×

เมื่อธรรมชาติเอาชนะไม่ได้ ‘นายกฯ’ ขอชนะด้วยการดูแลประชาชน จ่อชงประกันอุทกภัยเพื่อชาวหาดใหญ่ เข้า ครม.

โดย THE STANDARD TEAM
31.08.2026
  • LOADING...
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่

“แม้ชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน” คือคำยืนยันของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ซึ่งเป็นการประชุม ครม. นอกสถานที่ครั้งแรกของรัฐบาล พร้อมประกาศเดินหน้ารับมือปัญหาอุทกภัยอย่างเต็มที่ หลังพื้นที่หาดใหญ่เคยเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

 
 

วันนี้ (31 สิงหาคม) อนุทินพร้อมคณะรัฐมนตรีเดินทางมายังคลองภูมินาถดำริ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วยรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าการขุดลอกคลอง รวมถึงรับฟังการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวกับประชาชนว่า การเลือกจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่เป็นสถานที่จัดประชุม ครม. นอกสถานที่ครั้งแรก สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับพื้นที่แห่งนี้ เพราะต้องการผลักดันให้สงขลาและจังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและเป็น ‘เมืองแห่งโอกาส’ ของประชาชน

 

ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม รวมถึงการเป็นศูนย์กลางที่สามารถกระจายความเจริญไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้

 

“เรื่องแรกที่อยากมาดูคือเรื่องน้ำ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าเรามีระบบบริหารจัดการที่มั่นคง แข็งแรง และเพียงพอ”

 

อนุทินระบุว่า รัฐบาลจะติดตามทั้งเรื่องน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยต้องการให้รัฐมนตรีทุกคนได้เห็นสภาพจริงในพื้นที่ด้วยตนเอง ก่อนนำข้อมูลไปพิจารณาในการประชุม ครม. ที่หาดใหญ่ในวันรุ่งขึ้น

 

ถอดบทเรียนน้ำท่วม จี้ทุกหน่วยงานแชร์ข้อมูล

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนและรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมคลองและระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายจังหวัด ทั้งสงขลา สตูล พัทลุง รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

รัฐบาลจึงได้อนุมัติงบประมาณเพื่อฟื้นฟูระบบชลประทานและระบบบริหารจัดการน้ำใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามว่างานตามข้อสั่งการและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

 

“วันนี้เรายึดหลักว่าจะต้องเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมที่สุด ถอดบทเรียนทุกบทเรียนที่ผ่านมา จุดใดที่เป็นคอขวดหรือเป็นทางระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำล้วนมีผลต่อการระบายน้ำ ทุกหน่วยงานราชการจึงต้องเร่งให้เส้นทางน้ำมีความพร้อมในการใช้งาน”

 

อนุทินย้ำว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัด เทศบาล และหน่วยงานท้องถิ่น

 

“เรื่องนี้เราอย่าโยนให้กระทรวงเกษตรฯ ทำอย่างเดียว กรมโยธาธิการฯ เทศบาล จังหวัด ต้องร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเหตุการณ์อันตรายที่จะเกิดขึ้นอย่างปีที่ผ่านมา จะไม่เกิดขึ้นอีกในปีนี้”

 

พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานแชร์ข้อมูลร่วมกัน ทั้งปริมาณฝน ปริมาณน้ำ และสภาพอากาศ เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที รวมถึงต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิงให้พร้อม หากเกิดเหตุทุกฝ่ายต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที

 

“แม้ชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน”

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ต้องทำทุกอย่างเพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุด

 

“เราชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่เราต้องก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากเกิดเหตุขึ้นมา เราต้องเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาความทุกข์เหล่านั้นให้กับประชาชนได้ด้วยความรวดเร็วและทันท่วงที”

 

พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานลดขั้นตอน ลดเอกสาร และใช้ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากประชาชนคนใดยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือตกหล่นจากมาตรการเยียวยา ขอให้แจ้งเข้ามาเพื่อให้รัฐบาลติดตามและดำเนินการให้ครบถ้วน

 

จ่อเสนอ ‘ประกันอุทกภัย’ เข้า ครม. พรุ่งนี้

 

หนึ่งในมาตรการที่นายกรัฐมนตรีเตรียมนำเสนอในการประชุม ครม. ที่หาดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ คือแนวทางการทำประกันอุทกภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่

 

