คาลบี้ (Calbee) บริษัทผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สีขาวและดำเป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงัก หลังการขนส่งแนฟทา หรือส่วนผสมหมึกพิมพ์ ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวานนี้ (12 พฤษภาคม) บริษัทคาลบี้ประกาศว่า จะผลิตซองขนมรูปแบบใหม่เป็น ‘สีเทา’ หรือ ‘ขาว-ดำ’ ในผลิตภัณฑ์ 14 ชนิด ประกอบด้วยถุงมันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวเกรียบกุ้ง และกราโนลาอบแห้ง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป
“คาลบี้จะยังคงตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็วทันท่วงที พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูงต่อไป” แถลงการณ์ยังระบุว่า มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจัดส่งสินค้าสู่ตลาด
ทั้งนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ คือ ผู้ซื้อต้องพิจารณาตัวอักษรบนหน้าซองขนมมากขึ้น เพราะปกติแล้ว สีของบรรจุภัณฑ์คาลบี้จะจำแนกตามรสชาติ เช่น สีแดงคือรสเกลือ หรือสีเหลืองแถบเขียวคือรสโนริสาหร่าย
แม้ทางบริษัทไม่ได้ระบุเจาะจงว่า บริษัทคาลบี้ขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตส่วนใด แต่ โฆษกจากรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาระบุว่า ทางการยังไม่ได้รับรายงานเรื่องปัญหาขาดแคลนส่วนผสมหมึกพิมพ์ หรือ ‘แนฟทา’ ขั้นวิกฤตในอุตสาหกรรมการผลิต โดยย้ำว่า ปริมาณในภาพรวมของญี่ปุ่นยังมีเพียงพอ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า รัฐบาลมีแผนพบบริษัทคาลบี้เพื่อหารือผลกระทบจากการผลิตต่อไป
อนึ่ง แนฟทาคือผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมัน ซึ่งใช้ในการผลิตหมึกและพลาสติก โดย เคอิ ซาโต รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ญี่ปุ่นนำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางประมาณ 40% ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเพื่อสร้างเสถียรภาพและแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน
ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร
รายงานของ CNN และ BBC ระบุว่า ประเทศในเอเชียได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันและแหล่งพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างมาก
นอกจากการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ผลกระทบยังเกิดขึ้นกับแวดวงธุรกิจและอาหาร เช่น มิซกัน (Mizkan) ผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่น เจ้าของผลิตภัณฑ์นัตโตะหรือถั่วหมักชื่อดัง ได้สั่งระงับการขายผลิตภัณฑ์บางส่วนและปรับขึ้นราคาสินค้าอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมอย่างโพลีสไตรีน
ขณะที่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า (Toyota) และฮุนได (Hyundai) ระบุว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง ส่วนธุรกิจการบิน สายการบินหลายแห่งทั่วโลกต้องหยุดให้บริการเที่ยวบินชั่วคราวและจอดเครื่องบินบางส่วนทิ้งไว้ หลังราคาน้ำมันอากาศยานพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงคราม
เช่นเดียวกับ Next ธุรกิจแฟชันชื่อดังของอังกฤษได้ปรับราคาสินค้าสูงสุด 8% ในบางประเทศนอกยุโรป โดยระบุว่า เป็นเพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
ภาพ: Calbee
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/articles/c78k405j8pdo
- https://edition.cnn.com/2026/05/12/asia/calbee-chips-japan-packaging-middle-east-war-intl-hnk
- https://www.calbee.co.jp/en/news/pdf/174-29160.pdf

