×

อนุพงษ์ แจงยิบปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว โครงการบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้น ต้องใช้ ม.44 แก้ ให้ประชาชน-ประเทศชาติไม่เสียหาย

โดย THE STANDARD TEAM
18.02.2021
  • LOADING...
อนุพงษ์ แจงยิบปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว โครงการบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้น ต้องใช้ ม.44 แก้ ให้ประชาชน-ประเทศชาติไม่เสียหาย

เมื่อวานนี้ (17 กุมภาพันธ์) พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อภิปรายชี้แจงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่าปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวมีปัญหาเกิดขึ้นในอดีตที่ทำมาและปัจจุบันที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องเข้าใจความเป็นมา  โดยรถไฟฟ้าสายสีเขียวมี 3 ช่วง เริ่มที่ 1. สายสีเขียวหลัก คือเอกชน หรือบีทีเอสสร้างรางและวางระบบเดินรถ บริหารเดินรถทั้งหมด ถือเป็นสายเดียวที่สร้างเองทั้งหมดแห่งเดียวในโลก และจะสร้างกำไรจากค่าโดยสารเท่านั้น ระยะเวลา 30 ปีคือ 2542-2572 จากนั้นเมื่อหมดสัมปทานต้องคืนให้กรุงเทพมหานคร

 

ต่อมาคือส่วนต่อขยายที่ 1 คือกรุงเทพมหานครไปสร้างเอง และจ้างบีทีเอสเดินรถ โดยกรุงเทพมหานครไม่มีรถไฟฟ้า จึงควรให้สัมปทาน แต่มีบางรัฐบาลไม่ยอมให้สัมปทาน ก็สร้างปัญหาไปเรื่อยๆ และมาถึงส่วนต่อขยายที่ 2 อยู่นอกกรุงเทพมหานคร รัฐบาลยุคหนึ่งก็โอนไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สร้างและออกแบบ พิเรนทร์ไม่เชื่อมโยงกับส่วนต่อขยายที่ 1 ซึ่งถือว่าผิด เพราะจริงๆ แล้วต้องให้กรุงเทพมหานครสร้าง ถือเป็นปัญหาโบราณกันมา กระทั่งมีการโอนส่วนต่อขยายที่ 2 กลับมาให้กรุงเทพมหานครพร้อมหนี้สิน

 

พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหนี้สินที่กรุงเทพมหานครรับมาจาก รฟม. ประกอบด้วย ส่วนต่อขยายที่ 2 เกือบ 1 แสนล้านบาท และส่วนต่อขยายที่ 1 ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อยากถามใครจะแก้ไข รัฐบาลไม่สามารถสนับสนุนได้เพราะติดปัญหากฎหมายท้องถิ่น ดังนั้นกรุงเทพมหานครต้องแก้ไขเอง จะกู้เงินก็ไม่ได้ เพราะเลยกรอบกฎหมายหนี้สาธารณะของกรุงเทพมหานคร ส่วนจะออกตราสารหนี้ก็ทำไม่ได้  เพราะติดสัมปทานและเดินรถขาดทุน สุดท้ายเหลือการให้เอกชนเข้ามา ก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย และรัฐบาลไม่จำเป็นต้องทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรจะไม่ให้เอื้อประโยชน์ ไม่ใช่ระบุว่าเอกชนไปรับหนี้บอกว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ แต่ตนจะบอกว่าไม่มีเอกชนอื่นทำได้ เพราะโครงการสายสีเขียวทั้งหมดบิดมาตั้งแต่ต้น และเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ และหากไม่ทำเกิดการฟ้องร้องแล้วจะเสียค่าโง่ 

 

ส่วนเมื่อถามว่าทำไมรีบต่อสัญญาสัมปทาน เพราะหากปล่อยให้ครบสัญญาปี 2572 หนี้ก็มากขึ้น ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงหาทางแก้โดยออกมาตรา 44 เพราะเวลาทำให้เกิดหนี้เพิ่มขึ้น และไปทำอย่างไรมาก็ได้ เพราะกรุงเทพมหานครไม่มีเงิน แต่ทำให้ประเทศชาติได้ประโยชน์ ค่าโดยสารไม่แพงเหมาะสมกับประชาชน และเป็นธรรมกับเอกชน และ คสช. ให้มีข้อตกลงคุณธรรม จนมาถึงทั้งหมดจบหรือยัง กระทั่งคณะกรรมการเจรจาจบแล้ว เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบและยืนยันตนนำเรื่องเข้า ครม. ไม่ได้มีนอกมีใน เพราะอัยการสูงสุดก็บอกสามารถทำได้   และได้ส่งเรื่องไปที่ ครม. แล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ต่อมาได้มีหน่วยงานต่างๆ ตั้งข้อสงสัยตลอดมา 1 ปีกว่า ส่วนราคาที่ระบุว่าสายสีเขียวแพงกว่าคือ 65 บาท สายสีน้ำเงินเก็บค่าโดยสาร 42 บาท ขอให้ดูระยะทางควบคู่กับการสนับสนุนกับรัฐ ซึ่งสายสีเขียวไม่มี ดังนั้นการจะเอื้อหรือไม่เอื้อต้องดูว่าเป็นธรรมหรือไม่ ประเทศชาติและ ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดหรือไม่ ส่วนค่าโดยสาร 104 บาทก็ยังทำให้กรุงเทพมหานครขาดทุนปี 2564 จำนวน 3,981 ล้านบาท และถึงปี 2572 จำนวน 37,469 ล้านบาท 

 

“ขอให้ประชาชนเข้าใจที่ไปที่มามันมีปัญหา และก็หาทางแก้ ท่านเห็นหรือไม่ว่าแก้ด้วยร่วมทุนทำไม่ได้ และหนี้เกิดขึ้นก็ไม่มีใครแก้ไข  ผิดถูกอย่างไร ครม. ต้องพิจารณา ประชาชนอย่าได้กังวล” พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวในที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories