วันนี้ (26 กันยายน) วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน ร่วมกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง, ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คณะได้เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำและเขื่อนป้องกันน้ำท่วมที่วัดไชยวัฒนาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ประตูระบายน้ำบางกุ้ง และวัดตะกู อำเภอบางบาล เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและพื้นที่รองรับน้ำ
เอกนิติกล่าวว่า ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์จริงและเยี่ยมประชาชน เบื้องต้นประเมินและบริหารจัดการมวลน้ำจากทางเหนือและฝนจากภาคตะวันออก โดยกระจายน้ำลงพื้นที่ทุ่งเพื่อลดผลกระทบ และได้ประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ส่วนพื้นที่โบราณสถานได้มีมาตรการป้องกันเรียบร้อย สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ประสาน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลบริหารมวลน้ำควบคู่กัน รวมถึงจัดเตรียมสถานที่จอดรถของหน่วยงานราชการไว้รองรับประชาชน
ภราดรกล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้สั่งการให้นายอำเภอ ปภ.จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหาย ซ่อมแซมสาธารณูปโภค ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จัดเตรียมอุปกรณ์ขนย้าย เต็นท์ และสถานที่พักพิง โดยคาดว่าในอีก 2 วัน สถานการณ์ฝนจะดีขึ้น ส่วนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาคาดว่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดเนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูงส่งผลให้ระบายน้ำได้ช้าลง
วราวุธกล่าวถึงการป้องกันนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและจัดทำแผนป้องกันไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม แต่เนื่องจากช่วง 2 วันที่ผ่านมามีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนผ่าน ทำให้เกิดฝนตกหนักประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง จึงขอให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมทั้งการเยียวยา ถุงยังชีพ และศูนย์พักพิง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว








