Menu
141946

แสงสีฟ้า ศัตรูความงามตัวฉกาจของคนยุคดิจิทัล

05.11.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

4 MINS READ
  • แสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมาจากหน้าจอได้รับการเปรียบจากวงการเครื่องสำอางว่าเป็นมลพิษใหม่ หรือ Digital Pollution โดยการศึกษาล่าสุดพบว่า ในเวลากลางคืน แสงสีฟ้าจะรบกวนวงจรนาฬิกาในร่างกายของเรา ทำให้ผิวทำงานผิดปกติ
  • ลอเร็ตต้า ซิรัลโด้ (Loretta Ciraldo) แพทย์ผิวหนังชื่อดังจากไมอามีสังเกตว่า ผู้ที่มาทำการรักษาเริ่มมีรูปแบบตำแหน่งการเกิดจุดด่างดำในจุดที่แปลกออกไป จากช่วงหน้าแก้ม หน้าผาก หรือกลางใบหน้าที่แสงแดดตกกระทบ ปัจจุบันปรากฏที่ข้างใบหน้าและใกล้กับใบหูมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่แนบโทรศัพท์เพื่อใช้งาน
  • ลองปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยเวลากลางคืนให้ลดการใช้อุปกรณ์หน้าจอดิจิทัลต่างๆ ลงบ้าง ปรับแสงหน้าจอให้ไม่จ้าเกิน รวมถึงลองหาหน้ากากที่ช่วยกรองแสงสีฟ้ามาติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสริมเข้าไป

มีงานวิจัยพบว่า แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ฯลฯ นั้นเกี่ยวพันไปถึงปัญหาผิวแก่ก่อนวัย และจุดด่างดำนั้นเริ่มทำให้หลายคนสงสัยว่า ภัยจากเจ้าแสงสีฟ้านี้ร้ายแรงพอๆ กับรังสียูวีหรือไม่

 

Blue Light หรือแสงสีฟ้า มีชื่อทางการเต็มๆ ว่า High Energy Visible Light (HEV) เป็นแสงรูปแบบหนึ่งที่อยู่รอบตัวเรา แสงนี้มีช่วงความยาวคลื่นที่มีพลังงานมากที่สุดเท่าที่ตาของเราสามารถมองเห็นได้ ทั้งยังมีความถี่สูงเป็นรองก็แต่รังสียูวี รังสีเอ็กซ์ และรังสีแกมมาเท่านั้น โดยส่งมาตามแสงแดดจากดวงอาทิตย์ และยังเป็นแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากไฟ LEDs สร้างความสว่างตามหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ซึ่งเราใช้เวลาจดจ้องวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

 

 

แสงนี้ได้รับการเปรียบเปรยจากวงการเครื่องสำอางว่าเป็นมลพิษใหม่แบบ Digital Pollution โดยการศึกษาล่าสุดของทีมวิจัยจาก Estee Lauder พบว่า ในเวลากลางคืน แสงสีฟ้าจะรบกวนวงจรนาฬิกาในร่างกายของเรา ทำให้ผิวทำงานผิดปกติไปจากที่ควรจะเป็น เนื่องจากทำให้เกิดการรับรู้ผิดไปว่าในขณะนั้นเป็นเวลากลางวัน จึงส่งผลกระทบต่อกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผิว ซึ่งปกติเกิดขึ้นในเวลากลางคืน และความเสียหายสะสมนี้ส่งให้ผิวแลดูร่วงโรยก่อนวัยในที่สุด

 

นอกจากนี้การศึกษาในปี 2008 ของนักวิจัยญี่ปุ่นในหนูทดลองได้พบว่า แสงสีฟ้าไปขัดขวางการฟื้นตัวของปราการผิว ต่อมาในปี 2014 การศึกษาอีกชิ้นสรุปว่า แสงสีฟ้ากระตุ้นให้ผิวอักเสบและนำไปสู่การเกิดจุดด่างดำได้

 

ในทางตรงข้าม แสงสีฟ้าก็ใช่ว่าจะดูน่ากลัวขนาดนั้น เพราะการได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางวันในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้ เช่น ช่วยกระตุ้นระบบความจำ การรับรู้ของสมอง และให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าตื่นตัว แถมเลเซอร์ทรีตเมนต์แสงสีฟ้ายังช่วยแก้ปัญหาสิวได้ด้วย

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณอาจจะอดลังเลไม่ได้ว่า แล้วเราควรเริ่มกังวลหรือไม่เวลาไถหน้าจอดูฟีดอินสตาแกรมยามค่ำคืน

 

 

ลอเร็ตต้า ซิรัลโด้ (Loretta Ciraldo) แพทย์ผิวหนังชื่อดังจากไมอามีมีคำตอบ โดยเธอเป็นคนแรกๆ ที่ศึกษาเรื่องภัยร้ายของรังสียูวีเอที่มีต่อผิว ลอเร็ตต้าให้ความเห็นว่า แสงสีฟ้าจะเป็นอันตรายกับผิวก็ต่อเมื่อเราได้รับแสงนั้นมากเกินไป ยืนยันจากตลอดในช่วงปีนี้เธอสังเกตว่า สาวๆ ที่มาทำการรักษากับเธอนั้นเริ่มมีรูปแบบตำแหน่งการเกิดจุดด่างดำในจุดที่แปลกออกไป เพราะการทำงานและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลทำให้ยากที่จะเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ “ตำแหน่งจุดด่างดำดูผิดปกติจากแต่ก่อน ที่เราจะเห็นจุดด่างดำในช่วงหน้าแก้ม หน้าผาก กลางใบหน้า เพราะเป็นจุดที่แสงแดดตกกระทบ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าฉันสังเกตเห็นจุดด่างดำปรากฏที่ช่วงข้างใบหน้าและใกล้กับใบหูมากขึ้น เรียกว่าเป็นจุดที่เราแนบโทรศัพท์เพื่อใช้งาน”  

 

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ลอเร็ตต้านึกย้อนไปถึงการศึกษาเรื่องแสงสีฟ้าในปี 2014 ที่เธอเคยอ่าน “เรารู้ดีว่าเวลาอยู่กลางแจ้งข้างนอก แสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายผิว แต่ตอนนี้แม้เวลาอยู่ในที่ร่ม ด้วยไลฟ์สไตล์ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ก็ต้องเริ่มระวังเรื่องแสงหน้าจอต่างๆ ที่ส่งผลเสียระยะยาวต่อผิวด้วย”

 

 

ในส่วนของผิวแก่ก่อนวัยนั้น ดร.บาร์บารา สตรัม (Barbara Sturm, MD) ศัลยแพทย์และครีเอเตอร์แบรนด์สกินแคร์ชื่อดังจากเยอรมนีกล่าวว่า ในแสงแดดนั้นจะประกอบด้วยแสงสีฟ้ากว่า 25-30% และช่วงความยาวคลื่นของแสงสีฟ้านั้นลงไปในผิวได้ลึกกว่ารังสียูวีเอและบีเสียอีก โดยจะลงไปทำลายชั้นผิวบริเวณที่มีคอลลาเจน อิลาสติน ส่งให้ผิวสูญเสียความกระชับยืดหยุ่นจนเกิดเป็นริ้วรอยได้ ดังนั้นในจุดนี้ หลักๆ จึงต้องพึ่งครีมบำรุงที่มีแอนติออกซิแดนต์สูง ช่วยปกป้องปราการผิว และใช้ครีมกันแดดเสมอ แม้ว่าครีมกันแดดทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ได้พัฒนาให้ครอบคลุมการปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าโดยเฉพาะ แต่ที่ยุโรปก็มีบางแบรนด์ที่เริ่มพัฒนากันแดดสูตรใหม่ๆ ออกมาแล้ว นอกจากนี้ลองปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้น เช่น เวลากลางคืนให้ลดการใช้อุปกรณ์หน้าจอดิจิทัลต่างๆ ลงบ้าง ปรับแสงหน้าจอให้ไม่จ้าเกิน รวมถึงลองหาหน้ากากที่ช่วยกรองแสงสีฟ้ามาติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสริมเข้าไป เชื่อว่าแค่นี้เพียงพอจะช่วยให้สาวยุคดิจิทัลอย่างเราปกป้องผิวเองได้อีกระดับหนึ่ง

 

 

ตัวช่วยยามราตรี

1. Advanced Night Repair Eye Supercharged Complex Synchronized Recovery จาก Estee Lauder (2,700 บาท)

อายครีมใหม่ ปกป้องผิวรอบดวงตาจากปัจจัยทำร้ายผิวอย่างมลภาวะและแสงสีฟ้า ที่เกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล

 

2.Anti-Pollution Drops จาก Dr. Barbara Sturm (5,950 บาท)

เซรั่มผสานพลังแอนติออกซิแดนต์ ช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรง และปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงสีฟ้า

 

3.Cilantro & Orange Extract Pollutant Defending Masque จาก Kiehl’s (1,250 บาท)

มาสก์ช่วยดีท็อกซ์ผิวจากมลภาวะ ผสานสารสกัดจากส้มและผักชี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและปรับให้ผิวแข็งแรง

 

4.Antioxidant-Infused Sunscreen Mist with Vitamin C SPF 50 จาก Supergoop (510 บาท)

สเปรย์กันแดดเนื้อบางเบาผสานวิตามินซี เพื่อป้องกันผิวแก่ก่อนวัย และช่วยต้านอนุมูลอิสระ

 

5.C Antioxidant Glow Serum จาก Skin Design London (5,500 บาท)

เซรั่มผสานวิตามินซีเข้มข้น ดูแลผิวครอบคลุมทั้งเรื่องความกระจ่างใสและริ้วรอย พร้อมกระตุ้นให้ผิวต้านทานมลภาวะและแสงแดดได้ดีขึ้น

 

 

6.The Total Shield SPF50 PA++++ Anti-Pollution จาก EviDenS de Beauté (5,950 บาท)

ผลิตภัณฑ์กันแดดในเนื้อออยล์ผสมเจล เบาผิว ผสานสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวีเอ รังสียูวีบี รังสีอินฟาเรด และแสงสีฟ้าได้ครบ

 

7.Dr. Andrew Weil For Origins Mega-Mushroom Relief & Resilience Soothing Face Cream จาก Origins (3,600 บาท)

ครีมบำรุงรวมพลังสารสกัดจากเห็ดหลากสายพันธุ์ ช่วยต้านการอักเสบในผิวและปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ

 

8.Blanc Expert Double Ampoule Day & Night Solution จาก Lancome (4,300 บาท)

ทรีตเมนต์เข้มข้นช่วยให้ผิวพร้อมต้านมลภาวะ และปรับให้ผิวกระจ่างใส มี 2 สูตรสำหรับกลางวันและกลางคืนในขวดเดียว

 

9.Extra-Firming Nuit จาก Clarins (4,000 บาท)

ไนต์ครีมผสาน Anti-pollution Complex ช่วยชะลอความร่วงโรยผิว และช่วยฟื้นฟูผิวจากมลภาวะต่างๆ ทั้งความเครียด รังสียูวี และมลพิษ

 

10.Protective Facial Lotion SPF 30 จาก Aesop (2,250 บาท)

ผลิตภัณฑ์กันแดดเนื้อโลชันเบาสบาย ให้ผิวชุ่มชื่น ผสมสารแอนติออกซิแดนต์ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและบี

 

อ่านเรื่อง พิษร้ายของการเล่นมือถือก่อนนอน ได้ที่นี่

 

อ่านเรื่อง ดิจิทัล ดีท็อกซ์ กลับมานะ…สติ! ได้ที่นี่

 

ภาพ: Courtesy of Brands

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US