Menu
88018

เมาท์มอยเรื่อง ‘น้อง-พี่’ ของซันนี่, ญาญ่า, นิชคุณ ที่ชีวิตจริงก็สนุกไม่แพ้หนัง!

07.05.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

6 Mins. Read
  • แม้ว่าในหนัง น้อง.พี่.ที่รัก นิชคุณจะรับเป็นบทเป็น ‘โมจิ’ หนุ่มหล่อลูกครึ่งญี่ปุ่นที่จะต้องผจญกับ ‘พี่ชายสุดแสบ’ ของสาวคนรัก แต่ในชีวิตจริงกลับตรงข้ามแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะนิชคุณตัวจริงคือพี่ชายที่หวงน้องสาวมาก! ถามว่าหวงน้องสาวประมาณไหน “มากสุดก็แค่น้องคุยโทรศัพท์อยู่ ผมก็เอาโทรศัพท์มาคุยต่อ แล้วถามว่าเป็นใคร อะไรยังไง”   
  • ญาญ่าคือน้องสาวคนสุดท้องของครอบครัวที่ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ห่างไกล แต่เมื่อไรที่เจอกัน เธอกับพี่สาวก็มักจะมีเรื่องทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาผู้หญิงอยู่เสมอ “ตอนนี้หนูอยู่ที่เมืองไทยคนเดียว ส่วนพี่ชายกับพี่สาวอยู่เมืองนอกกันหมดเลย นานๆ ทีเขาถึงจะกลับมา แล้วพอได้อยู่ด้วยกัน เราก็จะทะเลาะกันด้วยเรื่องอย่าง “ยูไปปิดไฟสิ” เพราะเรานอนห้องเดียวกัน
  • ซันนี่คือ ‘น้อง’ ที่อายุห่างจากพี่ชายและพี่สาวถึง 7-8 ปี นอกจากนั้นความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวสุวรรณเมธานนท์ยังแปลกแสนแปลก เพราะถึงจะรักและผูกพัน แต่พวกเขาก็มักจะแสดงออกด้วยการเก๊กใส่กัน “ปกติเวลายืนคุยกับพี่ชาย… ไม่เจอกันนาน คิดถึงเหมือนกัน แต่ยืนกันคนละมุมห้อง แล้วก็เดินแยกกันไป เพราะถ้ามีเรื่องอะไรเซนสิทีฟขึ้นมาปุ๊บ เข้าใจไหมครับ เราจะฟอร์มใส่กัน”

น้อง.พี่.ที่รัก (Brother Of The Year) เตรียมจะเข้าฉาย 10 พฤษภาคมนี้แล้ว แต่ก่อนจะได้ดูหนังโรแมนติก-คอเมดี้ (ที่ท่าทางว่าบรรยากาศระหว่างพี่ชายและน้องสาวจะดุเดือดไฟลุกท่วมจอ) THE STANDARD ชวน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ และนิชคุณ หรเวชกุล มาชวนคุยถึงความสัมพันธ์แบบพี่ๆ น้องๆ ที่ดูเหมือนว่าในชีวิตจริงทั้งสามคนต่างก็มีโมเมนต์ระหว่าง ‘พี่น้อง’ ที่ทั้งแสบ สนุก และน่าสนใจไม่แพ้กัน

 

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์: ปัจจุบันอายุ 36 ปี เป็นน้องคนเล็กของพี่ชายและพี่สาวอีก 2 คน  

 

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์: ปัจจุบันอายุ 25 ปี คือน้องสาวคนเล็กในครอบครัวที่อบอุ่น ญาญ่ามีพี่สาวแท้ๆ 1 คน และมีพี่ชายต่างมารดาอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอก

 

นิชคุณ หรเวชกุล: ปัจจุบันอายุ 29 ปี ซูเปอร์สตาร์หนุ่ม สมาชิกวง 2PM บอยแบนด์ชื่อดังจากเกาหลี เป็นพี่ชายคนรองจากจำนวนพี่น้อง 4 คนของครอบครัวหรเวชกุล โดยเรียงลำดับจาก ฌาน-ณิชฌาน หรเวชกุล (พี่ชายคนโต), ญาณิน-นิธิกานต์ หรเวชกุล (น้องสาวคนที่ 3) และเชอรีน-ณัฐจารี หรเวชกุล (น้องสาวคนที่ 4)  

 

 

ซีนหนึ่ง เทกหนึ่ง แอ็กชัน!  