อนุทินกล่าวว่า หากเกิดอุทกภัยขึ้น ประชาชนจะได้รับการคุ้มครองเบื้องต้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้เช่า เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว รายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีดำเนินการ และคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงิน จะมีการเสนอและพิจารณาในการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้

 

“จากที่ประชาชนบอกว่ารัฐบาลช้า เราก็พยายามจะเร่งให้เกิดความสะดวกที่จะทำให้เกิดการเยียวยาให้กับประชาชนโดยเร็ว”

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจะลงพื้นที่อีกหลายจุดเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนชาวสงขลาโดยตรง และนำปัญหาที่ได้รับไปเร่งแก้ไข ทั้งการปรับระบบระบายน้ำ การซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด และการปรับปรุงโครงสร้างที่จำเป็น

 

แซวผู้ว่าฯ ‘ชี้จุดกระโดดน้ำ’ หากพบปัญหาซ้ำ

 

ช่วงหนึ่งระหว่างการแนะนำคณะรัฐมนตรีที่เดินทางมาด้วยกัน นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมเล่าถึงการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง

 

อนุทินระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ชี้จุด ‘กระโดดน้ำ’ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาไว้แล้ว หากปีนี้เกิดปัญหาซ้ำ พร้อมชี้ไปยังบริเวณประตูระบายน้ำและถามผู้ว่าฯ ว่า “จะลงไปเองหรือจะใช้เชือกห้อย มีอยู่แค่นั้น”

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวติดตลกว่า เชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเตรียมความพร้อมไว้แล้ว และยืนยันว่าแม้รัฐบาลจะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ต้องเอาชนะในเรื่องการดูแลประชาชนให้ได้

 

กอดคอ ‘นายกฯ แป้น’ ประกาศจับมือทำงานเพื่อชาวหาดใหญ่

 

อีกหนึ่งช่วงที่สร้างสีสันระหว่างการลงพื้นที่ คือการที่นายกรัฐมนตรีแนะนำตัว ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือ ‘นายกฯ แป้น’ ก่อนเข้าไปโอบไหล่และตบไหล่ พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นหลังผ่านสถานการณ์น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา

 

อนุทินกล่าวว่า มีคนบอกว่านายกฯ แป้นชอบนินทาตน แต่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่กอดคอกัน ก็ยืนยันด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น “จริงที่ไหน กอดกันอย่างนี้ ถ้าเหงื่อไม่ออกหอมแก้มแล้ว”

 

นายกรัฐมนตรีเล่าว่า ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา นายกฯ แป้นเป็นคนแรก ๆ ที่ตนได้พบ และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งคู่มีความใกล้ชิดและสนิทสนมกันมากขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน “พอเจอปัญหาพี่น้องประชาชน เราแยกไม่ออก”

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ยื่นไมโครโฟนถามนายกฯ แป้นว่าจะทำงานร่วมกับตนหรือไม่ ซึ่งนายกฯ แป้นตอบว่า “ได้ครับ ทำครับ” ก่อนที่อนุทินจะกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า “วันนี้แป้นกับหนูอยู่ด้วยกันแล้วครับ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนหาดใหญ่ ไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้าหลบไปที่บ้าน ผมก็จะตามที่บ้าน แล้วขับรถพาออกมาเอง”

 

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่หาดใหญ่ครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงภาพของรัฐบาลลงมาติดตามสถานการณ์น้ำท่วม แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลต้องการเปลี่ยนการรับมือน้ำจาก ‘รอแก้เมื่อเกิดเหตุ’ เป็น ‘เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย’ โดยเฉพาะการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การเตรียมระบบระบายน้ำ และมาตรการประกันอุทกภัยที่เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

 

ขณะเดียวกัน การที่อนุทินหยิบเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่มาเป็นภารกิจแรกๆ ของการประชุม ครม. สัญจร ย่อมสะท้อนว่าปัญหานี้เป็นทั้ง โจทย์ด้านความปลอดภัยและโจทย์ทางการเมืองของรัฐบาล เพราะหาดใหญ่ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ หากบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และการท่องเที่ยวได้ในเวลาเดียวกัน

 

ท้ายที่สุด คำว่า “แม้ชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน” จึงเป็นคำประกาศที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน เพราะบททดสอบสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำพูดในวันที่น้ำยังไม่มา แต่อยู่ที่วันที่ฝนตกหนัก น้ำหลาก และประชาชนต้องการเห็นว่าระบบที่รัฐบาลบอกว่าเตรียมพร้อมนั้น สามารถปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และทำให้หาดใหญ่เดินหน้าต่อได้จริงหรือไม่

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising