×

วิโรจน์-สกลธี ถกแนวทาง ทำอย่างไรหากเกิดรัฐประหาร ในช่วงที่เป็นผู้ว่าฯ

โดย THE STANDARD TEAM
16.05.2022
  • LOADING...
วิโรจน์-สกลธี

วันนี้ (15 พฤษภาคม) ในงาน THE CANDIDATE BATTLE เวที THE STANDARD ในรอบ THE BATTLE FOR THE BETTER ตอบคำถามที่ว่า ถ้าเกิดการรัฐประหารในระหว่างที่คุณดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้ง คุณจะแสดงภาวะการเป็นผู้นำต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 จากพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในฐานะที่ผู้ว่าฯ กทม. มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่แค่การเงียบเฉย หรือนิ่งนอนใจ และตนคิดว่าประชาชนกรุงเทพมหานครต้องการให้ผู้ว่าฯ ประกาศต่อต้านการรัฐประหารเสียด้วยซ้ำ จากนั้นต้องรวบรวมข้าราชการมาร่วมป้องกันไม่ให้คณะรัฐประหารนำเอาทรัพยากรที่มาจากภาษีประชาชนกลับมาล้อมปราบประชาชนกันเอง

 

“ผมว่ามันพอได้แล้วที่จะให้ชายชุดลายพรางหรือชุดอะไร ขึ้นไปเอาปืนสไนเปอร์จ่อยิงประชาชน ผมว่าการยิงประชาชน และการประกาศวางเขตกระสุนจริงท่ามกล่างเมืองหลวงแบบนี้ พฤติกรรมต่ำทราบแบบนี้ มันควรหมดไปจากประเทศไทยได้แล้ว และผมคิดว่านอกจากนี้ สมมติว่าไอ้คณะรัฐประหารหรือไอ้โจรคนนั้นจะมาจับผมก็ให้จับไป ผมไม่ต้องเป็นผู้ว่าราชการก็ได้ เพราะแม้ว่ามันจะปลดผมจากการเป็นผู้ว่าฯ แต่ก็ไม่สามารถปลดผมจากการเป็นคนไทยได้ ” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ตนจะไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ตนจะก้าวลงไปร่วมต่อสู้กับประชาชน และทำให้คณะรัฐประหารกลายเป็นกบฏที่ต้องโทษประหารชีวิต พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยจะต้องไม่มีการรัฐประหารอีกต่อไป

 

“ในท้ายที่สุด ผมคิดว่าการรัฐประหารทุกครั้ง มันจะอ้างว่าไม่อยากให้คนไทยแตกแยก ทั้งที่ความแตกแยกมันสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น มันอ้างตัวว่าเป็นคนดี แต่ผมอยากบอกคุณสกลธี และประชาชนที่ฟังผมอยู่ว่า ดีชั่วไม่ต้องให้ใครอุปโลกน์ขึ้นมา กลัวแต่คนที่อุปโลกน์ตัวเองว่าเป็นคนดี แล้วบอกประชาชนที่คิดต่างว่าเป็นคนชั่ว แล้วล้อมปราบประชาชน ผมหวังไว้แค่นี้ ผมว่าเราช้ำกับคำว่าคนดีมาพอแล้ว และผมหวังว่าจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น และถ้ามี มันเจอ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แน่ ” วิโรจน์กล่าวปิดท้าย

 

ขณะที่ สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่ประเทศไทยหลังจากนี้ไม่ควรมีรัฐประหารอีกต่อไป เพราะหลังจากที่เกิดขึ้นแล้วอาจจะทำให้ประเทศก้าวไปต่อไม่ได้ และได้สร้างความขัดแย้งขึ้น

 

สกลธีตอบวิโรจน์ว่า “ถ้าเป็นผู้ว่าฯ สกลธีที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ต้องฟังเสียงของประชาชนอยู่แล้ว แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการรัฐประหารนั้นจะมาจากฝ่ายไหน หรือประชาชนเขาไม่อยากให้ทำ คือปกติผมเรียนก่อนเลยว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ประชาชนเขาต้องจริงๆ มันเป็นอย่างไร มันอาจเป็นการรัฐประหารจากรัฐบาลที่ชั่วช้า ทรราช โกงกินบ้านเมืองก็เป็นไปได้ มันอาจไม่ถูกในวิธีที่ทำ ผมจึงบอกว่า การเป็นผู้ว่าฯ ที่มาจากประชาชน มันไม่จำเป็นที่ต้องต่อต้านอะไรก็ตามทุกครั้งไป มันต้องดูบริบท อาจจะเกิดขึ้นถ้าประชาชนที่เลือกผมมาบอกว่า เขาทำถูกต้อง”

 

สกลธีกล่าวเสริมว่า การรัฐประหารอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทุกครั้ง แต่ถ้าตนมาจากประชาชน และมีการรัฐประหารกับสิ่งที่มันชั่วช้าและเลวทรามยิ่งกว่า ตนก็จะฟังเสียงประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนเห็นด้วย หรือไม่มีการต่อต้านใดๆ ตนก็จะอยู่ข้างพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเกิดการรัฐประหารที่ไม่ถูกต้อง และต่อต้านกับประชาชนมากๆ ตนก็ยินดีที่จะลาออกเช่นกัน 

 

“ผมก็ต้องถามกลับไปว่า อะไรที่จะมาวัดสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง ประชาชนก็มีทั้งสองฝ่าย ฝั่งที่โอเค และฝั่งที่ไม่โอเค แต่ผมถามว่าจะเอาส่วนไหนมาวัดได้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ฝั่งคุณวิโรจน์อาจบอกว่าประชาชนถูกยิงจากกองกำลังของทหาร อีกฝั่งหนึ่งเขาก็มองว่าอาจเป็นคนปลอมตัวมาแล้วยิงก็ได้ มันก็ไม่มีสิ่งไหนชี้ชัดออกมาว่าเกิดจากตรงไหน เพราะฉะนั้นเราต้องเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน” สกลธีกล่าว

 

สกลธีกล่าวว่า ถ้าตนเป็นผู้ว่าฯ ที่มาจากประชาชน จะไม่มีใครมาสั่งตนได้นอกเหนือจากประชาชนกันเอง และถึงแม้ว่าการปฏิวัติจะเป็นอย่างไร ถ้าประชาชนไม่ยอมรับด้วย ตนก็ไม่ยอมรับเช่นกัน สุดท้ายนี้ ถ้าเป็นผู้ว่าฯ จากการเลือกตั้ง บริบทก็อย่างหนึ่ง แต่ถ้ามาจากการแต่งตั้งก็อีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้ง ตนต้องยึดประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว

 

วิโรจน์ได้ตอบกลับปิดท้าย “ผมไม่ขอวีโต้อะไร แต่ผมขอสอนคุณสกลธี อย่างแรกที่คุณบอกว่าต่อจากนี้ไม่ควรมีรัฐประหาร ผมยืนยันว่าไม่ว่าเวลาไหนก็ไม่ควรมีรัฐประหาร คุณต้องเข้าใจเสียใหม่ อย่างที่สองการที่บอกว่าประชาชนเห็นด้วยอะไร ไม่อย่างนั้นแล้วประชาธิปไตยจะมีกลไกยุบสภาเลือกตั้งใหม่ทำไม ก็ใช้การยุบสภาแก้ปัญหาความขัดแย้งสิ แล้วสุดท้าย คนที่ถูกยิงตายบนรางบีทีเอส เขามีเขม่าดินปืนไหม คุณจะคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนเหล่านั้นได้อย่างไร ทุกวันนี้เขายังโหยหาความยุติธรรมอยู่เลย” 

 

ขณะที่สกลธีกล่าวตอบสั้นๆว่า “ต้องฟังเสียงประชาชน แต่มั่นใจได้อย่างไรว่าการรัฐประหารนั้นมาจากฝ่ายไหนหรือประชาชนไม่ได้อยากให้ทำ ผมโตมา 44 ปี ผมรู้อะไรผิดอะไรถูก ไม่มีใครสอนใครได้ ผมเรียนว่าถ้ากลไกสภาฯ ใช้ได้ มันจะมีนิรโทษกรรมสุดซอยลักหลับตอนดึก เป็นที่มาของรัฐประหาร บางทีกลไกรัฐสภามันใช้ไม่ได้เสมอไป”

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising