แคนาดากำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่าอย่างหนัก โดยมีจุดที่ไฟกำลังลุกไหม้กว่า 955 จุด ซึ่งส่วนใหญ่ยังควบคุมไม่ได้ และเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วเกือบ 3 ล้านเฮกตาร์ (ราว 18.5 ล้านไร่) ส่งผลให้ควันไฟหนาทึบพัดไปปกคลุมท้องฟ้าในหลายรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ทำให้คุณภาพอากาศในหลายเมืองแย่ลงในระดับอันตราย โดยเมืองดีทรอยต์มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุด ตามมาด้วยชิคาโก วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์ก
ท่าทีฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นอย่างไร
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะบังคับใช้มาตรการทางภาษีครั้งใหม่กับแคนาดา โดยกล่าวหาว่าแคนาดาจงใจละเลยการดูแลรักษาป่าไม้จนทำให้มลพิษเข้ามารุกรานสหรัฐฯ
ขณะที่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ บางส่วนระบุว่า หมดความอดทนกับความเฉื่อยชาของแคนาดา และขู่ว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาเข้าไปแทรกแซงการจัดการไฟป่าข้ามพรมแดนโดยตรง หากแคนาดายังไม่ลงมือแก้ไข
ด้านสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนได้นำประเด็นนี้มาสนับสนุนแนวคิดที่จะรวบรวมแคนาดาให้เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมาก จนชาวแคนาดาบางส่วนประท้วงด้วยการหยุดเดินทางเข้าสหรัฐฯ
การตอบโต้จากฝั่งแคนาดา เป็นอย่างไร
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความรับผิดชอบของทุกคน รวมถึงสหรัฐฯ ด้วย
ขณะที่ ดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ วิจารณ์คำพูดของนักการเมืองสหรัฐฯ ว่า ‘น่าละอาย’ และ ‘ยอมรับไม่ได้’ โดยเตือนว่า เพื่อนบ้านที่ดีควรส่งความช่วยเหลือมาแทนการบ่น เหมือนที่แคนาดาเคยส่งคนไปช่วยดับไฟป่าและกู้ภัยพายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ มาก่อน
รัฐบาลแคนาดายืนยันว่า ได้ลงทุนงบประมาณกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อดูแลความยั่งยืนของป่าไม้ และปัจจุบันมีการระดมเจ้าหน้าที่กว่า 150 ทีม พร้อมเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงกว่า 80 ลำ เพื่อจัดการกับวิกฤตไฟป่าครั้งนี้แล้ว
นักวิทยาศาสตร์ มองวิกฤตไฟป่านี้อย่างไร
ดร. แพทริก เจมส์ ผู้เชี่ยวชาญจาก University of Toronto ชี้ว่า สภาพอากาศและควันไฟไม่สนใจเส้นแบ่งเขตแดน และควันจากฝั่งสหรัฐฯ ก็เคยพัดมากระทบแคนาดาเช่นกัน สาเหตุหลักของไฟป่าครั้งนี้เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่อง ปริมาณฝนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมร้อนและแห้งแล้งจนไฟลามได้ง่าย การกล่าวโทษว่าไฟป่าครั้งนี้เกิดจากแคนาดาเพียงฝ่ายเดียวอาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากเป็นปัญหาท้าทายระดับโลก และพื้นที่ป่าของแคนาดานั้นกว้างใหญ่เกินกว่าที่การบริหารจัดการป่าไม้จะป้องกันไฟป่าในสเกลนี้ได้





อ้างอิง:


