Menu
47083

โมบายล์ พิมรภัส จากอันเดอร์เกิร์ลของวง สู่การเป็นเซนเตอร์วง BNK48

17.11.2017
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

8 Mins read
  • โมบายล์เริ่มต้นความฝันการเป็นนักร้องจากซีรีส์ญี่ปุ่น และเห็นว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ เพราะท่าเต้นมีทั้งความน่ารักและแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน
  • โมบายล์เคยคิดว่าการเป็นไอดอลคือการทำตัวน่ารักๆ ก่อนจะพบความจริงว่ากว่าจะเป็นไอดอลได้นั้นต้องผ่านการฝึกฝนที่โหดและจริงจังแบบที่เธอไม่เคยนึกถึงมาก่อน
  • ก่อนจะมาเป็นเซนเตอร์เพลง คุกกี้เสี่ยงทาย โมบายล์เคยท้อจนร้องไห้ติดกันอยู่หลายวัน เพราะเธอไม่ได้รับเลือกให้เป็นเซมบัตสึรอบแรก แต่ก็พยายามเปลี่ยนความคิดและพัฒนาตัวเองใหม่จนได้รับตำแหน่งสำคัญในที่สุด
  • โมบายล์เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างไอดอลกับแฟนคลับคือการให้กำลังใจและมอบความสุขให้กันและกัน และแฟนคลับคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในตอนนี้

     ถ้ามองอย่างทั่วๆ ไป เวลาพูดถึงสมาชิกวง BNK48 หลายคนคงนึกถึงสาวๆ วัยรุ่นน่ารักที่เต็มไปด้วยความสดใส แต่ถ้ามองลงไปให้ลึกกว่านั้น THE STANDARD มองว่า โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค คือตัวแทนของเด็กอายุ 15 ปี ที่เต็มไปด้วยความฝันและมุ่งมั่นตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อความฝันนั้นอย่างไม่เคยยอมแพ้

     ก่อนหน้านี้เธอเคยอยู่ในตำแหน่งอันเดอร์เกิร์ลของวง ที่ไม่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในเซมบัตสึ (สมาชิกที่ได้รับเลือกให้มีส่วนร่วมกับเพลงแต่ละเพลงของ BNK48) รอบแรก จนทำให้เธอรู้สึกท้อและร้องไห้อยู่หลายวัน แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนความเสียใจให้เป็นความตั้งใจครั้งใหม่ กลับมาฝึกฝนตัวเองอย่างหนักอีกครั้ง จนในที่สุดความพยายามของเธอก็ประสบผลสำเร็จ และได้รับเลือกให้เป็นเซนเตอร์ (ตำแหน่งที่เด่นที่สุดของวงในเพลง ได้ยืนอยู่ตรงกลางในการแสดงสด และมิวสิกวิดีโอ) ในเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ซิงเกิลล่าสุดของ BNK48 ที่จะปล่อยให้ทุกคนได้ชมกันในช่วงเย็นวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้

     จากเวลาเกือบ 1 ชั่วโมงที่ THE STANDARD มีโอกาสได้พูดคุยกับโมบายล์ ทำให้เราได้รู้ว่า คำว่า ‘ไอดอล’ ก็ไม่ได้ต่างกับคนทั่วไป ที่มีทั้งความน่ารัก ความซน ความอ่อนไหว รวมทั้งเรื่องราวเปิ่นๆ ให้ค้นหาอย่างไม่รู้จบ แต่สิ่งที่ทำให้โมบายล์และสมาชิกวง BNK48 ต่างจากคนทั่วไปก็คือความตั้งใจจริงที่ทำให้พวกเธอขึ้นมายืนอยู่ตรงนี้และเป็นที่รักของแฟนคลับได้มากถึงขนาดนี้  

 

ขอบคุณชุดจาก Tohns และ TandT

 

ก่อนจะมาเป็นเซนเตอร์ของเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย สมัยเด็กๆ โมบายล์เป็นเด็กนิสัยแบบไหน

     ถ้าเจอคนที่ไม่รู้จักจะเขินมาก ต้องใช้เวลาสักพักจนสนิทกันก่อนโมบายล์ถึงจะกล้าเป็นตัวเองมากขึ้น ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ แต่ตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิกของ BNK48 ถือว่าดีขึ้นเยอะมากแล้ว

     ย้อนไปตั้งแต่เด็กๆ เลย น่าจะเป็นเด็กซนมากกว่าเรียบร้อย เล่นพ่อแม่ลูก ทำอาหารกับเพื่อนตามปกติ อีกอย่างที่ชอบมากคือปั่นจักรยาน โมบายล์ชอบยืมจักรยานของเพื่อนแล้วปั่นเล่นทั้งวันทั้งคืน ไปซื้อของ ไปทำอะไรก็ได้ขอให้ได้ปั่น มีความสุขเวลาได้ปั่นจักรยานผ่านคนเยอะๆ

     แต่พอประถมย้ายบ้าน ไม่ได้อยู่กับเพื่อนสนิทกลุ่มเดิมแล้ว ก็เริ่มเล่นอินเทอร์เน็ต มีอินเทอร์เน็ตเป็นเพื่อนแทน (หัวเราะ) เริ่มจากเล่นเกมทำอาหาร เกมแต่งตัว จนไปรู้จักเกมแฮปปี้คนเลี้ยงหมูในเฟซบุ๊ก ก็เลยสมัครเฟซบุ๊กครั้งแรกเพื่อเล่นเกมนี้ หลังจากนั้นก็เริ่มเล่นมาตลอด เริ่มรู้จักยูทูบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้น ทั้งการ์ตูน ซีรีส์ ไอดอลญี่ปุ่น เกม จะบอกว่าความฝันส่วนหนึ่งของการเป็นไอดอลเริ่มมาจากเกมแฮปปี้คนเลี้ยงหมูก็ได้เหมือนกัน (หัวเราะ)

 

 

ก่อนหน้าที่ความฝันอยากเป็นนักร้อง เคยมีความฝันอย่างอื่นแบบเด็กทั่วๆ ไป อย่างต้องเป็นหมอ เป็นวิศวกรแบบนี้บ้างไหม

     มีค่ะ แต่ไม่เหมือนเด็กทั่วไปนะ เพราะโมบายล์เคยอยากเป็นคนขับแท็กซี่ (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่มีวันหนึ่งขึ้นรถแท็กซี่แล้วเห็นพี่คนขับเขาจับพวงมาลัย เข้าเกียร์แล้วรู้สึกว่าเท่จังเลย กลับบ้านก็หาถังป๊อปคอร์นมาทำเป็นพวงมาลัย หาพินโบว์ลิ่งมาทำเป็นเกียร์ แล้วก็ทำท่าเลียนแบบคนขับแท็กซี่ไปเรื่อยๆ ยิ่งไปดูรายการสารคดีเรื่องคนขับแท็กซี่ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นก็ยิ่งอยากเป็นเข้าไปใหญ่เลย (หัวเราะ)

     นอกจากนั้นก็เคยฝันอยากเป็นครู เพราะเห็นเวลาถือไม้เรียวสอนนักเรียนแล้วเท่ดี กับอยากเป็นนักคัฟเวอร์ อยากแต่งคอสเพลย์ อยากพากย์การ์ตูนของดิสนีย์ค่ะ

 

 

แล้วความฝันเป็นนักร้องเริ่มต้นจริงๆ ตอนไหน

     น่าจะอายุ 12-13 เริ่มจากดูซีรีส์ญี่ปุ่นแล้วเห็นเขาเล่นดนตรีเปิดหมวก เห็นไอดอลญี่ปุ่นเต้นแล้วรู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี เคยเห็นคนอื่นเต้นมาบ้าง แต่ของญี่ปุ่นโมบายล์รู้สึกว่ามันดูน่ารัก แต่ในขณะเดียวกันก็ดูแข็งแรง มีแอ็กชันหลายๆ อย่างที่น่าสนใจ แฟนคลับเองก็มีวิธีเชียร์ศิลปินที่แตกต่างจากนักร้องทั่วไป พอดูไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งชอบ แล้วคิดว่าเราเองก็อยากเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แล้วก็เริ่มฝึกร้องเพลงตามยูทูบ ฝึกร้องเพลงตอนอาบน้ำ ฝึกด้วยตัวเองมาตลอดไม่เคยหยุด

     โมบายล์เป็นคนชอบดูแอนิเมชันกับชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เวลาเขามีออดิชันร้องเพลง Anisong (เพลงประกอบแอนิเมชัน) ก็จะไปสมัคร ไปแทบทุกครั้งที่ได้ยินข่าว แต่ก็ไม่เคยได้เหมือนกัน (หัวเราะ) จนเห็นข่าว BNK48 ประกาศออดิชันก็รีบมาสมัครทันทีเลย

 

 

พอได้เป็นไอดอลจริงๆ ทุกอย่างเป็นอย่างที่เราเคยคิดเอาไว้เลยไหม

     เหมือนในเรื่องแฟนคลับที่เราเห็นเขาเชียร์ไอดอลของญี่ปุ่นแบบรักและจริงจังกับศิลปินมากๆ พอได้มาเป็นไอดอล แฟนคลับคนไทยก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมาก เพราะนี่คือหนึ่งในภาพที่เราเคยชื่นชอบ แล้ววันนี้ภาพนั้นก็เกิดขึ้นกับตัวเราเองจริงๆ แล้ว

     แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือก่อนเข้ามาคิดว่าเราไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ทำตัวแบ๊วๆ อย่างเดียวก็พอ (หัวเราะ) แต่พอถึงเวลาจริงๆ มีโหมดที่ต้องจริงจังเยอะมาก โดยเฉพาะการซ้อม ภาพที่เราเห็นว่าแบ๊วๆ กันเวลาอยู่หน้าเวทีนี่ต้องผ่านการซ้อมที่หนักมาก เราเคยคิดแหละว่าเขาคงต้องซ้อมกันมา แต่ก็นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะต้องซ้อมกันขนาดนี้ ซ้อมแทบทุกวัน ซ้อมแทบทุกอย่าง ทั้งการร้อง การเต้น แถมการเต้นก็ยังมีแยกเป็นการเต้นหลายอย่างอีก เพราะว่าคุณครูต้องการฝึกพื้นฐานให้พวกเราทั้งหมด จะเต้นเป็นแต่เพลงของตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกกำลังกาย เตรียมร่างกายให้แข็งแรงที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาก็แทบไม่เคยออกกำลังกายเลยนอกจากในวิชาพละ (หัวเราะ) โชคดีที่โมบายล์ชอบเต้น ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถึงจะเหนื่อยแค่ไหนก็ทำได้ เพราะสนุกที่ได้ทำ

 

ช่วงเวลาที่สนุกที่สุดของการเป็น BNK48 คือช่วงเวลาไหน

     หลายช่วงมากเลยนะ แต่ถ้าให้เลือก 1 ช่วง คือ ช่วงการสอบร้องเพลง ที่คุณครูจะให้เด็กแต่ละคนเลือกเพลงที่ตัวเองชอบมาสอบ ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราได้โชว์แนวเพลงที่ตัวถนัดเพิ่มขึ้น อย่างโมบายล์ก็มีโอกาสได้เลือกเพลงการ์ตูนขึ้นไปร้อง ได้เลือกเพลงหลายๆ แนวที่เราพอร้องได้ ทำให้คนอื่นๆ เริ่มรู้ว่าเราร้องเพลงได้หลายอย่าง แล้วจริงๆ โมบายล์คิดว่าโมบายล์ร้องเพลงทั่วไปได้เพราะกว่าเพลงในวง (หัวเราะ) ช่วงนี้เลยแฮปปี้มากกับการได้เลือกเพลงแปลกๆ มาร้อง แล้วตั้งเป้าแค่ว่าจะทำยังไงก็ได้ให้คนที่นั่งดูเราอยู่สนุกกับโชว์ของเราที่สุด แล้วผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาเอง เพราะฉะนั้นถึงแม้จะเป็นการสอบแข่งขัน แต่ไม่ได้เครียดเท่าไร ยกเว้นช่วงแรกๆ นะ ช่วงแรกเคยเครียดเรื่องอันดับอยู่เหมือนกัน

 

ช่วงที่เครียดที่สุดคือช่วงเวลาไหน แล้วโมบายล์ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ด้วยวิธีไหน การแข่งขันแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กอายุเท่านี้เหมือนกันนะ

     ตอนไม่ติดเซมบัตสึรอบแรก เพราะโมบายล์จะสนิทกับแก๊งชราไลน์ (หนึ่งในกลุ่มที่แฟนคลับตั้งฉายาให้สมาชิกวง BNK48 ประกอบด้วย แก้ว, แจน, นํ้าหนึ่ง, เนย, ตาหวาน และอร) แล้วแก๊งนั้นติดเซมบัตสึกันหมดเลย ตอนนั้นท้อมาก เสียใจ ร้องไห้อยู่หลายวัน พอผ่านไปสักพักรู้สึกว่าเป็นแบบนั้นไม่ได้ ก็พยายามคิดว่าถ้าเราติดตั้งแต่รอบนั้นเราอาจได้ไปอยู่ท้ายๆ สู้กลับมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ทำตัวเองให้พร้อม แล้วรอคัดเซมบัตสึรอบใหม่ดีกว่า แล้วตั้งใจทำให้ดียิ่งขึ้น เผื่อว่าจะได้เป็นเซนเตอร์อะไรแบบนี้ ก็พยายามมองโลกในแง่บวก คิดเข้าข้างตัวเองไปค่ะ (หัวเราะ)

     หลังจากนั้นก็กลับไปซ้อมตามปกติ พัฒนาส่วนที่คิดว่าตัวเองยังทำไม่ดี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ ก่อนหน้านั้นโมบายล์พยายามหาคาแรกเตอร์บางอย่างให้ตัวเอง เป็นภาพที่คิดว่าถ้าเราเป็นแบบนี้ แสดงออกแบบนี้ คนน่าจะชอบเรานะ แต่พอเวลาผ่านไป เราไม่พยายามทำอะไรแบบนั้นแล้ว เวลาอยู่ในตู้ปลา (BNK48 Digital Studio สตูดิโอกระจกที่สมาชิก BNK48 จะไปพูดคุยกันแบบสดๆ อย่างใกล้ชิดกับแฟนคลับ ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์) หรือไลฟ์ใน VOOV ก็ไม่คิดอะไรเยอะ ไม่ต้องพยายามเป็นใคร แต่เอาความเป็นตัวเองออกมา กลายเป็นว่ามีแฟนคลับบูมขึ้นมา เลยรู้ว่า อ๋อ เขาชอบที่ตัวเราเป็นแบบนี้แหละ เขาไม่ได้อยากเห็นเราเป็นคนอื่นเลย แล้วพอหาตรงนี้เจอเราก็พัฒนาตัวเองในด้านนี้มาตลอด ไม่เปลี่ยนตัวเอง แค่พยายามพูดให้ชัดขึ้นเท่านั้นเอง เพราะปกติโมบายล์เป็นคนพูดรัวมาก แล้วคนจะฟังไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ)

 

 

และในที่สุดความพยายามนั้นก็ทำให้โมบายล์ได้ขึ้นมาเป็นเซนเตอร์จริงๆ

     พูดแบบจริงๆ เลยนะคะ ตอนแรกคิดไว้ว่าเต็มที่คงได้อยู่กลางๆ แหละ เราพยายามมาเยอะคงไม่ได้อยู่อันดับท้ายๆ แต่ก็ไม่คิดถึงขนาดว่าจะได้ขึ้นมาเป็นเซนเตอร์ วันที่เขาประกาศยังงงอยู่เลยว่าเลือกเราจริงๆ เหรอ พอรู้ว่าเป็นเราจริงๆ แล้วก็ดีใจ เพราะมันมีผลกับโมบายล์เยอะเหมือนกัน ตามปกติเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไร แต่พอได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญแบบนี้ มันหมายความว่ามีคนเห็นอะไรบางอย่างและเชื่อมั่นว่าเราจะทำได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมั่นใจในตัวเองและทำให้ดีที่สุดเหมือนกัน แล้วต้องบอกว่าไม่ใช่แค่โมบายล์ที่ทำให้ได้รับตำแหน่งนี้ แต่มันหมายถึงเสียงเชียร์จากแฟนคลับหลายๆ คนด้วยที่สนับสนุนเรามาตลอด

 

จะเห็นว่าแฟนคลับของ BNK48 เป็นกลุ่มที่เหนียวแน่นมาก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าอะไรคือความน่ารักและความพิเศษของแฟนคลับกลุ่มนี้

     เขาคือกำลังใจของเรานะ มีหลายคนที่เขาจะมาคอมเมนต์อินสตาแกรม เฟซบุ๊กของเรามาตั้งแต่วันแรก จนวันนี้เขาก็ยังคอมเมนต์ให้กำลังใจเราอยู่ มันอาจจะเป็นประโยคซ้ำๆ เหมือนเดิมแหละ แต่การที่เขาเข้ามาให้กำลังใจเราตลอด ทำให้เห็นว่าเรายังมีคนสนับสนุนอยู่ เราจะมัวแต่ท้อไม่ได้ แล้วหลายคนที่แฟนคลับอายุเขาน่าจะเป็นพ่อของโมบายล์ได้แล้ว (หัวเราะ) แต่เขาก็ยังมาให้กำลังใจเรา ปกป้องเราเวลามีคนมาพูดถึงพวกเราไม่ดี บางคนก็ยอมเดินทางไกลข้ามจังหวัด ข้ามประเทศเพื่อมาหาพวกเรา ทุกอย่างที่พวกเขาส่งมามันทำให้พวกเราฮึดสู้ได้จริงๆ เหมือนว่าเราเป็นไอดอลควรจะต้องมอบความสุขอะไรบางอย่างให้แฟนคลับ แต่กลายเป็นว่าแฟนคลับนี่ล่ะที่มอบพลังกลับมาให้พวกเรา เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

     และจะมีเรื่องของแฟนคลับคนหนึ่งที่เขาให้กล่องเพลงโมบายล์มา ข้างในเขียนบอกว่าเมื่อก่อนเขาเป็นคนเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่พบปะผู้คน แต่พอรู้จักเรา รู้จัก BNK48 ทำให้เขากล้าออกมาเผชิญโลกข้างนอก มันทำให้รู้สึกว่า โห นี่เราทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ เปลี่ยนคนที่เก็บตัวให้มีสังคมมากขึ้น ดีใจมากๆ และยิ่งเป็นแรงผลักดันให้รู้ว่าต่อไปนี้เราต้องตั้งใจให้มากขึ้นไปอีก เพื่อส่งต่อพลังนี้ และทำให้เรื่องดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกเยอะๆ

 

 

ตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิก BNK48 คิดว่าอะไรคือสิ่งที่โมบายล์เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด

     เมื่อก่อนโมบายล์เป็นคนขี้เกียจมาก ถ้าต้องตื่น 6 โมง ก็จะขอเลื่อนเป็น 6 โมงครึ่ง หรือเลื่อนไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้พอ 6 โมงปุ๊บ ถ้ารู้ว่าต้องไปทำงานเราจะตื่นขึ้นมาได้ทันที ไม่รู้สึกขี้เกียจ บางคนอาจจะรู้สึกขี้เกียจแต่งหน้า แต่โมบายล์ชอบมาก จะรีบลุกขึ้นมาแต่งหน้า ทำผม เลือกเสื้อผ้าทันที เพราะรู้ว่ากำลังจะได้ออกไปทำในสิ่งที่ชอบ

 

นิสัยไม่ดีของตัวเองที่รู้สึกว่าอยากเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด

     เป็นคนจิตใจอ่อนไหว ชอบร้องไห้บ่อย อะไรมากระทบนิดหน่อยก็ร้องไห้แล้ว (ช่วงนี้โมบายล์เริ่มดูซึมๆ ลงไปเล็กน้อย)

 

นึกภาพไม่ออกเหมือนกันนะว่าคนที่ดูน่ารักๆ สดใสๆ แบบโมบายล์เวลาร้องไห้จะเป็นแบบไหน

     (โมบายล์นิ่งขึ้นไปอีก และคงไม่รู้ว่าจะตอบเราอย่างไรเลย เลยตอบคำถามนี้ด้วยการร้องไห้ให้เราดูตรงนั้นเลย! จนปัญที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ต้องเข้ามาปลอบ)

 

 

โอเค เปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า โมบายล์เป็นเซนเตอร์ของเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย แล้วในความเป็นจริงเชื่อเรื่องพวกนี้บ้างหรือเปล่า

     คิดว่า 50-50 นะคะ แต่คงเอียงไปทางไม่เชื่อมากกว่า เพราะโมบายล์คิดว่าชีวิตเป็นของตัวเอง เราก็ต้องลิขิตอนาคตด้วยตัวของเราเอง คนอื่นไม่ใช่ตัวเรา ไม่ได้รู้จักความคิดของเราดีที่สุด แล้วเขาจะมารู้อนาคตของเราได้ยังไง โมบายล์คิดแค่ว่าการทำนายอนาคตตอนนี้ก็คือ ถ้าอยากให้อนาคตของเราออกมาดี เราก็แค่ทำทุกวันนี้ออกมาให้ดีที่สุด แล้วเรื่องที่ดีในอนาคตจะตามมาเอง

     แต่ที่บอกว่า 50-50 เพราะยังมีเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ยังชอบพวกคอลัมน์ดูดวงราศีนู้นนี้ หรือเกิดวันนั้นวันนี้อยู่บ้าง (หัวเราะ) แต่เป็นการอ่านแบบสนุกๆ มากกว่า สุดท้ายสิ่งที่จะเชื่อมากที่สุดก็คือตัวของโมบายล์เองนี่ล่ะ

FYI
  • สมัยเด็กโมบายล์มักจะเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อน 2 กลุ่มทะเลาะกันเสมอ เพราะต้องการให้โมบายล์มาเล่นกับกลุ่มของตัวเองเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของชีวิตในตอนนั้น แต่พอมองย้อนกลับไปกลายเป็นเรื่องน่ารักๆ ที่ทำให้โมบายล์ยังยิ้มได้ทุกครั้ง
  • แอนิเมชันที่โมบายล์กำลังติดตามอยู่ตอนนี้คือเรื่อง Anohana ดอกไม้ มิตรภาพ และความทรงจำ
  • โมบายล์เป็นคนชอบเล่นเกม แต่รู้ตัวว่าเล่นไม่เก่ง (ก่อนหน้านี้โมบายล์เคยลองเล่นเกม ROV ในโทรศัพท์ ตัวที่ชอบเล่นที่สุดคือ Krixi) เลยแก้ปัญหาด้วยการดูสตรีมเมอร์คนอื่นๆ เล่นเกมแทน คนที่โมบายล์ชอบมากที่สุดคือ แชนแนล HEARTROCKER และ zbing z.
  • ความฝันที่ไม่เคยหายไปจากความคิดของโมบายล์คือการเป็นนักพากย์การ์ตูนดิสนีย์ ตัวที่เธออยากพากย์มากที่สุดคือ อันนา จากเรื่อง Frozen
  • โมบายล์เป็นคนที่ไม่มั่นใจมากๆ เวลาต้องอยู่คนเดียว และมักจะแก้ปัญหาด้วยการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เพราะไม่รู้ว่าจะเอาสายตาไปวางไว้ที่ไหนดี แต่เรื่องนี้ดีขึ้นมากหลังจากเข้ามาเป็นสมาชิกของวง BNK48
  • ติดตามความน่ารักของโมบายล์เพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Moblie BNK48 และ อินสตาแกรม @mobile.bnk48official
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US