พริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ที่ระบุว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ ชลัฐ รัชกิจประการ สส. แบบบัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ว่ามีการติดต่อกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 19 คน รวม 62 ครั้ง ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการเลือกและการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว.
ข้อมูลดังกล่าวระบุถึงบุคคลชื่อ ‘รัตนา บ่อถ้ำ’ ซึ่งเป็น 1 ใน 229 บุคคลที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปว่ามีมูลความผิดในคดีทุจริตการเลือก สว.
จากประวัติการโทรศัพท์ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2567 รวมระยะเวลา 80 วัน พบว่ารัตนาได้ติดต่อกับ สว. อย่างน้อย 19 คน รวม 62 ครั้ง ประกอบด้วย
- จำลอง อนันตสุข กลุ่ม 18 จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 9 ครั้ง
- อัครวินท์ ขำขุด กลุ่ม 11 จังหวัดชัยนาท จำนวนคนละ 9 ครั้ง
- โชคชัย กิตติธเนศวร กลุ่ม 19 จังหวัดนครนายก จำนวน 5 ครั้ง
- อลงกต วรกี กลุ่ม 20 จังหวัดอุทัยธานี
- สุมิตรา จารุกำเนิดกนก กลุ่ม 9 จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 4 ครั้ง
- สวัสดิ์ ทัศนา กลุ่ม 1 จังหวัดสุโขทัย จำนวน 4 ครั้ง
- กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ กลุ่ม 15 จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 3 ครั้ง
- วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กลุ่ม 11 จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 3 ครั้ง
- สุเทพ สังข์วิเศษ กลุ่ม 3 จังหวัดอ่างทอง จำนวน 3 ครั้ง
- ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล กลุ่ม 4 จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 3 ครั้ง
- มาเรีย เผ่าประทาน กลุ่ม 6 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 3 ครั้ง
- วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กลุ่ม 16 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 ครั้ง
- วิรัตน์ รักษ์พันธ์ กลุ่ม 20 จังหวัดพัทลุง จำนวน 2 ครั้ง
- ยุทธนา ไทยภักดี กลุ่ม 20 จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 2 ครั้ง
- สุทนต์ กล้าการขาย กลุ่ม 18 จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 2 ครั้ง
- พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ กลุ่ม 16 จังหวัดสงขลา จำนวน 1 ครั้ง
- ปราณีต เกรัมย์ กลุ่ม 16 จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 1 ครั้ง
- สิทธิกร ธงยศ กลุ่ม 19 จังหวัดนครพนม จำนวน 1 ครั้ง
- พละวัต ตันศิริ กลุ่ม 12 จังหวัดเชียงราย จำนวน 1 ครั้ง
จากปริมาณและความถี่ในการติดต่อ พริษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่ารัตนาอาจมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานกับกลุ่ม สว. โดยเฉพาะช่วงการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ซึ่งนับจากการประชุมวุฒิสภานัดแรกในวันที่ 23 กรกฎาคม 2567
ข้อมูลจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า รัตนาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ ชลัฐ รัชกิจประการ ในช่วงปี 2566 ถึง 2568 ซึ่งเป็นกรอบเวลาเดียวกับการเลือก สว.
พริษฐ์จึงเรียกร้องให้ชลัฐชี้แจงต่อสาธารณะในวาระที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังจะเปิดสมัยประชุมใหม่ในประเด็นต่างๆ ได้แก่
- ขอบข่ายงานของรัตนาที่ปฏิบัติให้ชลัฐหรือพรรคภูมิใจไทย
- สถานะการทำงานในปัจจุบัน เหตุผลที่รัตนาต้องติดต่อกับ สว. จำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว
- ข้อเท็จจริงเรื่องการมอบหมายให้รัตนาเป็นผู้ประสานงานนัดหมาย สว. มาประชุมร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร
- ข้อเท็จจริงเรื่องการเดินทางไปร่วมประชุมกับ สว. ที่โรงแรมดังกล่าวของชลัฐภายหลังการเลือก สว. เสร็จสิ้น
- หากมีการเข้าร่วมประชุมจริง เป็นการดำเนินการในนามส่วนตัวหรือนามกรรมการบริหารพรรค รวมถึงมีผู้บริหารพรรคหรือ สส. คนอื่นเข้าร่วมด้วยหรือไม่
พริษฐ์ได้อ้างอิงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่ออธิบายขอบเขตอำนาจการดำเนินคดีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดยระบุถึงมาตรา 62 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดว่าภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือบุคคลใดกระทำการทุจริต หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต กกต. ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งของบุคคลนั้น
นอกจากนี้ ยังอ้างอิงมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใด ที่กระทำการอันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกหรือทำให้ผู้สมัครไม่ได้รับเลือก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าว


