“ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดเบเกอรี มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาทเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะบนเชลฟ์ร้านสะดวกซื้อมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อสอดรับกับเป้าหมายของแบรนด์ ‘เอพริล เบเกอรี่’ ที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตัดสินใจทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 15 ปี” กนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
การรีแบรนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่องค์กรมีความพร้อมรอบด้าน ทั้งความแข็งแกร่งของแบรนด์ โอกาสในการขยายตลาด รวมถึงศักยภาพขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และทีมงานที่พร้อมรองรับการเติบโตในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายขนาดธุรกิจ
สำหรับงบลงทุน 200 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้ในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการขยายสาขา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายใน 2 ปีข้างหน้า หลังจากแบรนด์ ‘เอพริล เบเกอรี่’ ทำตลาดมานานกว่า 15 ปี และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค จนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเบเกอรีได้ราว 3-4%
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 4 แสนกล่องต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 1.6 ล้านชิ้นต่อวัน มีโรงงานผลิตทั้งหมด 9 แห่ง และอยู่ระหว่างวางแผนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่บนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนในอนาคตจะถูกนำไปใช้ขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้านพอร์ตสินค้า ปัจจุบัน เอพริล เบเกอรี่ มีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 130 รายการ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มขนม ในทุกๆ เดือนจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เฉลี่ย 15 รายการ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ปัจจุบันรายได้หลักยังมาจากช่องทางร้านสะดวกซื้อ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนกระจายความเสี่ยงของสัดส่วนยอดขาย ผ่านการขยายหน้าร้านเพิ่มอีก 60 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 40 สาขา ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางรีเทลของบริษัทในอนาคต
กนกกัญจน์ กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญต่อจากนี้คือการวางตำแหน่งแบรนด์ในกลุ่มสินค้าระดับพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทยังคงตรึงราคาสินค้าเพื่อรักษาฐานลูกค้า พร้อมตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเบเกอรีกลุ่มสินค้าพรีเมียมที่มีราคาที่เข้าถึงง่ายของไทย โดยจะเน้นการแข่งขันผ่านคุณภาพสินค้า ประสบการณ์ผู้บริโภค และความสามารถในการต่อยอดกระแสบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นยอดขายจริง มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
นอกจากการขยายตลาดในประเทศ บริษัทยังเริ่มรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยปัจจุบันได้เข้าไปทำตลาดใน 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี และไต้หวัน ในรูปแบบ OEM เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งด้านรสนิยม รูปแบบสินค้า และการตอบรับของตลาด พร้อมมองโอกาสขยายสู่การเปิดหน้าร้านในต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในระดับภูมิภาค และยกระดับจากผู้ส่งออกสินค้า สู่การเป็นแบรนด์ไทยที่มีตัวตนในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดเบเกอรี บริษัทมองว่ากลยุทธ์การนำเสนอสินค้าพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ จะยังตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อยังได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% แตะระดับ 1,700 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 1,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% จากยอดขายขนมเฉลี่ย 1.8 แสนกล่องต่อวัน ขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทสามารถสร้างรายได้แล้วกว่า 425 ล้านบาท สะท้อนสัญญาณบวกต่อการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี
ภาพ: ‘เอพริล เบเกอรี่’

