×

เสรีพิศุทธ์เจอศุภชัยเบรก ขออภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว.-ล็อกเลือกตั้ง ท้า ปธ.สภาฯ สาบานเป็นกลาง-ไม่อยู่ฝ่ายรัฐบาล

โดย THE STANDARD TEAM
29.06.2026
  • LOADING...
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (29 มิถุนายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

ดูภาพข่าว ▼ 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ร่างงบประมาณฉบับนี้ไม่เหมาะสม ไม่เน้นความยุติธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตที่นายกรัฐมนตรีไม่มาแถลงด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาแทน

 

จากนั้น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้ยกตัวอย่าง ‘อนุทิน ลำดับที่ 187 เปิด 229 ชื่อกกต. แจ้งรับทราบข้อกล่าวหาในลำดับที่ 228’ (นายกฯ ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้วสว.) ขึ้นมาพูด ทำให้ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่าผิดข้อบังคับและเป็นการใส่ร้ายนายกฯ

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ จึงลุกขึ้นอภิปรายระบุว่า การอภิปรายงบประมาณของตนในวันนี้ เป็นเรื่องในอดีตที่จะชี้เจตนาในการบริหารประเทศได้เป็นอย่างดี ถ้าคนเราบริสุทธิ์ซื่อตรงสุจริต ก็บริหารประเทศชาติสุจริต แต่เราทุจริตคดโกงจะบริหารประเทศชาติได้อย่างไร ทำให้ศุภชัยลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง

 

ด้านประธานในที่ประชุมวินิจฉัยให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ อภิปรายเฉพาะประเด็น แต่หากมองว่านายกฯ ไม่สุจริต ควรไปใช้ช่องทางอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือร้องเรียนจริยธรรม ทำให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงว่า “ท่านครับ ท่านตีเจตนาผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหานายกฯ ไม่สุจริตในเรื่องนี้เลย เพียงแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่ง กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีผิดตามนี้”

 

เมื่ออภิปรายต่อ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้โยงไปถึงปัญหาการโยกย้ายข้าราชการในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ สีน้ำเงิน ทำให้ ศุภชัยลุกประท้วงอีกรอบว่าผิดเวที ผิดวาระ และขอให้อภิปรายอย่างมีสติ ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ลุกประท้วงประธานว่าไม่เป็นกลาง และควรเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้อภิปรายเรื่องทุจริต

 

ทำให้โสภณ ชี้แจงกลับว่า “นี่แหละคือหน้าที่ของประธาน ผมได้วินิจฉัยอีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าผมไม่เป็นกลาง และอีกฝ่ายก็ว่าผมไม่เป็นกลาง ผมก็ใช้ข้อบังคับ ถ้าวิญญูชนที่นั่งอยู่ในสถานที่แห่งนี้ และคนที่ฟังอยู่ที่บ้านจะตัดสินว่าผมเป็นกลางหรือไม่ ฉะนั้นผมได้เรียนกับสมาชิกว่า ผมได้อนุญาตในสิ่งที่ไม่ผิดข้อบังคับ ถ้าเลยเถิดจากข้อบังคับผมก็ไม่อนุญาต ผมถึงได้อนุญาตให้ท่านพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้พูด เมื่อกี๊ท่านก็พูดไม่ถูกต้อง ผมวินิจฉัยแบบนี้ว่าผมเป็นกลางผมไม่ได้ผิดข้อบังคับ”

 

เหตุการณ์บานปลายเมื่อ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ตอกกลับว่าประธานอยู่ฝ่ายรัฐบาลและไม่เป็นกลาง จนประธานต้องสั่งปิดไมค์และสั่งให้ถอนคำพูด พร้อมเตือนว่าหากยังใช้กิริยาไม่สุภาพและก้าวล่วงประธาน จะสั่งให้ยุติการอภิปราย ทำให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ตอบสวนทันทีว่า “ผมก็ไม่อภิปราย ขอจบ“

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้รับจัดสรรเวลาอภิปราย 15 นาที แต่ใช้ไปเพียง 6.45 นาที โดยเวลาทั้งหมดหมดไปกับการโต้ตอบและประท้วง โดยยังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหางบประมาณแต่อย่างใด

 

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 3พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising