หมุดหมายต่อไปที่ต้องจับตาต่อทันทีหลังเห็นผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวานนี้ (28 มิถุนายน) คือตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายนิติบัญญัติ หรือสภา กทม. ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการกำกับถ่วงดุลการบริหารราชการของผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงการตรวจสอบงบประมาณกว่าแสนล้านของ กทม. ด้วย
สำหรับขั้นตอนการเลือกประธานสภา กทม. จะคล้ายกับการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในเวทีการเมืองระดับประเทศ เริ่มจากในการประชุมสภา กทม. นัดแรก ส.ก. ที่มีความอาวุโสสูงสุดในที่ประชุมขณะนั้นจะทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ตามด้วยการเสนอชื่อ ส.ก. เพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานสภา กทม. คนใหม่ ซึ่งหากมีผู้เสนอมากกว่า 1 ชื่อ ก็จะมีการเลือกโดยลงมติกันภายใน ส.ก. ทั้งหมด 50 คน และตำแหน่งประธานสภา กทม. มีวาระ 2 ปี
ความน่าสนใจจึงอยู่ที่โฉมหน้าของว่าที่ ส.ก. ที่ได้รับเลือกตั้งมาในครั้งนี้ พรรคประชาชนได้มา 22 ที่นั่ง หรือเกือบถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ก. ทั้งหมด ขณะที่กลุ่ม ‘คนทำงาน’ ก็ได้ ส.ก. ถึง 11 ที่นั่ง การจับขั้วเพื่อรวมเสียงข้างมากในสภา กทม. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลงคะแนนเสียงเพื่อสนับสนุน ส.ก. จากฝ่ายของตนให้รักษาตำแหน่งประธานสภา กทม. เอาไว้ให้ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ตำแหน่งนี้จะเป็นของใครก็ขึ้นอยู่กับสมการการเมืองดังกล่าว

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล


