×

‘อนุทิน’ ยืนยันคดีหมิงเฉิน คลังแสงพัทยาไร้เป้าก่อการร้าย สั่งสืบลึกนักการเมืองหนุนหลัง ระบุ ก.ย. นี้ ยกเลิกใบพกปืนทั่วประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
12.05.2026
อนุทิน ชาญวีรกูล, กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ และเจ้าหน้าที่ ยืนแถวหน้า

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุม หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน พร้อมคลังอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

 

โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่ถามว่าเรื่องนี้มีบุคคลระดับนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ว่า ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการรู้จักมักคุ้นกันถือเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือให้การสนับสนุน ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น หวังว่าจะไม่มีบุคคลใดเข้าไปร่วมสนับสนุนการทำผิดกฎหมายดังกล่าว

 

นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวคลายความกังวลและใช้ชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถควบคุมสถานการณ์และตัวผู้ต้องหาไว้ได้แล้ว โดยจากการประเมินเบื้องต้น ผู้ต้องหามีลักษณะเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่เข้าข่ายทหารรับจ้าง และสำหรับเป้าหมายของการครอบครองอาวุธนั้น แม้จะมีความอ่อนไหวในด้านข้อมูล แต่เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่ามีไว้เพื่อทำร้ายตนเอง ไม่ใช่การเตรียมการเพื่อก่อการร้ายหรือทำร้ายประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด

 

ส่วนประเด็นที่ทางการกัมพูชาปฏิเสธความเกี่ยวข้องของผู้ต้องหากับหน่วยฝึก BHQ นั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทางการไทยยึดถือผลการสอบสวนและพยานแวดล้อมที่ปรากฏเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นที่การขยายผลทางคดีมากกว่าประเด็นการประสานงานดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ตำรวจสามารถขยายผลคดีไปได้มากแล้ว สำหรับคำถามที่ว่าผู้ต้องหาอยู่ในระดับใดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการชี้แจงรายละเอียดทางคดี

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงกรณีการครอบครองอาวุธสงครามและระเบิด C4 ว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความบกพร่องของมาตรการรัฐ แต่เป็นพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงของตัวบุคคล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องหาผู้รับผิดชอบถึงแหล่งที่มาของอาวุธให้ได้ พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำถึงนโยบายการควบคุมอาวุธปืนที่ดำเนินการมาอย่างเด็ดขาดตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยจะไม่มีการต่ออายุใบอนุญาตครอบครองและพกพาอาวุธปืนอีกต่อไป ซึ่งภายในเดือนกันยายนนี้ ใบอนุญาตพกพาของประชาชนทั่วไปจะหมดอายุลงทั้งหมด

 

หลังจากนั้นหากผู้ใดพกพาอาวุธปืนโดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที ในส่วนของการถือครองวีซ่าประเภท PE (Privilege Entry Visa) ที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นช่องทางเข้าประเทศนั้น อนุทินชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่ดีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน แต่เมื่อมีกลุ่มอาชญากรฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ รัฐบาลก็พร้อมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่าไม่มีผู้ใดสามารถใช้ประเทศไทยเป็นฐานทำผิดกฎหมายแล้วรอดพ้นไปได้

 

สอดคล้องกับการเปิดเผยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเร่งสืบสวนขยายผลในทุกมิติ โดยจุดเริ่มต้นของคดีความมั่นคงระดับชาตินี้ สืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่ง สิบตำรวจโทนิรภัทร เจ้าหน้าที่สายตรวจ ได้แสดงไหวพริบและปฏิภาณในการสังเกตเห็นพฤติกรรมอันเป็นพิรุธของผู้ต้องหาที่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลและพยายามเสนอผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่

 

จนนำไปสู่การประสานฝ่ายสืบสวนเข้าตรวจค้นรถยนต์และบ้านพัก พบซองกระสุนปืน M16 อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด เสื้อเกราะ และอุปกรณ์ทางยุทธวิธีจำนวนมหาศาล ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่ไม่ปล่อยผ่านความผิดปกติจนสามารถสกัดกั้นภัยความมั่นคงครั้งนี้ได้ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตั้งสมมติฐานในทุกมิติ ทั้งการเตรียมก่อเหตุ หรือแม้แต่ประเด็นการคิดสั้น โดยไม่ด่วนปักใจเชื่อข้อมูลด้านใดด้านหนึ่ง

 

ความคืบหน้าล่าสุดจากการสืบสวนตลอดห้วงวันที่ 9-12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องมือสื่อสารและพบเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงไปยังเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติที่ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานปฏิบัติการหลัก รวมถึงพบเส้นทางการโอนเงินเข้า-ออกจำนวนมาก นำไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้อีก 5 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี

 

ในส่วนของอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยอมรับว่ามีอาวุธบางรายการที่มีที่มาจากภายในประเทศไทย ซึ่งกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการซื้อขายเพื่อสาวไปถึงต้นตอ สำหรับสถานการณ์ของผู้ต้องหาหลักที่เกิดอาการป่วยฉุกเฉินนั้น ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าประจำการรักษาความปลอดภัยโดยรอบโรงพยาบาลอย่างเข้มงวด เพื่อสนับสนุนภารกิจของราชทัณฑ์ และยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนขยายผลคดีนี้อย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงและความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน


READ MORE





Latest Stories