วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคประชาชน กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้มีแผนรับมือเยียวยาน้ำท่วมและงบประมาณหมดแล้ว ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการพูดของคนที่ไม่รู้ความ เนื่องจากตามหลักการต้องเกิดภัยพิบัติก่อนจึงจะเข้าสำรวจและตรวจสอบเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเงินก้อนนี้มาจากงบกลางหากเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสนอ ครม. อนุมัติ ดังนั้น ยืนยันว่างบประมาณไม่ได้หมดแน่นอน
“ไม่ใช่ โอ้โห เงินหมดแล้ว ไม่ใช่เลย เพราะฉะนั้นการให้ข่าวแบบนี้กับพี่น้องประชาชนถือว่าเป็นการให้ร้าย ผมคิดว่าเขารู้ แต่เขาตั้งใจจะให้ร้าย” อนุทินกล่าว
อนุทินกล่าวต่อว่า งบก้อนแรก 4,700 ล้านบาทที่ใช้หมดไปนั้น เป็นงบกลางที่เหลือจากปี 2569 ซึ่งเดิมต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง แต่เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ตนเห็นว่าต้องเยียวยาจึงนำมาตั้งเรื่อง ทำให้จ่ายเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่วนวันนี้สำนักงบประมาณได้ตั้งงบกลางอีก 10,500 ล้านบาท เสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อสำรองไว้ใช้เยียวยาครัวเรือนที่เข้าข่ายเพิ่มเติม การให้ข่าวว่าเงินหมดถือเป็นการให้ร้ายประชาชนอย่างตั้งใจ
ส่วนกรณีประชาชนไปรอรับเงินเยียวยาหน้าเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อนุทินระบุว่า ไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด แต่ทุกรัฐบาลต้องใช้เวลาสำรวจ ซึ่งเดิมมีการตั้งคณะกรรมการหลายชุดซ้ำซ้อนและล่าช้า ตนจึงปรับลดขั้นตอนให้ตรวจสอบผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้เร่งจ่ายได้ทันทีแบบ First come first served (มาก่อนได้ก่อน) โดยไม่ต้องรอให้ภัยพิบัติจบลงก่อน ขอเพียงตรวจสอบให้แม่นยำ ไม่ผิดพลาด ไม่ซ้ำซ้อน ก็สามารถทยอยโอนจ่ายได้ทันที ซึ่งขณะนี้โอนจ่ายไปแล้ว 600,000 ครัวเรือน
สำหรับความเพียงพอของงบประมาณ อนุทินกล่าวว่า การประกันภัยพิบัติจะครอบคลุมเหตุการณ์ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่จ่ายในปัจจุบันเป็นการเยียวยาเหตุก่อนหน้านั้น ซึ่งจะจบในตัวเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำต่อคือการสร้างระบบป้องกันและรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในปีหน้าให้มากที่สุด เช่น ลงทุนประตูระบายน้ำและเครื่องมือระบายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้รับประกันภัยพิบัติ ไม่ให้เกิดปัญหาบริษัทประกันปฏิเสธการรับประกันหรือขึ้นเบี้ยประกันในอนาคต