 

น้อง.พี่.ที่รัก กำลังเข้าฉายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว ลองพาย้อนกลับไปในวันออกกองวันแรกหน่อยได้ไหมว่าความรู้สึกระหว่างพี่น้องเหมือนหรือแตกต่างกับตอนนี้อย่างไรบ้าง  

ญาญ่า: วันแรกตื่นเต้นอยู่แล้วค่ะ มันไม่ใช่แค่การทำงานกับนักแสดงที่เราไม่เคยร่วมงาน แต่มันคือทีมใหม่ทั้งหมดที่เราไม่เคยเจอเขามาก่อนด้วยค่ะ หนูว่าทุกครั้งที่ทำงานที่ใหม่ นักแสดงทุกคนเขาจะมีเทมโป้ที่ไม่เหมือนกัน มีรายละเอียดที่แตกต่างกับคนที่เราเคยทำงาน เพราะฉะนั้นวันแรกคือวันที่เรามาทำความรู้จักคนใหม่ๆ ตื่นเต้นดีค่ะ

 

นิชคุณ: ใช่ครับ เหมือนเวลาเราย้ายบ้านไปอยู่กับรูมเมต เรามีคนที่จะต้องแชร์ห้องด้วย ผมเองอยากทำงานให้ออกมาดีที่สุด แต่ด้วยความที่ยังไม่รู้จักคนที่ทำงานด้วย ตอนแรกตื่นเต้นมากครับ เลยยังเกร็งๆ แต่สักพักก็ดีขึ้น เพราะในกองเราทำงานเหมือนเป็นครอบครัวกันจริงๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเลย  

 

ซันนี่: วันแรกมันเป็นฉากแอ็กชันสำหรับผมเหมือนกันนะ เพราะเขาปิดถนนให้ผมวิ่งข้าม อาจจะมีมอเตอร์ไซค์โฉบมาแล้วชนผมลอยไปเลยก็ได้ (หัวเราะ)

 

ถ้าให้หนูเปรียบเทียบเวลาที่เล่นด้วยกัน พี่ซันนี่เขา This is like URBoyTJ. ใช่ไหมคะ ส่วนพี่คุณ เล่นด้วยกันแล้ว Everything is so smooth and so gentle. มากค่ะ -ญาญ่า

ชอบที่ญาญ่าบอกว่านักแสดงแต่ละคนจะมี ‘เทมโป้’ ที่ไม่เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเทมโป้ของซันนี่กับนิชคุณเป็นอย่างไรบ้าง  

ซันนี่: เทมโป้ของผมน่าจะสไตล์ UrboyTJ  

 

ญาญ่า: เย่ โย่ว (หัวเราะ)

 

นิชคุณ: ที่พูดแบบนั้นเพราะว่าพี่ซันนี่มีเทมโป้ที่เหมือนแรปเปอร์ครับ คือไปเรื่อยๆ ไม่รู้เขาฟรีสไตล์หรือว่าสดยังไงก็แล้วแต่ แต่เขาถูกบีตทุกครั้ง

 

ญาญ่า: yep! ทำไมจังหวะมันดีดี๊

 

นิชคุณล่ะ เทมโป้เป็นอย่างไรบ้าง

 

ญาญ่า: คืออีกแบบหนึ่งเลยค่ะ สำหรับคนนี้ (หมายถึงซันนี่) เราต้องต่อปากต่อคำค่ะ มันต้องเป็นเทมโป้ที่จึกๆๆ ซึ่งมันลงตัวมากๆ

 

สำหรับพี่คุณ เทมโป้จะเป็นอีกอย่าง คือตัวละคร ‘โมจิ’ เหมาะกับตัวเขามากๆ เพราะเขาเป็นคนที่อบอุ่น เพราะฉะนั้นถ้าให้หนูเทียบเวลาที่เล่นด้วยกัน พี่ซันนี่เขา This is like URBoyTJ. ใช่ไหมคะ ส่วนคนนี้เหมือน The real host หมายถึงเวลาเล่นด้วยกันแล้ว Everything is so smooth and so gentle. มากค่ะ

 

นิชคุณ: เขากำลังจะบอกว่าผมน่าเบื่อหรือเปล่า (หัวเราะ)

 

ซันนี่: เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นเจนเทิลไง

 

ญาญ่า: Nooooo, this is a comfort man.

 

นิชคุณ: ขอบคุณค่ะ

 

ผมเป็นคนหวงน้อง เลยจะมีโมเมนต์ประมาณ ฉันเป็นพี่นะ ยูเป็นใครจะมาจีบน้องสาวฉัน เรื่องอะไรแนวนี้ผมจะมีบ้าง -นิชคุณ

นิชคุณล่ะครับ คิดว่าสองคนนี้มี ‘เทมโป้’ เป็นอย่างไรบ้าง

นิชคุณ: เท่าที่ทำงานร่วมกัน ผมเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากสองคนนี้มากครับ อย่างพี่ซันนี่ คำว่า ‘อินเนอร์’ เป็นอะไรที่สำคัญมาก อีกคำคือ ‘บุคลิก’ กับ ‘คาแรกเตอร์’ ที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเวลาแสดง เวลาพูดบท เราเป็นคนสร้างว่าอยากให้คาแรกเตอร์ของคนนี้เป็นอย่างไร อยากให้เขามีบุคลิกท่าทางแบบไหน ผมได้เรียนรู้ตรงนี้จากพี่ซันนี่มาเยอะมาก

 

ส่วนน้องญาญ่า การแสดงมันต้องเตรียมตัวจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราอ่านบทแล้วเข้าฉากได้เลย เราต้องคิดเหมือนตัวละครจริงๆ ผมเห็นสคริปต์ของญาญ่าแล้วแบบ… ขีดไฮไลต์ มีเขียนโน้ต

 

ญาญ่า: แต่จริงๆ หนูไม่เคยอ่านนะ คือหนูไฮไลต์ไว้เฉยๆ (หัวเราะ)

 

นิชคุณ: โอ้โห! ถ้าอย่างนั้นก็เป็นนักแสดงที่เยี่ยมยอดเลยนะ คือเราเชื่อเลย

 

ซันนี่: อ้าว หลอกเหรอเนี่ย ที่ทำมาทั้งหมดคือลวงโลกหรือนี่

 

นิชคุณ: ไม่หรอก ผมว่าเขาเตรียมตัวมาจริงๆ เพราะเขาเป๊ะมาก

 

ซันนี่: จริงๆ แล้วต่อให้ในกระดาษเขียนอะไร เราเห็นได้จากสิ่งที่เขาแสดงออกมาหมดแล้วครับว่าเขามีอะไรแค่ไหน

 

ตกลงญาญ่าเตรียมตัวมาดีหรือไม่ได้เตรียมตัวครับ

ญาญ่า: หนูเป็นคนที่ภาษาไทยไม่แข็งแรงค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าไปเปลี่ยนบทของเขาเลย ไม่อย่างนั้นบทมันจะไม่เมกเซนส์ทันทีค่ะ  

 

สรุปว่าวิธีการเตรียมตัวของญาญ่าคือการทำความเข้าใจกับภาษา

ญาญ่า: ใช่ค่ะ (ยิ้ม)

 

Casting: ชัช = ซันนี่, เจน = ญาญ่า, โมจิ = นิชคุณ  

 

คิดว่าระหว่างตัวจริงกับคาแรกเตอร์ที่พวกคุณแสดง มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง

นิชคุณ: ด้านการใช้ชีวิต ผมจะคล้ายๆ ตัวละคร ‘โมจิ’ หน่อย แต่ไม่เนิร์ดขนาดนั้นนะครับ เป็นคนค่อนข้างชอบความเรียบร้อย ชอบความสะอาด ต้องมีระเบียบวินัย แต่พอมองในด้านที่มีน้องสาว ผมจะมีโมเมนต์ที่เป็นเหมือน ‘พี่ชัช’ (คาแรกเตอร์ที่ซันนี่แสดง) คือผมเป็นคนหวงน้อง เลยจะมีโมเมนต์ประมาณ ฉันเป็นพี่นะ ยูเป็นใครจะมาจีบน้องสาวฉัน เรื่องอะไรแนวนี้ผมจะมีบ้าง  

 

แต่ปกติอยู่ไกลกับน้องมาก คุณมีวิธีการดูแลน้องอย่างไร สกรีนหนุ่มๆ ที่เข้ามาอย่างไร  

นิชคุณ: อยู่ไกลครับ แต่จะได้ข่าวมา คุณแม่เล่าให้ฟังบ้าง คุณพ่อเล่าให้ฟังบ้าง พี่ชายเล่าให้ฟังบ้าง ความจริงช่วงนี้ไม่ได้หวงจนไม่ให้มีแฟนนะครับ แต่อยากจะเช็กว่าคนนี้เป็นใคร หรือเป็นคนดีจริงหรือเปล่า สมมติถ้ามีเวลา เออ มานั่งกินข้าวด้วยกันก็ได้ จะได้ทำความรู้จักกัน

 

ซันนี่: ระหว่างคุยกันก็หักนิ้วไปด้วยนะฮะ พูดมา! พูดมาเรื่อยๆ  

 

นิชคุณ, ญาญ่า: (หัวเราะ)

 

หมายถึงเป็นกับหนุ่มทุกคนที่เข้ามาเกาะแกะน้องสาว

นิชคุณ: ส่วนใหญ่ครับ เท่าที่ผมรู้ ถ้าเป็นคนที่เขาบอกผม แต่ผมไม่ได้จะดุเขาหรืออะไร ผมแค่อยากรู้จริงๆ ว่าคนนี้เป็นคนอย่างไร

 

กลัวอะไรเหรอ ทำไมต้องหวง ต้องสกรีนผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของน้องสาว

นิชคุณ: กลัวน้องเจอคนไม่ดี กลัวน้องเจ็บ ก็เป็นธรรมดาของพี่ชาย เราอยากปกป้องครับ แต่ความจริงมันเป็นเรื่องที่ปกป้องไม่ได้หรอก ชีวิตเขาก็ต้องเจอทั้งคนที่ดีและไม่ดีด้วย เขาจะได้รู้ว่าแบบไหนเรียกว่าคนดี แบบไหนเรียกว่าไม่ดี

 

มีวีรกรรมประเภทที่ทำให้หนุ่มที่เข้ามายุ่งกับน้องสาวต้องผวาบ้างไหม

นิชคุณ: โอ๊ย ไม่ถึงกับในหนังนะครับ มากสุดก็แค่น้องคุยโทรศัพท์อยู่ ผมก็เอาโทรศัพท์มาคุยต่อ แล้วถามว่าเป็นใคร อะไรยังไง  

 

ญาญ่า: ของหนูแตกต่างค่ะ ในฐานะน้องสาว หนูไม่ใช่น้องสาวเหมือน ‘เจน’ อาจจะด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวของหนูอบอุ่นมากๆ very happy family ก็เลยรู้สึกว่าเราไม่เคยมีโมเมนต์แบบที่ต้องคอยดุพี่ คือสถานการณ์อาจจะต่างกัน แต่ความรักในฐานะน้องสาวมันเหมือนกันค่ะ คือเจนก็รักพี่ชัชเหมือนกับหนูที่รักพี่สาวและพี่ชายทั้งสองคน

 

ครอบครัวผมจะมีความเก๊กใส่กัน มีแม่คนเดียวที่ชอบแสดงออก มากอดบ้าง ปกติเวลายืนคุยกับพี่ชาย… ไม่เจอกันนาน เฮ้ย คิดถึงเหมือนกัน แต่ยืนกันคนละมุมห้อง -ซันนี่

แต่ชอบที่ญาญ่าให้สัมภาษณ์ในวันแถลงข่าวเปิดตัว น้อง.พี่.ที่รัก เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนนะ ที่บอกว่าพอถ่ายหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วรู้สึกรักครอบครัวมากขึ้นเลย

ญาญ่า: ใช่ค่ะ คือหลังจากที่ถ่ายหนังเรื่องนี้เสร็จ พี่หนูกลับมาจากเมืองนอกค่ะ แล้วโมเมนต์ที่เขาเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้าน เรามองเขาแล้วเรารู้สึกว่า so grateful like รู้สึกดีใจที่มีพี่ หลังจากหนังเรื่องนี้ เรารู้สึกมีความสุขมากขึ้นที่มีคนในครอบครัวที่ดีค่ะ (ยิ้ม)

 

แล้วถ้ามีพี่ชายแบบซันนี่เพิ่มเข้ามาในครอบครัวล่ะ

ญาญ่า: แบบตัวจริงพี่ซันนี่ใช่ไหมคะ (หัวเราะ) คือก่อนหน้านี้ทุกคนบอกหนูว่า ระวังนะ พี่ซันนี่จะแกล้งยูนะ แต่พออยู่ด้วย หนูไม่รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ

 

นิชคุณ: พี่ซันนี่เป็นคนสนุกครับ

 

ญาญ่า: พี่ซันนี่เป็นคนที่อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ แล้วเขาก็เป็นคนที่จริงใจมากๆ

 

ซันนี่: โอ้โห อัดไว้แล้วใช่ไหมครับ

 

ญาญ่า: (หันไปบอกซันนี่) I don’t say it so often. หนูก็เลยรู้สึกว่าถ้าใครได้เป็นน้องเขาจะโชคดีมากค่ะ อันนี้พูดจากใจจริงๆ

 

แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นมีพี่ชายแบบ ‘ชัช’ ในหนัง น้อง.พี่.ที่รัก

ญาญ่า: อ๋อ ไม่เอา ปวดหัว

 

นิชคุณ: ไม่เอาเหมือนกันครับ (หัวเราะ)

 

ถ้าผมรักผู้หญิงคนไหน ผมรับมือไหวอยู่แล้วครับ ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องไหว ยังไงก็ต้องเอาชนะใจพี่ชายเขาให้ได้  -นิชคุณ

ในชีวิตจริงซันนี่เองก็มีทั้งพี่ชายและพี่สาว

ซันนี่: ใช่ครับ ผมมีทั้งพี่ชายและพี่สาว ครอบครัวผมแต่ละคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แตกต่างกันมากในแง่รายละเอียด เพราะว่าอายุของผมห่างจากพี่ชายและพี่สาวเยอะถึง 7-8 ปี แล้วครอบครัวผมจะมีความเก๊กใส่กัน มีแม่คนเดียวที่ชอบแสดงออก มากอดบ้าง ปกติเวลายืนคุยกับพี่ชาย… ไม่เจอกันนาน เฮ้ย คิดถึงเหมือนกัน แต่ยืนกันคนละมุมห้อง

 

“เฮ้ย วันนี้เป็นยังไงบ้าง” “เออ ก็ดีเหมือนกัน” แล้วก็เดินแยกกันไป ไม่มีอะไรมาก  เพราะถ้ามีเรื่องอะไรเซนสิทีฟขึ้นมาปุ๊บ เข้าใจไหมครับ เราจะฟอร์มใส่กัน (หัวเราะ)

 

ถามจริงๆ ทำไมต้องเก๊กใส่กัน

ซันนี่: ไม่รู้มาจากอะไรครับ เป็นอย่างนี้กันทั้งบ้าน พ่อผมก็เป็นอย่างนี้ แต่พ่อเป็นคนตลกมากนะครับ เป็นคนที่พูดอะไรฮาๆ แต่เขาไม่เคยแสดงความรู้สึกอะไรเลย ซึ่งเราก็รู้สึกได้ ผมว่ามันรู้สึกเซนสิทีฟกว่าอีก เวลาที่เขาพูดอะไรออกมา ต่อให้เขาพูดคำที่ไม่ได้ซึ้งอะไรเลย แต่ฟังแล้วแบบ โหย โดนแล้วเนี่ย นั่นเพราะเรารู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน

 

นิชคุณ: อยากมีน้องชายไหมครับ รับสมัครไหมครับ

 

ซันนี่: ไหนใคร

 

นิชคุณ: ผมเอง

 

ซันนี่: จริงเหรอ ได้ๆ ถ้าผมได้เขาเป็นน้องชาย ผมได้น้องสาวมาด้วยอีกสองคนเลยนะ

 

นิชคุณ: โอ๊ย งั้นไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ)

 

 

ในหนัง น้อง.พี่.ที่รัก คุณจะต้องเจอกับพี่ชายของ ‘แฟน’ ที่แสบมาก ถ้าในชีวิตจริงเจอแบบนี้จะรับมือไหวไหม

นิชคุณ: ถ้าผมรักผู้หญิงคนไหน ผมรับมือไหวอยู่แล้วครับ ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องไหว ยังไงก็ต้องเอาชนะใจพี่ชายเขาให้ได้

 

เป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว กลัวไหมว่าวันหนึ่งกรรมจะตามสนอง เจอเรื่องแบบนี้กับตัวเองบ้าง

นิชคุณ: กลัวไหมเหรอ ผมไม่กลัวนะครับ ถ้าผมคบกับใครคนหนึ่งแล้วพร้อมที่จะไปเจอครอบครัวเขา ไม่ว่าครอบครัวเขาจะเป็นอย่างไร ผมพร้อมรับมืออยู่แล้วครับ สมมติว่าถ้าครอบครัวเขาไม่ชอบผม แต่ผมพร้อมไปเจอเพื่อที่จะเปลี่ยนความคิดให้มาชอบผมได้ ผมค่อนข้างมั่นใจครับ

 

ซันนี่: ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับว่าชอบหรือไม่ชอบครับ ไม่ว่าครอบครัวใคร ผมไม่เคยกลัวเลยครับ เวลาไปเจอที่บ้านใครก็ตาม ผมมีความมั่นใจมาก ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ผมไม่เคยกลัวเลย  

 

ญาญ่า: เพราะพี่ซันนี่เป็นคนจริงใจไงคะ

 

ซันนี่: หรือถึงเขาจะไปเห็นผมจากที่ไหนแล้วบอกว่า โอ๊ย คนนี้ดูนิสัยไม่ดี เกลียดคนนี้ ไม่เห็นชอบเลย รอเจอตัวจริงก่อน ผมพูดเลย รอเจอก่อน ไม่รอด (หัวเราะ)

 

 

ถามใจฝ่ายหญิงบ้างว่าถ้าอินเลิฟ จำเป็นไหมว่าเขาจะต้องเข้ากับครอบครัวเราได้ เข้ากับพี่ชายเราได้ หรือเข้ากับพี่สาวเราได้

ญาญ่า: สำหรับหนู คนในครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ถ้าเราเลือกจะชอบใครสักคนหนึ่ง ครอบครัวของเราคงพร้อมจะเปิดใจสำหรับใครคนนั้นได้เสมอค่ะ และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คนในครอบครัวหวังดีกับเราที่สุดแล้ว บางทีเราต้องฟังเหตุผลของเขาด้วย แต่ถึงที่สุดแล้วหนูเชื่อว่าเขาต้องเคารพการตัดสินใจของคนในครอบครัวค่ะ หมายถึงถ้าลูกชอบคนนี้ โอเค I will try to. ครอบครัวก็ชอบด้วย (ยิ้ม)

 

ญาญ่าบอกว่าถ่ายหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วรู้สึกรักครอบครัวมากขึ้น นิชคุณล่ะครับ การที่ชีวิตส่วนใหญ่เราต้องอยู่ไกลบ้าน ไกลครอบครัว หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับคุณบ้าง

นิชคุณ: จริงๆ แล้วในเรื่องเราสามคนไม่ค่อยมีซีนที่แสดงพร้อมกัน แต่เวลามีซีนร่วมกันแล้วเห็นพี่น้องทะเลาะกัน ผมจะคิดไปถึงตอนเด็กๆ ที่ผมชอบทะเลาะกับน้องสาว (ญาณิน-นิธิกานต์ หรเวชกุล) เพราะว่าเราอายุใกล้ๆ กัน

 

อารมณ์ตอนเป็นเด็กคือฉันอยากเล่นของเล่นกับพี่ชายสองคน (ฌาน-ณิชฌาน หรเวชกุล) แต่น้องสาวอยากมาเล่นด้วย พ่อแม่ต้องคอยบอกว่า “ให้น้องเล่นด้วย” สมัยเป็นเด็กเราเลยทะเลาะกันบ่อยมาก กระทั่งวันนี้พอดูพวกเขาแสดงด้วยกันก็รู้สึกว่า เออ เราโตจากวันนั้นมาเยอะแล้วนะ จากโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกับน้องสาว เพราะความเป็นเด็กทำให้เราเป็นพี่ที่ไม่ดี  

 

นึกภาพตอนนิชคุณทะเลาะกับน้องสาวไม่ออกเหมือนกันนะ

นิชคุณ: โอ๊ย ถ้าตอนเด็กๆ ทะเลาะครับ

 

ซันนี่: ผมว่าคนใกล้ตัวนี่แหละ นิดๆ หน่อยๆ เหมือนเราพูดไม่แรง แต่มันแรงสำหรับคนอื่น

 

นิชคุณ: แต่ตอนนี้ไม่ทะเลาะแล้ว เรารักกันดี  

 

ญาญ่า: ของหนูโตถึงตอนนี้ก็ยังทะเลาะกันทุกวันค่ะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ คือตอนนี้หนูอยู่ที่เมืองไทยคนเดียว ส่วนพี่ชายกับพี่สาวอยู่เมืองนอกกันหมดเลย นานๆ ทีเขาถึงจะกลับมา แล้วพอได้อยู่ด้วยกัน เราก็จะทะเลาะกันด้วยเรื่องอย่าง “ยูไปปิดไฟสิ” เพราะเรานอนห้องเดียวกัน (หัวเราะ)

 

หนังจีนกำลังภายในมักจะมีฉากจอมยุทธกรีดเลือด ดื่มเหล้าเป็นพี่น้องร่วมสาบาน อยากรู้ว่าในชีวิตจริงหลังจากผ่านการเล่นหนังมาด้วยกัน ถ้าให้พวกคุณเป็นพี่ชาย-น้องสาวร่วมสาบาน คิดว่าไหวไหม  

นิชคุณ: เอาครับ

 

ซันนี่: โอเคเลย พวกเขาเป็นคนที่ผมรู้สึกว่ารู้จักแล้วชีวิตดีขึ้น พอได้มาเจอ เออ ดีใจจังที่ได้รู้จักกับสองคนนี้เพิ่มขึ้นมา อีกปีหนึ่งเขาอาจจะเกลียดผมก็ได้นะ แต่ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆ  

 

ญาญ่า: เช่นกันค่ะ หนูก็รู้สึกแบบนั้นค่ะ

 

ซันนี่: ที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดจริงๆ ว่าในชีวิตผมจะมีน้อง ผมชินกับสิ่งที่ผมมี แล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครมาถามผมด้วยว่าอยากมีน้องสาวไหม จนมาถึงตอนนี้ได้สัมผัสดูแล้วเพิ่งมารู้ เออ ก็ดีเหมือนกัน

 

นิชคุณ: ผมคิดว่าเป็นเรื่องแฮปปี้ที่สุดจุดหนึ่งในชีวิตผมที่ได้มาทำงานกับทั้งสองคน ทุกวันนี้เราทำงานด้วยกันแล้วมันแฮปปี้ครับ มันไม่ได้เหมือนมาทำงาน แต่เหมือนมาเจอกัน มาคุยกัน แล้วก็มีกล้องมาถ่าย ก็เหมือนอย่างที่พี่ซันนี่บอก คือเจอสองคนนี้แล้วชีวิตดีขึ้น สมมาตรขึ้น

 

ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ญาญ่าก็ได้พี่ชายเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คนแล้ว  

ญาญ่า: ดีสิคะ the more the merrier ค่ะ (ยิ้ม)

FYI
  • เรื่องน่าเซอร์ไพรส์ของญาญ่าคือกว่าหนึ่งปีมานี้ ญาญ่าจะพกกล้องฟิล์มไปทุกที่ นางเอกสาวที่ปีนี้จะมีทั้งผลงานภาพยนตร์และละครตามมามากมายเล่าให้ฟังว่าได้รับแรงบันดาลใจเรื่องการถ่ายภาพหลังจากได้พบและพูดคุยกับ พี่สอง-สยมภู มุกดีพร้อม ช่างภาพและผู้กำกับภาพชาวไทยที่ล่าสุดผลงานด้านภาพจากภาพยนตร์เข้าชิง 4 รางวัลออสการ์อย่าง Call Me by Your Name
  • “หนูเห็นพี่สองเขาถ่ายกล้องฟิล์ม เขาอธิบายว่าฟิล์มมันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก แล้วเขาเป็นคนที่ไม่เคยถ่ายหนังเป็นดิจิทัล เขาถ่ายหนังด้วยกล้องฟิล์มจนถึงทุกวันนี้ พี่สองอธิบายเสน่ห์ของกล้องฟิล์มให้ฟังว่ามันคือ A record of memory ซึ่งมันทำให้หนูรู้สึกว่าต้องเอากล้องไปทุกที่ เพื่อที่พอมีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราต้อง record it อะไรไว้
  • ในกระเป๋าสตางค์ของนิชคุณมักจะมีแบงก์ที่พับเป็นรูปหัวใจสอดเก็บไว้ในกระเป๋าเสมอ นิชคุณเริ่มต้นพับครั้งแรกตอนอายุ 15 สมัยยังศึกษาอยู่ที่อเมริกา โดยมีพี่ชายคนโต (ฌาน-ณิชฌาน หรเวชกุล) เป็นคนสอน
  • นิชคุณให้เหตุผลของการพับแบงก์ว่า “พับแล้วจะได้ไม่ต้องใช้ครับ เก็บเอาไว้เวลาฉุกเฉิน แล้วก็เก็บตาย แล้วก็จำไม่ได้ว่ามีอยู่ ถ้าไปเปิดดูกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ ของผมจะมีหัวใจดวงหรือสองดวงซ่อนอยู่ในนั้น”
  • ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นรูปหัวใจ คำตอบก็แสนจะกำปั้นทุบดินคือ “เขาพับเป็นแค่อย่างเดียวคือรูปหัวใจ”  
  • ภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ น้อง.พี่.ที่รัก จะเข้าฉายวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR