันสิ้นสุด เพราะเศรษฐกิจของประเทศยังคงต้องเดินหน้าต่อไปด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตนอกบ้านที่รอวันกลับเข้าสู่ ‘ความปกติแบบ New Normal’ อีกครั้ง…

 

 

การข้ามผ่านภาวะโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบอย่างเช่นขณะนี้

 

เมื่อความเสี่ยงไม่หายไปไหน แล้วเราควรดูแลผู้สูงวัยอย่างไร

สำหรับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หรือแยกกันทำกิจกรรมต่างๆ ขณะที่สมาชิกในครอบครัวยังใช้ชีวิตประจำวันภายใต้ชายคาเดียวกันนั้นเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะบ้านที่สมาชิกในครอบครัวยังต้องเดินทางออกไปทำงานนอกบ้านหรือซื้อข้าวของเครื่องใช้ในสถานที่ชุมชน ซึ่งต้องพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้’ ริมถนนพหลโยธิน โดยใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง 15 นาที จากสนามบินนานาชาติดอนเมือง ที่สามารถใช้ชีวิตในโครงการและสังคมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงวัยและมีบริการทางการแพทย์รองรับ

 

 

จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เป็นโครงการพักอาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้สูงวัยอย่างครบวงจรแห่งแรกในเมืองไทย โดยเป็นคอนโดแบบโลว์ไรส์ 7 ชั้น จำนวน 5 อาคาร ที่มีแนวคิดแบบ Universal Design ซึ่งรองรับการใช้งานรถเข็นและการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยและทุกช่วงวัย

 

 

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในบรรยากาศแบบรีสอร์ตที่ไม่พลุกพล่าน อีกทั้งยังเป็นมิตรกับผู้สูงวัย โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจให้ผู้อยู่อาศัยได้มาใช้เวลาร่วมกัน พร้อมจัดเตรียมกิจกรรมเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น คลาสศิลปะ ดนตรีบำบัด คอร์สทำอาหาร ฯลฯ

 

 

แน่นอนว่า การเป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงวัย ปัจจุบันโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ จึงยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโควิด-19 อย่างเข้มข้น ทั้งในกลุ่มผู้อยู่อาศัยและผู้มาติดต่อ

 

เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าโครงการที่มีการตรวจคัดกรอง ซักประวัติ การจัดสรรพื้นที่เยี่ยมและพื้นที่สำหรับรับส่งของ โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในตัวโครงการ ตลอดจนทำความสะอาดบริเวณต่างๆ อยู่สม่ำเสมอ เพื่อรักษาความสะอาดและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด

 

 

ไม่เพียงแต่ที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบแยกตัว หรือ Isolated แต่โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ยังให้ความอุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการยกระดับ ‘โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา’ ภายในโครงการ จากเดิมที่เน้นดูแลผู้สูงวัยที่เป็นอัลไซเมอร์ และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็น ‘Elderly Protection Zone’ หรือพื้นที่เพื่อการปกป้องดูแลรักษาผู้สูงวัยจากโควิด-19 ที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ในช่วงพักฟื้นและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด 

 

โดยมีทีมแพทย์ที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เทียบเท่ามาตรฐานการดูแลรักษาในโรงพยาบาล แต่เป็นบรรยากาศเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีความเป็นส่วนตัวสูง

 

 

เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็น Protection Zone ปกป้องผู้สูงวัยได้อย่างมั่นใจ นอกจากการจัดสรรพื้นที่ โดยยึดหลักเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing และการตรวจสอบคัดกรองผู้เข้า-ออกที่เป็นมาตรการขั้นพื้นฐานแล้ว 

 

โรงพยาบาลธนบุรีบูรณายังให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกคน ทั้งแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพที่ดูแลผู้สูงวัย ซึ่งต้องผ่านการตรวจหาโควิด-19 และพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ที่กำหนดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในและนอกเวลางาน เพื่อลดความเสี่ยงได้รับเชื้อ โดยเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้กักตัวตามกฎระเบียบจะไม่ได้รับอนุญาตเข้าหอผู้ป่วยหรือใกล้ชิดกับผู้สูงวัยในโครงการโดยเด็ดขาด 

 

 

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในสังคมที่เราไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ไวรัสที่มองไม่เห็นอยู่ในสถานที่ไหนบ้าง การให้ผู้สูงวัยที่เรารักได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญคอยดูแล จะสร้างความมั่นใจและลดความเสี่ยงได้รับเชื้อโดยไม่รู้ตัว ทำให้โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งในสถานการณ์โควิด-19 และการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในอนาคต

 

สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร 0 2078 5777 และ [email protected]: @Jinwellbeing หรือศึกษาข้อมูลได้ที่ www.jinwellbeing.com 

 

 

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories