×

เปิดงบปี 66 ปีสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ 2 ที่ขอสภา วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ฝ่ายค้านประกาศคว่ำ

โดย THE STANDARD TEAM
31.05.2022
งบประมาณปี 2566
  1. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ (31 พฤษภาคม) เป็นวันแรกที่จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วงเงินงบประมาณไม่เกิน 3.1 ล้านล้านบาท ถือเป็นปีสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ และเป็นงบประมาณที่กำลังจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง 

 

  1. การพิจารณาใช้เวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน

 

  1. วันนี้จะเริ่มประชุมประมาณเวลา 09.30 น. ​ถึงเวลา 01.00 น. ขณะที่ 1 มิถุนายน เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. ถึง 01.00 น. และ 2 มิถุนายน เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. ถึง 01.00 น. 

 

  1. ส่วนการลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ จะอยู่ในวันที่ 2 มิถุนายน เบื้องต้นคาดว่าจะลงมติได้ในช่วงเวลา 22.00 น.

 

  1. สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการคือ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,185,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท เหตุผลเพื่อให้หน่วยรับงบประมาณได้มีกรอบวงเงินงบประมาณสำหรับใช้จ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

 

  1. โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีวงเงินรวม 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.74% 

 

  1. รายจ่ายส่วนต่างๆ ประกอบไปด้วยโครงสร้างงบประมาณ ดังนี้

 

  • รายจ่ายประจำ จำนวน 2,396,942.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2565 จำนวน 23,932.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.01%  

 

  • รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ไม่มีรายการที่เสนอตั้งงบประมาณ

 

  • รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย ไม่มีรายการที่เสนอตั้งงบประมาณ

 

  • รายจ่ายลงทุน จำนวน 695,077.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2565      จำนวน 83,144 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.59%

 

  • รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 100,000 ล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณก่อน

 

  1. สำหรับงบประมาณปี 2566 นี้ แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มงบประมาณ ดังนี้

 

  • งบประมาณรายจ่ายงบกลาง 590,470.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.54 ของวงเงินงบประมาณ

 

  • งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 1,090,329.6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.23 ของวงเงินงบประมาณ

 

  • งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 218,477.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.86 ของวงเงินงบประมาณ

 

  • งบประมาณรายจ่ายบุคลากร จำนวน 772,119.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.24 ของวงเงินงบประมาณ

 

  • งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน จำนวน 206,985.6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.50 ของวงเงินงบประมาณ

 

  • งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ จำนวน 306,618.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.63 ของวงเงินงบประมาณ

 

  1. การจัดจัดสรรงบประมาณแยกเป็นยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ออกเป็น 6 ด้าน ดังต่อไปนี้

 

  • ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จำนวน 296,003.6 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนมีความสุข ประเทศมีความมั่นคงในทุกมิติ ทุกระดับ การบริหารจัดการความมั่นคงมีประสิทธิภาพ

 

  • ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 396,125.5 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกด้านให้มีเสถียรภาพและยั่งยืน

 

  • ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 549,514.0 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างให้คนไทยมีคุณธรรม จริยธรรม มีความรู้และทักษะ มีความรักและภูมิใจในความเป็นไทย ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

  • ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จำนวน 759,861.3 ล้านบาท เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม

 

  • ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 122,964.9 ล้านบาท เพื่อสร้างความสมดุลและยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ภายในขีดความสามารถของระบบนิเวศ

 

  • ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ จำนวน 658,012.7 ล้านบาท เพื่อให้ภาครัฐมีวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน

 

  1. ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อการอภิปรายในครั้งนี้ ได้แก่

 

  • รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ชี้แจงถึงความจำเป็นและแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย แผนงานโครงการต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และแก้ไขปัญหาสืบเนื่องจากความท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งครอบคลุมด้านความมั่นคง การสร้างความสามารถทางการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 

 

สำหรับการดำเนินการของปี 2566 รัฐบาลได้กำหนดแผนงาน โครงการที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า งบประมาณรวม 2.7 แสนล้านบาท เกี่ยวข้อง 14 กระทรวง 265 โครงการ มีเป้าหมายคนจนในประเทศไทยลดลงอย่างยั่งยืน

 

  • จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ว่า น่าจะผ่านได้ เพราะรัฐบาลก็ยังมีเสียงข้างมาก ส่วนปัญหาของงบประมาณปี 2565 ที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะวางโครงสร้างที่อาจทำให้ต่อไปไม่สามารถกู้ฉุกเฉินได้นั้น มองว่าการจัดทำงบประมาณต้องจัดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วง สถานการณ์ของประเทศก็มีความแตกต่างกัน อีกทั้งการจัดงบประมาณปีนี้ ต้องมองถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ทั้งวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจในภาพรวม และสงครามการค้า มาจนกระทั่งถึงสงครามระหว่างประเทศ ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลกระทบและเป็นปัจจัยสำคัญในการนำมาสู่การจัดงบประมาณที่จะทำเหมือนกับทุกปีไม่ได้

 

  • สมคิด เชื้อคง ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรก โดยพรรคเพื่อไทยได้ รับเวลาอภิปราย 775 นาที ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่ออภิปรายแล้ว 48 คน ดังนั้นจะได้เวลาอภิปรายคนละ 8 นาที สำหรับเนื้อหาการอภิปรายในรอบนี้จะจัดกลุ่มงบประมาณเป็นรายกลุ่ม เช่น กลุ่มเกษตรกร, กลุ่มความมั่นคง, กลุ่มกระจายอำนาจ, กลุ่มบูรณาการ แทนการอภิปรายแบบรายกระทรวงเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของแนวทางการอภิปรายเพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจ และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยึดแนวทางดังกล่าวร่วมกัน 

 

  • ขณะที่ สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านประกาศว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะโหวตไม่รับร่าง เนื่องจากการจัดงบประมาณไม่ตอบโจทย์ต่อสถานการณ์ของประเทศ

READ MORE






Latest Stories