×

เมื่อผู้สร้าง AI ขอแตะเบรก: จุดจบหุ้นเทค หรือจุดเปลี่ยนวิธีเลือกลงทุน?

16.09.2026
  • LOADING...
หุ่นยนต์ AI กำลังทำงานในตลาดหุ้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หุ้น AI เติบโตมาพร้อมการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีให้เร็วขึ้น เก่งขึ้น และเข้าถึงผู้ใช้งานมากขึ้น แต่เมื่อผู้พัฒนาเองเริ่มส่งสัญญาณว่าความก้าวหน้าอาจเร็วจนการดูแลความปลอดภัยตามไม่ทัน นักลงทุนจึงต้องกลับมาทบทวนว่า อุตสาหกรรมนี้จะเดินหน้าต่ออย่างไร

 

แรงกดดันรอบนี้เกิดขึ้นหลัง Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Anthropic เสนอให้ชะลอการพัฒนา AI ระดับแนวหน้า หรือ Frontier AI พร้อมเพิ่มการตรวจสอบความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก และสร้างกติการ่วมกันระหว่างบริษัทกับภาครัฐ

 

แนวคิดดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้นำรายอื่นในอุตสาหกรรม ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะผู้ผลิตชิป เผชิญแรงขายในวันที่ 14 กันยายน 2569

 

หุ่นยนต์ AI กำลังทำงานในตลาดหุ้น 1

 

Source: Bloomberg

 

จากภาพ ดัชนี SOX ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ เผชิญแรงขายหนัก โดยเปิดตลาดวันที่ 14 ก.ย. 2569 ลดลงราว 5% จากราคาปิดวันที่ 11 ก.ย. 2569

ขณะเดียวกัน Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ส่งสัญญาณว่าบริษัทจะยังไม่เข้าตลาดหุ้นในปี 2569 ท่ามกลางภารกิจด้านความปลอดภัยที่ต้องดำเนินการ ยิ่งทำให้ตลาดหันมาตั้งคำถามว่า เม็ดเงินลงทุนมหาศาลใน AI จะสร้างรายได้และกำไรกลับมาเมื่อไร
ความกังวลนี้กระทบราคาหุ้นได้ทันที เพราะมูลค่าหุ้น AI ส่วนหนึ่งสะท้อนการเติบโตในอนาคตไว้แล้ว หากตลาดมองว่าผลตอบแทนจากการลงทุนอาจมาช้ากว่าคาด นักลงทุนก็อาจลดราคาที่ยอมจ่าย แม้รายได้ปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง จึงเกิดแรงขายต่อเนื่องไปถึงผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI รุ่นใหม่ให้ช้าลงไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้ AI หรือหยุดลงทุนทั้งหมด ธุรกิจยังสามารถนำโมเดลที่มีอยู่ไปช่วยเขียนโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ซึ่งยังต้องอาศัยชิป หน่วยความจำ และศูนย์ข้อมูลรองรับ ความต้องการส่วนนี้จึงยังมีโอกาสเติบโต แม้การเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่จะต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องให้ชะลอ AI โดยมองว่าสหรัฐฯ มีมาตรการกำกับดูแลอยู่แล้ว เมื่อประกอบกับการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เราจึงประเมินว่าการชะลอในวงกว้างเกิดขึ้นได้ยาก เพราะแต่ละฝ่ายต่างกังวลว่าจะเสียความได้เปรียบหากตัวเองชะลอ แต่อีกฝ่ายยังเดินหน้าต่อ

ความกังวลด้านความปลอดภัยยังทำให้ Cybersecurity หรือความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์น่าจับตา เพราะเมื่อองค์กรเชื่อมต่อ AI เข้ากับข้อมูลลูกค้า เอกสารภายใน และระบบงานสำคัญ ก็จำเป็นต้องควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง ป้องกันข้อมูลรั่วไหล และตรวจจับการใช้งานผิดปกติ เราจึงมองว่างบประมาณด้านความปลอดภัยมีโอกาสเติบโตควบคู่กับการนำ AI ไปใช้งานจริง และเป็นอีกส่วนของอุตสาหกรรมที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ

แล้วหุ้น AI ที่กำลังพักฐานยังน่าสนใจหรือไม่?

ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าการปรับตัวลงรอบนี้อาจเปิดโอกาสให้ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งในราคาที่เหมาะสม โดยเรายังมองว่าแรงขายสะท้อนการลดความคาดหวังของตลาด มากกว่าการสิ้นสุดของวัฏจักรการลงทุน AI อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากงบลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ คำสั่งซื้อชิป และแนวโน้มกำไร หากเริ่มเห็นการเลื่อนโครงการหรือลดคำสั่งซื้อเป็นวงกว้าง ก็จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ใหม่

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ โดยมีกำหนดประกาศผลการประชุมวันที่ 16 กันยายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือเวลา 01.00 น. ของวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาไทย เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนทางการเงินและกดดันมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี แม้ธุรกิจยังเติบโต ราคาหุ้นก็อาจผันผวนต่อได้ การแบ่งเงินทยอยลงทุนและเผื่อเงินสำหรับจังหวะที่ตลาดปรับตัวเพิ่มเติมจึงเป็นแนวทางที่เหมาะกับความไม่แน่นอนช่วงนี้

ในห่วงโซ่ AI ยังมีบริษัทที่น่าติดตามตั้งแต่ NVIDIA ผู้พัฒนาชิปประมวลผล Micron ผู้ผลิตหน่วยความจำ ไปจนถึง ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับการผลิตชิป รวมถึง Samsung Electronics และ SK hynix ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตหน่วยความจำรองรับ AI
นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงบริษัทเหล่านี้ผ่าน DR01 ที่ซื้อขายเป็นเงินบาทในตลาดหุ้นไทย เช่น NVDA01, MICRON01 และ ASML01 ส่วน KOREA01 อ้างอิง ETF ที่ลงทุนตามดัชนี KOSPI 200 ซึ่งมี Samsung Electronics และ SK hynix เป็นส่วนประกอบ จึงเชื่อมโยงทั้งกับธีมหน่วยความจำและภาพรวมตลาดหุ้นเกาหลีใต้

เมื่อความเร็วในการพัฒนา AI เริ่มถูกตั้งคำถาม นักลงทุนย่อมให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นรายได้และกำไรจริง โอกาสระยะยาวจึงต้องพิจารณาควบคู่กับราคาที่เข้าลงทุน เพราะแม้ธุรกิจจะเติบโตได้ดี ผลตอบแทนยังขึ้นอยู่กับว่าเราจ่ายแพงเพียงใด และพร้อมรับความผันผวนระหว่างทางได้แค่ไหน
ที่มา: BLS Global Investing 15/09/2569

ภาพ: Will Falcon / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories