×

โบรกชี้ ‘สถาบัน’ มีโอกาสขายหุ้นอีก 5 พันล้านบาท ปรับพอร์ตเตรียมจองซื้อ OR

19.01.2021
  • LOADING...
โบรกชี้ ‘สถาบัน’ มีโอกาสขายหุ้นอีก 5 พันล้านบาท ปรับพอร์ตเตรียมจองซื้อ OR

เข้าสู่ช่วง 5 วันสุดท้ายก่อนถึงวันเปิดจองหุ้นของ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ซึ่งจะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อระหว่างวันที่ 24 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะที่นักลงทุนสถาบันจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2564 

 

ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลจากการขายหุ้นไอพีโอของ OR หากอิงจากหุ้นไอพีโอที่มีขนาดการระดมทุนใกล้เคียงกันคือราว 4-5 หมื่นล้านบาท อย่างหุ้น AWC, CRC และ SCGP พบว่า ดัชนี SET ปรับตัวลงเฉลี่ย 2% ในช่วง 5 วันทำการก่อนจองไอพีโอ 

 

ขณะที่แรงขายปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันคาดว่าจะเหลืออีก 5 พันล้านบาท แต่หลังจากเริ่มจองไอพีโอไปแล้ว แรงกดดันต่อดัชนี SET จะลดลง จากสถิติที่ผ่านมา SET จะขยับขึ้นได้ราว 1% ในช่วง 10 วันทำการ หลังจากเปิดจองไอพีโอวันแรก

 

“จากสถิติของหุ้นไอพีโอที่ระดมทุนในระดับใกล้เคียงกันกับหุ้น OR สถาบันจะมีการปรับพอร์ตโดยขายออกมาราว 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 3 วันที่ผ่านมาเห็นแรงขายออกมาแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จึงคาดว่าจะเห็นแรงขายออกมาอีกราว 5 พันล้านบาท โดยแรงขายน่าจะกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่กลุ่ม SET50”

 

อย่างไรก็ตาม แรงขายดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยรบกวนในระยะสั้นเท่านั้น คือเป็นแค่การเตรียมเงินเพื่อจองซื้อหุ้น OR  

 

ทั้งนี้ หลังจาก OR เข้าจดทะเบียนแล้ว จะถูกนำเข้าคำนวณใน SET50 ตามเงื่อนไข Fast Entry ทำให้หุ้นที่อยู่ใน SET50 บางส่วน มีโอกาสถูกลดน้ำหนักลง โดยหุ้นที่มีโอกาสถูกลดน้ำหนักมากสุด ได้แก่ PTT, AOT, DELTA, ADVANC, CPALL และ SCC นอกจากนี้ หุ้นที่มีโอกาสหลุดจาก SET50 คือ TTW หรือ COM7 ส่วนหุ้นที่มีโอกาสหลุด SET100 คือ TKN, BEC, WHAUP หรือ MAJOR

 

จากข้อมูลการซื้อขายแยกตามกลุ่มผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยนับแต่วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ OR ประกาศช่วงราคาไอพีโอที่ 16-18 บาท พบว่านักลงทุนสถาบันขายต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน รวมมูลค่า 10,539.66 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 120.51 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อต่อเนื่อง 3 วันติด รวม 12,037.79 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,618.64 ล้านบาท 

 

ด้าน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การเข้ามาของหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่ อย่าง OR อาจทำให้หุ้นใน SET50 ชะลอการปรับตัวขึ้นบ้าง เนื่องจากนักลงทุนจะต้องปรับพอร์ตโดยการขายหุ้นบางส่วน เพื่อเตรียมเงินไปจองซื้อหุ้น OR ที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อ 595.76 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ 1,714 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 65.7% รวมถึงผู้ถือหุ้น PTT ที่ได้สิทธิ์จองซื้อ 300 ล้านหุ้น

 

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินนักลงทุนสถาบันทั้งในไทยและต่างประเทศต้องเตรียมเงินซื้อหุ้นดังกล่าวประมาณ 3.08 หมื่นล้านบาท อิงจากราคาไอพีโอที่ 18 บาท โดยแบ่งเป็นกองทุนประเภท Active Fund ที่ต้องเตรียมเงินจองซื้อตั้งแต่ขณะนี้ถึงช่วง 3-5 กุมภาพันธ์ กว่า 2.93 หมื่นล้านบาท และกองทุน Passive Fund ในประเทศ เตรียมเงินช่วงเวลาใกล้ๆ วันเข้าซื้อขายวันแรก 11 กุมภาพันธ์ ราว 1.47 พันล้านบาท

 

หากเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีต ช่วง 1 เดือนก่อนมีหุ้นขนาดใหญ่ อย่าง AWC, CRC และ SCGP เข้าจดทะเบียนใน SET50 และ SET100 จะทำให้ SET50 ปรับตัวลงแรงเฉลี่ยถึง 5.1%

 

โดยสรุปคือ แม้ว่า Fund Flow ยังหนุนหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่การเข้ามาของ OR อาจทำให้หุ้นขนาดใหญ่ชะลอการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง แรงกดดันดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อ Valuation ของหุ้น ถือเป็นโอกาสดีในการเข้าสะสมเพื่อหวังผลในระยะกลางถึงยาว

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories